โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“กองทัพธรรม-คปท.-จตุพร“ นำทัพเข้าแพทยสภา ให้กำลังใจแพทย์พิจารณามติวีโต้ ”สมศักดิ์“

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 08.31 น.

“กองทัพธรรม-คปท.-จตุพร“ นำทัพเข้าแพทยสภา ให้กำลังใจแพทย์พิจารณามติวีโต้ ”สมศักดิ์“ หวั่น พรุ่งนี้ “รมต.” เข้านั่งประชุมกดดันแพทยสภา

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2568 ที่ กระทรวงสาธารณสุข นาย จตุพร พรหมพันธ์ แกนนำคณะหลอมรวม นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นายใจเพชร กล้าจน แกนนำกองทัพธรรม เดินขบวนให้กำลังใจแพทยสภา กรณีที่ในวันพรุ่งนี้ (12 ม.ย.) จะมีการพิจารณากรณีที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษแพทยสภา มีความเห็นยับยั้ง (วีโต้) มติแพทยสภาเมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ในการลงโทษแพทย์ 3 ราย จากโรงพยาบาล (รพ.) ราชทัณฑ์ และ รพ.ตำรวจ โดยมีการเดินขบวนตั้งแต่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขไปถึงอาคารแพทยสภา

ด้านนายพิชิต เผยว่าวันนี้ตั้งใจมายื่นหนังสือให้กำลังใจแพทยสภาในการตัดสินกรณีรักษาตัวชั้น 14 ของนายทักษิณ กว่า 180 วันซึ่งมีความห่วงใยมาตลอดสองปีที่ผ่านมาว่าขบวนการดำเนินการตรวจสอบไม่ว่าจะเป็นแพทยสภา ปปช.หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนหรือแม้แต่การเคลื่อนไหวของประชาชน สายตาทุกสายตามองมายังที่การประชุมของแพทยสภาเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา สิ่งที่แพทยสภาได้ใช้ข้อเท็จจริงทางสังคมด้วยการบอกว่าไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่านายทักษิณป่วยจริงนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สังคมนำไปสู่ความจริงที่หลายคนตั้งคำถามว่าทักษิณชินวัตรป่วยจริงหรือไม่ ป่วยวิกฤตจริงหรือไม่ เมื่อความจริงปรากฏแก่สังคมขบวนการเปลี่ยนความจริงจึงเกิดขึ้นนายสมศักดิ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกำลังเปลี่ยนความจริงทางสังคมพยายาม เปลี่ยนประเด็นทางสังคม

คณะกรรมการที่นายสมศักดิ์เทพสุทิน ตั้งขึ้นมานั้นมีขบวนการวีโต้ข้อเท็จจริงวีโต้มติของแพทยสภา นำไปสู่การที่แพทยสภาต้องประชุมในวันพรุ่งนี้เพื่อว่ายืนยันคำเดิมหรือไม่ ซึ่งในวันนี้นี้ที่ต้องเดินทางมาเรียกร้องที่กระทรวงสาธารณสุขเนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีตำแหน่งเป็นนายกพิเศษแพทยสภากำลังจะทำให้เกิดการผิดมารยาททางโครงการแพทย์ด้วยการประกาศจะไปนั่งร่วมวงประชุมของแพทยสภาด้วยในวันพรุ่งนี้

มองว่าการไม่เห็นด้วยของมติแพทยสภาแต่กลับไปนั่งในห้องประชุมมองเป็นอื่นไม่ได้ มองเห็นว่านี้คือการพยายามกดดันมติของแพทยสภา ซึ่งกำลังเอาอำนาจทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องทางการแพทย์มันเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขถึงแม้ว่าจะมีตำแหน่งเป็นนายกพิเศษก็แล้วแต่ แต่จรรยาบรรณทางการแพทย์ที่คณะแพทย์คุยกันนั้นความเป็นรัฐมนตรีที่ได้ไม่เห็นด้วยก่อนหน้านี้ควรให้เกียรติคณะแพทยสภาไม่ใช่เข้าไปนั่งการประชุมที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้

ด้านนายชาญชัย เผยว่า มาร่วมแสดงพลังแผ่นดินกับประชาชน ในฐานะที่ตนเคยเป็นผู้ยื่นเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัย เรื่องกรณีชั้น 14 ว่าป่วยจริงหรือไม่ เนื่องจากนายสมศักดิ์เป็นต้นเหตุ ในเรื่องที่มีโต้มติของแพทย์สภาซึ่งตนต้องมาเขียนหนังสือเพื่อจะส่งสัญญาณให้นายสมศักดิ์ เรื่องกรณีที่นายสมศักดิ์ผิดจริยธรรมทางการเมืองคือกรณีที่แพทยสภาส่งเรื่องให้แล้วนายสมศักดิ์วีโต้นั้นวีโต้ในส่วนที่แพทยสภาไม่ได้ส่งให้คือข้อกฎหมายที่ระบุว่ากรมราชทัณฑ์สามารถนำตัวนายทักษิณออกไปได้ซึ่งในข้อกฎหมายนั้นอ้างว่าในอดีตที่นายสมศักดิ์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งออกกฏหมายที่ขัดกัน

