โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ความท้าทายใหม่ของราชาทูน่า ปั้น i-Tail รุกตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 มี.ค. 2565 เวลา 02.02 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2565 เวลา 02.30 น.
ธีรพงศ์ จันศิริ

แม้วิกฤตโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาคธุรกิจทั่วโลก แต่ในอีกด้านหนึ่ง โควิด-19 ก็กลายเป็นโอกาสให้ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ผู้ผลิตอาหารทะเลแช่แข็งแปรรูปของไทย ที่มีฐานการผลิตกระจายทั่วโลก มีรายได้จากยอดขายในปี 2564 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 141,048 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6.5% สามารถทำกำไรได้ถึง 8,013 ล้านบาท “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “ธีรพงศ์ จันศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป

ความท้าทายมีทุกปี

โอมิครอนรอบนี้กระจายเร็ว แต่ไม่รุนแรงมาก TU ผ่านเรื่องนี้มา 2 ปีแล้ว เรามีประสบการณ์มากขึ้น มีการบริหารจัดการเรื่องสุขภาพคนของเราตลอด 2 ปี ไม่มีอะไรต้องห่วง ตอนนี้เรากลับมาเปิดแฟกตอรี่ควอรันทีนในโรงงานพร้อมรองรับผู้ป่วย ฉีดเข็มที่ 3 ให้พนักงานแล้ว 25% น่าจะครอบคลุมได้ทั้งหมด

ส่วนวิกฤตเรื่องรัสเซีย-ยูเครนนั้น ผมมองว่าเหตุการณ์นี้ยังอยู่ในพื้นที่จำกัด ส่วนผลกระทบด้านเศรษฐกิจในเรื่องเงินเฟ้อที่ทุกคนกังวล เห็นว่าถึงแม้ไม่มีเรื่องนี้ก็มีเงินเฟ้ออยู่แล้ว จัดเป็นอุปสรรคและความท้าทายของปีนี้จากการที่ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น สินค้าคอมโมดิตี้ เหล็ก พลาสติกขึ้นหมด

ดังนั้น ปัญหาความท้าทายเกิดขึ้นตลอดเวลา ทั้งเรื่องตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน ค่าระวางเรือสูงขึ้น ทุกปีมีหมด เราอย่าไปตื่นตกใจกับปัญหาเหล่านี้ก็จัดการไป ต้นทุนค่าน้ำมันสูงขึ้นจะดำเนินการอย่างไร เช่น การลดต้นทุน การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตให้ดีขึ้น ใช้พลังงานทดแทน ลดการใช้ทรัพยากร ปรับราคาขายให้เหมาะสม

ระบบอัตโนมัติลดต้นทุนผลิต

ภาพรวมต้นทุนการผลิตของเราปรับขึ้นเฉลี่ยประมาณ 6-7% จากแพ็กเกจจิ้งและค่าขนส่ง ซึ่งปรับขึ้นมาตั้งแต่ปีก่อน ปัจจุบันเรายังโชคดีที่ต้นทุนวัตถุดิบหลักสัดส่วน 60% ยังไม่ได้ปรับขึ้น จะมีปรับในส่วนของแพ็กเกจจิ้งคิดเป็นสัดส่วน 10% โลจิสติกส์สัดส่วน 20% ที่เหลืออีก 10% เป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เริ่มปรับราคามาตั้งแต่ปลายปี โดยสินค้าที่เป็นแบรนด์ของเราปรับขึ้นตามต้นทุนชนิดสินค้า ส่วนสินค้าที่รับจ้างผลิตปรับขึ้นราคาเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง

อีกด้านสิ่งที่ TU ทำก็คือ การลดต้นทุนการผลิต-เพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งทำมาตลอด ตั้งเป้าลดคอสต์ให้ได้ 3% ต่อปี เช่น นำระบบออโตเมชั่นมาใช้แทนแรงงานคน ทุกคลังสินค้าและแวร์เฮาส์ใช้ระบบอัตโนมัติ ใช้เครื่องปอกเปลือกกุ้งแทนคน การคัดไซซ์กุ้งใช้ระบบ visual laser ลงทุนจอยต์เวนเจอร์ทำ flexible packaging ต่อยอดธุรกิจในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ใช้แพ็กเกจจิ้งทำเองประมาณ 50% ในธุรกิจ จนเราสามารถปรับตัวรับกับปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ได้

ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงเบอร์ 1

จะเห็นได้ว่า ธุรกิจหลักของ TU ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็ง อาหารกระป๋อง เราเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและดูแลคอสต์มากขึ้น เพราะการเติบโตด้านรายได้กลุ่มนี้อาจไม่สูงมาก แต่เน้นความสามารถในการทำกำไร ส่วนเรื่องการเติบโตจะไปเน้นธุรกิจใหม่ อย่างเช่น อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารสัตว์ โดยปี 2564 เราสปินออฟบริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลด์ (TMF) เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ปีนี้จะสปินออฟ “อาหารสัตว์เลี้ยง” เข้าตลาดด้วย

