โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“หุ้นไทยไซส์กลาง-เล็ก” ผลตอบแทนจัดจ้าน...ต้องไม่ลืม “TMSRMF-B” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 01.44 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2565 เวลา 23.33 น. • Wealth Guy

กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns)’ ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” นั่นเอง
ในครั้งนี้ เป็นกองทุนหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก (Equity Small – Mid Cap)” และยังเป็น “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” ซึ่งตามตำราว่าไว้…ผลตอบแทนคาดหวัง (Expected Return) ย่อมมากับความเสี่ยง
เมื่อ ‘กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก’ มีความเสี่ยงหรือความผันผวนมากกว่า ‘หุ้นขนาดใหญ่’ ในระยะยาวผลตอบแทนเฉลี่ยของหุ้นกลุ่มนี้ก็น่าจะเติบโตได้ดีกว่าด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเป้าหมายการเงินในระยะยาวนั่นเอง
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะขอยกตัวอย่างกองทุนใน “กลุ่ม RMF”ที่น่าสนใจ มาแบ่งปันข้อมูลให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่กำลังสนใจกันในครั้งนี้

“หุ้นไทย-กลางและเล็ก” ผลตอบแทน Outperform หุ้นใหญ่…ตลาดย่อ “จังหวะลงทุน” หวังผลระยะยาว

เข้าปีเสือมาท่ามกลางปัจจัยลบสารพัด ตั้งแต่ “ธนาคารกลางสหรัฐ” เตรียมเข้มงวดนโยบายการเงิน แต่ก็แทงกั๊กไว้หลายไม้ในเรื่องของขนาดของการขึ้นดอกเบี้ย ตลอดจนจังหวะในการปรับลดงบดุล (QT) แค่นี้ก็ทำตลาดการลงทุนทั่วโลกปั่นป่วนกันจนหัวหมุนพออยู่แล้ว
“เหมือนสมการอาภัพซับซ้อนหลายตัวแปรที่แก้ไม่ได้สักที ความวัวยังไม่ทันหาย…ความควายก็เข้ามาแทรกซะงั้น กับสงครามสะท้านยุทธภพระหว่าง ‘ยูเครน-รัสเซีย’ นั่นเอง ยิ่งเขย่าจังหวะการลงทุนในตลาดการเงินโลกให้ผันผวนหนักหนาสาหัสไปกว่าเดิม”
แต่นี่กลับเป็น “จังหวะลงทุนที่ดี” ใน “ตลาดหุ้นไทย” …
สะท้อนภาพการเข้าซื้อสุทธิของ “ต่างชาติ” ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 4 มี.ค. 22) ยังมากถึง 8.34 หมื่นล้านบาท และยังคาดว่ามีโมเมนตัมต่อเนื่อง
โดยกลุ่ม “หุ้นขนาดกลาง-เล็ก” ยังเป็นดาวเด่นของหุ้นไทยในช่วง 3 ปีกว่าที่ผ่านมา กินขาดตลาดหุ้นรวมต่อเนื่อง โดยผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 44.16% (SET =9.89%), 3 ปี 46.51% (SET = 3.33%) และ 5 ปี 8.30% (SET = 8.29%)
และยังเป็นกลุ่มหุ้นเป้าหมายการลงทุนระยะยาวได้อย่างไม่ต้องสงสัย…ตามหลัก High Risk-High Expected Return” นั่นเอง!!!

TMSRMF-B”-กองทุนเปิด ทิสโก้ Mid/Small Cap อิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดหน่วยลงทุน B

โดยกองทุนที่เราได้หยิบยกขึ้นมานั้น มีชื่อว่า “กองทุนเปิด ทิสโก้ Mid/Small Cap อิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดหน่วยลงทุน B” หรือ “TMSRMF-B” ที่เป็นหนึ่งกองทุนภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด’ และยังเป็นกองทุนที่ติดอันดับ “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.พ. 65) ด้วยเช่นกัน
สำหรับรายละเอียดของ TMSRMF-Bได้ถูกจัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 13 กันยายน 2559 จนถึงปัจจุบันก็นับเป็นเวลาราวๆ 6 ปี ซึ่งมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 14,025,104 บาท และมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 17.62 บาทต่อหน่วย(ข้อมูล ณ วันที่ 2 มีนาคม 2565)
“ในส่วนของนโยบายของลงทุนของกองทุนจะเป็นลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นหลัก แต่จะคัดสรรหุ้นของบริษัทจดทะเบียนทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง และมีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจ โดยจะเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นหลัก”
โดยกองทุนนี้เป็น “หน่วยลงทุนชนิด B” หมายถึง ผู้ลงทุนที่ซื้อหน่วยลงทุนผ่านบริษัทจัดการ โดยการมอบอำนาจให้บริษัทนายจ้างทำหน้าที่ในการส่งคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนตามความประสงค์ของผู้ลงทุน และนำส่งเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนให้แก่บริษัทจัดการตามวิธีการที่บริษัทจัดการกำหนดให้นั่นเอง