ด้านนายจคุพร เผยว่า ตนรู้จักกับเจ้ากระทรวงรองเจ้ากระทรวงผู้ช่วยเจ้ากระทรวงสาธารณสุขเป็นอย่างดีแต่นั้นเป็นเรื่องส่วนตัวเบื้องต้นจะขอบันทึกช่วยจำว่าตอนเกิดพรบนิรโทษกรรมสุดซอยในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตนก็ไม่เห็นด้วย แต่ตนอยากเสริมว่ากระทรวงสาธารณสุขเป็นกระทรวงแรกที่ประกาศไม่ขึ้นต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล เพราะหมอแต่ละโรงพยาบาลหรือกระทรวงเป็นจุดเริ่มต้น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตนเป็นคนบอกกับประชาชนว่าอย่าได้ห้ามรัฐมนตรีเรื่องการยับยั้งมติแพทยสภา เพราะต้นรู้จักธรรมเนียมของพรรคการเมืองนี้หากวีโต้กลับไปพรรคก็จะเจออีโต้

“แต่เพื่อแสดงให้สุดนั้นวันนี้ตนก็ไม่ได้มาห้ามหากจะเข้าไปนั่งในกรรมการแพทยสภาวันพรุ่งนี้ก็เข้าไปนั่งได้เลยแต่ตอนออกมานั้นขอให้หน้าเหลือเกิน 2 นิ้วก็พอ” นายจตุพรกล่าว

นายจตุพรยังกล่าวอีกว่า หากเข้าไปนั่งในแพทยสภาก็รู้ผลอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไรแต่ก็ต้องทำให้เห็นว่าได้พยายามอย่างสุดความสามารถเพราะประเพณีที่นั้นเค้าชอบกันอย่างนี้ทำอย่างเต็มที่แต่หากมองตรงกันข้ามนั้น ประชาชนจะได้ลุกฮือขึ้นตามลำดับทั้งบรรดาแพทย์อาวุโส แพทย์ปัจจุบันล้วนแต่ให้กำลังใจแพทยสภา

ซึ่งภายหลังจากกลุ่มมวลชนได้แถลงข่าวด้านหน้าปลัดสำนักงานกระทรวงสาธารณสุขเสร็จสิ้น ก็ได้เดินขบวนต่อไปไปยังอาคารแพทยสภาเพื่อยื่นหนังสือให้กำลังใจแพทยสภาโดยมี นพ.วันชาติ ศุภจัตุรัส ผู้จัดการสำนักงานเลขาธิการแพทยสภา เป็นผู้รับหนังสือ พร้อมกับเผยว่าขอยืนยันว่าคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการชุดใหญ่ของแพทยสภาซึ่งประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิถึง 70 ราย พร้อมที่จะทำหน้าที่รักษาคุณธรรมและดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายตามพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์มีบัญญัติเอาไว้ว่าถ้าคณะกรรมการชุดใหญ่ของแพทยสภาตัดสินอย่างไรให้รายงานให้กับนายกสภาพิเศษทราบด้วยซึ่งตนได้ทำงานตามหน้าที่และมติของแพทยสภาได้สรุปเอาไว้แล้วว่าเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมาแต่ตามกฏหมายเราก็ต้องทำตามคือเสนอไปทางรัฐมนตรีสาธารณสุขเพื่อให้รับทราบส่วนปฏิกิริยาหรือความเห็นจะเป็นอย่างไรนั้นเป็นสิทธิของรัฐมนตรีและให้นำกลับเข้ามาแจ้งแพทยสภา เพื่อให้แพทยสภานำมตินั้นมาพิจารณาซ้ำว่าสมควรเพียงใดและลงมติในวันที่ 12 มิถุนาเป็นอันเสร็จสิ้น

ตนขอให้เชื่อมั่นการทำงานของแพทยสภาและคณะกรรมการทุกคนว่าเรายึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรมหน้าที่ของแพทยสภาที่จะต้องดูแลแพทย์ทั่วประเทศซึ่งในวันที่ 12 มิถุนาผลจะออกมาอย่างไรก็ต้องติดตามกันตนไม่อาจจะทำนายผลล่วงหน้าได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...