โดยจะเป็นการปรับแพลตฟอร์มจากบริษัท สงขลาแคนนิ่ง มาเป็นบริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ i-Tail ตอนนี้อยู่ระหว่างทำ IPO ได้ที่ปรึกษาทางการเงินเรียบร้อยแล้ว และเตรียมที่จะยื่นไฟลิ่งให้กับ ก.ล.ต. คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ และเราจะเป็นบริษัทแรกในประเทศที่ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง 100% สำหรับคนที่สนใจลงทุนในธุรกิจด้านนี้โดยเฉพาะ ตอนนี้กำลังสร้างโรงงานใหม่เพิ่มขึ้นที่มหาชัย สมุทรสาคร จะเสร็จในปลายปีนี้ ทำให้มีกำลังการผลิตเติบโตขึ้นอีก 30%

ปัจจุบัน TU เป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 1 ของไทย แต่เป็นอันดับ 2 ในเอเชีย และเป็นอันดับที่ 15 ของโลก ธุรกิจนี้เติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เราหวังว่าจะรักษาการเติบโต 15% ได้อย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าเราดูภาพรวมการใช้อาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะประเทศเกิดใหม่อย่างประเทศจีน เมื่อคนมีรายได้ดีขึ้น และประชาชนส่วนใหญ่สูงวัย

เรามีนโยบายเป็นผู้รับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงที่ใช้เทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์มาพัฒนาสินค้า เพื่อให้เป็น strategic supplies ให้แบรนด์ชั้นนำทั่วโลก มุ่งขยายการส่งออกไปยังสหรัฐ ยุโรป เอเชีย และตลาดที่มีประชากรสูง อย่างอินโดนีเซีย และอินเดีย จุดแข็งธุรกิจนี้อยู่ที่การผลิต “อาหารแมว” ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 80% และเป็นอาหารเปียก หรือเป็นนิชมาร์เก็ต มีโอกาสเติบโตค่อนข้างสูง

ธุรกิจใหม่กัญชง-แมลงวันหัวทอง

ขณะที่ธุรกิจใหม่ ธุรกิจส่วนผสมในอาหาร (ingredients) ในไตรมาส 4 ปีนี้ โรงงานผลิตโปรตีนไฮโดรไลเสตและคอลลาเจนเปปไทด์ ที่ต่อยอดในกลุ่มนี้จะเสร็จปลายปี ทำให้สัดส่วนรายได้ธุรกิจนี้เติบโตมากขึ้นและเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังต้องรอดูผลหลังจากที่จัดตั้งบริษัท ไทยยูเนี่ยนไลฟ์ ไซแอนด์ นำเข้าและจำหน่ายทูน่าออยล์ แคลเซียม คอลลาเจน ภายใต้แบรนด์ “ZEVITA” เข้าสู่ตลาดแบบ B2C ว่าเป็นอย่างไร รวมถึงผลสำเร็จการร่วมลงทุนในเชิงกลยุทธ์จากการทำจอยต์เวนเจอร์ เช่น ร่วมกับไทยเบฟฯผลิตฟังก์ชั่นนอลเบฟเวอเรจวางตลาดแล้ว

การลงทุนร่วมกับบริษัท RBF เตรียมออกผลิตภัณฑ์ “กัญชง” ในไตรมาส 1 การทำตลาดโปรตีนทางเลือกแบรนด์ OMG ให้ถึง 1,000 ล้านบาท การลุยคอร์ปอเรตเวนเจอร์ฟันด์ยังเน้นลงทุนใน deep food tech เพื่อหาโอกาสต่อยอดจากเทรนด์ต่าง ๆ ซึ่งปีนี้การลงทุนผลิตโปรตีนจากแมลงวันหัวทอง กับสตาร์ตอัพจากอิสราเอลชื่อ “ไฟสปาร์ค” นั้น โรงงานผลิต จ.เพชรบุรี จะเสร็จปลายปีนี้ จะเป็นโชว์เคสของนวัตกรรมนี้ในประเทศไทย เท่ากับตอนนี้ TU ใช้ประโยชน์จากทูน่าเต็ม 100% แต่ตอนนี้การพัฒนาอินกรีเดียนต์นิวทริชั่น ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มที่เพิ่มเข้ามาหลายเท่าตัว

เพิ่มความสามารถในการทำกำไร

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ TU วางงบประมาณลงทุนไว้ที่ 6,000 ล้านบาท แต่จะเน้นลงทุนในธุรกิจที่มีกำไรสูง ในรูปแบบการทำจอยต์เวนเจอร์ ธุรกิจใหม่ ขนาดการลงทุนไม่ได้ใหญ่มาก ในวันนี้ TU ไม่ได้เน้นเรื่องการเติบโตยอดขายเป็นหลัก เราตั้งเป้าปีนี้จะเติบโต 5% แต่เน้นเพิ่มความสามารถในการทำกำไร ซึ่งเป็นแนวทางที่ทำมาตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา เห็นได้ชัดมากจากในอดีต gross profit margin อยู่ที่ 15% ปี 2021 สูงกว่า 18%

เป้าหมายคือเข้าสู่ระดับ 20% ภายในปี 2025 (2568) เช่นเดียวกับ EBITDA ตั้งเป้าให้ถึง 450-550 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งปีที่แล้วทำไปถึงเกือบประมาณ 500 ล้านเหรียญแล้ว ไม่เพียงยอดขายกำไรเติบโต แต่สัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นค่อนข้างเข้มแข็งมาก ยังต่ำกว่า 1 เท่า ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราค่อนข้างภูมิใจที่สามารถปันผลสูงสุดตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้ค่อนข้างดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...