พอร์ตสไตล์ “หุ้นเล็ก”…ส่วนผสมระหว่าง ‘หุ้นเติบโต’ และ ‘หุ้นคุณค่า’

สำหรับบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่กองทุนได้ตีความหมายออกมานั้น จะต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ไม่เกิน 80,000 ล้านบาท ณ วันทำการก่อนหน้าวันที่กองทุนลงทุน
“แต่อย่างไรก็ดี หากว่าในเวลาต่อมามูลค่าตลาดของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กเติบโตเกินกว่าหลักเกณฑ์ที่กองทุนกำหนดไว้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทดังกล่าวต่อไปได้และไม่ถือว่าเป็นการผิดนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือพูดง่ายก็คือ ขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้จัดการกองทุน”
โดยสไตล์ของกอง TMSRMF นั้น จะมีบุคลิกของหุ้นในพอร์ตเป็น “หุ้นขนาดเล็ก” ที่มีส่วนผสมทั้ง ‘หุ้นเติบโต’และ ‘หุ้นคุณค่า’อย่างลงตัว สะท้อนผ่านหุ้นในพอร์ต 5 อันดับแรก (ณ วันที่ 31 ม.ค. 22) ได้แก่ SABINA 5.49%, TQM 4.99%, SIS 4.38%, WORK 4.23% และ SYNEX 3.92%”

TMSRMF” ลุยหุ้นไทยคุณภาพไซส์กลาง-เล็ก…โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ตั้งกองทุนกว่า 8 ปี 11.43% ต่อปี

ทั้งนี้กลุ่มอุตสาหกรรมของกอง TMSRMF-Bที่ลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก จะประกอบไปด้วย
-พาณิชย์ 11.50%
-เงินทุนและหลักทรัพย์ 9.24%
-สื่อและสิ่งพิมพ์ 8.35%
-เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 8.30%
-ประกันภัยและประกันชีวิต 6.82%

“หลายคนอาจจมีความสงสัยว่า TMSRMF-Bจะมีผลการดำเนินงานในระยะยาวที่ดีเพียงใด ทางก็ได้รวบรวมข้อมูลตั้งแต่จัดตั้งกอง (ณ วันที่ 31 ม.ค. 65) มีผลการดำเนินงานเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 12.92% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 5.96%) อย่างไรก็ดีตั้งแต่จัดตั้งกองเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -48.72%”

ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกและครั้งถัดไป “ไม่กำหนด”

โดยจุดเด่นของกองทุนดังกล่าว อีกหนึ่งอย่างก็คือเงื่อนไขการซื้อครั้งแรกและการซื้อครั้งถัดไปอยู่ที่สามารถให้ผู้ลงทุนสามารถทำได้อย่างอิสระโดย “ไม่มีการกำหนดตัวเงินขั้นต่ำแต่อย่างใด” ซึ่งรวมไปถึงการขายด้วยเช่นกัน แต่ยังมีเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 4 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+4)
สำหรับรายละเอียดการซื้อขายถ้าไม่พูดถึงช่องทางการลงทุนก็เป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้โดยสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาและผู้สนับสนุนการขายหรือผู้รับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่บริษัทจัดตั้งขึ้นหรือช่องทางออนไลน์อย่าง แอพพลิเคชั่น TISCO My Funds
“การจะเริ่มลงทุนในกองทุนที่มีอยู่หลากหลายสินทรัพย์นั้น ‘กองทุนรวมหุ้นไทย’ ก็ถือเป็นสินทรัพย์ที่ใกล้ตัวและสามารถเริ่มทำความเข้าใจได้ไม่ยากนัก โดยเฉพาะหุ้น ‘ไซส์กลาง-เล็ก’ที่มีความจัดจ้าน จึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง และอาจจะไม่มีเวลามาติดตามข่าวสารเพื่อปรับพอร์ตการลงทุนให้เข้ากับสถานการณ์ แต่ก็อยากได้ผลตอบแทนแบบ ‘หุ้นสายซิ่ง’ ยิ่งทำให้บทบาทอย่างกองทุนรวมเป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...