นักวิเคราะห์เตือน Bitcoin อาจเจอการปรับฐาน 20% ก่อนทำสถิติสูงสุดใหม่
นักวิเคราะห์เตือน Bitcoin อาจเจอการปรับฐาน 20% ก่อนทำสถิติสูงสุดใหม่
นักวิเคราะห์ตลาดชื่อดัง Jordi Visser เตือนว่าสำหรับผู้ที่หวังว่า Bitcoin (BTC) จะวิ่งทำจุดสูงสุดใหม่แบบตรงไปตรงมา อาจต้องเตรียมใจ เพราะเส้นทางดังกล่าวเต็มไปด้วยการ “ย่อแรง” หรือการปรับฐานกว่า 20% หลายครั้ง แม้ว่าไตรมาส 4 โดยปกติจะเป็นช่วงที่ราคาคริปโตมักปรับตัวดี แต่ก็อาจมีการย่อตัวแรงเกิดขึ้นได้เช่นกัน
Visser เปรียบเทียบ Bitcoin กับ Nvidia บริษัทผู้ผลิตชิปประสิทธิภาพสูงที่ขึ้นแท่นเป็นบริษัทจดทะเบียนมีมูลค่ามากที่สุดในโลก และเพิ่งสร้างประวัติศาสตร์แตะมูลค่าตลาด $4 ล้านล้านเหรียญ เขาชี้ว่า Nvidia แม้จะพุ่งขึ้นกว่า 1,000% ตั้งแต่การเปิดตัว ChatGPT ในช่วงไม่ถึง 3 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ผ่านการปรับฐานกว่า 20% ถึง 5 ครั้ง ก่อนที่จะกลับขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ ซึ่ง Bitcoin เองก็มีแนวโน้มที่จะเดินเส้นทางเดียวกัน
AI กำลังกลืนโลกธุรกิจ และ Bitcoin คือที่เก็บมูลค่าที่แท้จริง
Visser เชื่อว่าเมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) เริ่มเข้ามาแทนแรงงานมนุษย์ในหลายภาคส่วน จะทำให้บริษัทดั้งเดิมถูกกัดกร่อนและหุ้นเริ่มสูญเสียความน่าสนใจ นักลงทุนจึงจะหันไปมองหาแหล่งเก็บมูลค่าที่มั่นคงกว่า ซึ่งในยุคดิจิทัลนั้น Bitcoin จะเป็น “ที่เก็บมูลค่าที่ดีที่สุด” และทำหน้าที่แทนทองคำในโลกใหม่ได้
ความกังวลต่อการเคลื่อนไหวที่ชะลอตัวของ Bitcoin
ในขณะที่ทองคำและหุ้นหลายดัชนีทำสถิติสูงสุดใหม่ ราคาของ Bitcoin กลับยังคงนิ่งใกล้ระดับ $110,000 ลดลงราว 11% จากจุดสูงสุดที่เคยทำได้กว่า $123,000 นักลงทุนบางส่วนเชื่อว่าการพักฐานครั้งนี้เป็นเพียงชั่วคราว และ BTC อาจพุ่งไปถึง $140,000 ได้ในไตรมาส 4 แต่ก็มีอีกกลุ่มที่กังวลว่าการร่วงนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของตลาดหมีรอบใหม่ ซึ่งอาจกดราคาลงไปถึง $60,000
อุปสรรคด้านกฎระเบียบและความล่าช้าของนโยบายรัฐ
อีกหนึ่งปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นของตลาดคือประเด็นด้านกฎระเบียบ รวมถึงการที่สหรัฐฯ ยังไม่มีความคืบหน้าในการจัดตั้งกองทุนสำรอง Bitcoin (Bitcoin Strategic Reserve) ที่หลายฝ่ายคาดหวังว่าจะเกิดขึ้น โดยแผนเดิมคาดว่ารัฐบาลจะเข้าซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่องเพื่อสะสมเป็นทุนสำรองแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นแรงขับสำคัญต่อราคาในปี 2025 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีสัญญาณความคืบหน้า ทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มปรับมุมมองอย่างระมัดระวังมากขึ้น
สรุป
เส้นทางของ Bitcoin ไปสู่การทำจุดสูงสุดใหม่ยังเต็มไปด้วยความผันผวน การเปรียบเทียบกับ Nvidia แสดงให้เห็นว่าการขึ้นครั้งใหญ่ไม่เคยเรียบง่าย แต่ต้องผ่านการย่อแรงหลายรอบ นักลงทุนจึงควรเตรียมใจรับความผันผวน ขณะเดียวกันกระแสของ AI และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจโลก อาจเป็นตัวผลักดันสำคัญให้ Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์ที่โดดเด่นที่สุดในยุคดิจิทัล
อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/btc-corrections-before-new-all-time-highs
CEO ARK Invest ยก Hyperliquid เหมือน Solana ยุคแรก จับตาเป็น “ดาวรุ่งใหม่”
Cathie Wood ซีอีโอของ ARK Invest ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับ Hyperliquid โดยเปรียบว่าโปรเจกต์นี้มีความน่าตื่นเต้นและคล้ายกับสิ่งที่ Solana เคยเป็นในช่วงแรก ๆ เธอกล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ในรายการ Master Investor Podcast ว่า:
“มันน่าตื่นเต้นมาก มันทำให้ฉันนึกถึง Solana ในยุคแรก ๆ และ Solana ก็พิสูจน์แล้วว่ามีคุณค่า และก้าวขึ้นไปอยู่ในกลุ่มเบอร์ใหญ่ได้จริง”
พอร์ตของ ARK Invest และบทบาทของ Solana
ปัจจุบัน ARK Invest มีการลงทุนหลักในคริปโตอยู่ 3 สินทรัพย์สำคัญ ได้แก่ Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH) และ Solana (SOL) โดยการถือ Solana ของกองทุนมาจากการลงทุนใน Breera Sports ซึ่งเชื่อมโยงกับคลังของ Solana และได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนในตะวันออกกลาง อีกทั้งยังมีความเชื่อมโยงผ่านการให้คำปรึกษาจากนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง Art Laffer
แม้ว่า Wood จะยังไม่ได้ยืนยันว่า ARK มีการลงทุนตรงใน Hyperliquid หรือไม่ แต่เธอยืนยันว่าโปรโตคอลนี้เป็นสิ่งที่ควรจับตามอง โดยเฉพาะในช่วงที่การแข่งขันของตลาด perpetual futures DEXs เริ่มดุเดือด หลังจาก Aster เปิดตัวโทเคนเมื่อต้นเดือนและมียอดเทรดรวมถึง Open Interest แซงหน้า Hyperliquid ไปแล้ว
Bitcoin คือ “คริปโตที่แท้จริง”
แม้จะมีโทเคนใหม่ ๆ เกิดขึ้นจำนวนมาก แต่ Cathie Wood เชื่อว่าอนาคตของวงการคริปโตจะถูกครอบครองโดยเครือข่ายใหญ่เพียงไม่กี่ราย เธอกล่าวว่า:
“เราคิดว่าจะมีคริปโตอยู่ไม่กี่สกุลเท่านั้น และ Bitcoin คือผู้ครองพื้นที่นี้เมื่อพูดถึง cryptocurrency ที่แท้จริง”
ในมุมของ Wood บทบาทของ Ethereum คือการเป็นแกนกลางของโลก DeFi ส่วน Bitcoin เป็นระบบการเงินที่แท้จริง ด้วยคุณสมบัติเรื่อง อุปทานที่จำกัดและความแข็งแกร่ง เธอยังยอมรับว่ามีความสำคัญของ Stablecoin ที่เพิ่มขึ้น แต่ย้ำว่า BTC ยังคงเป็นหัวใจหลักของวิสัยทัศน์การลงทุนระยะยาวของ ARK
นอกจากนี้ ARK ยังถือสินทรัพย์บางส่วนอย่าง Uniswap และโปรโตคอลที่เกี่ยวข้องกับ Solana แต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อย โดยเธอย้ำว่าแกนหลักของการลงทุนยังคงแคบและชัดเจน “ถ้าพูดถึงตัวใหญ่จริง ๆ ตอนนี้ก็ยังเป็นสามเสาหลัก Bitcoin, Ethereum, และ Solana”
การเติบโตของ DEX และการแข่งขันกับ CEXs
กระแสการใช้งาน Decentralized Exchanges (DEXs) กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มนักเทรดรายย่อยและกึ่งมืออาชีพ (quants) สาเหตุหลักมาจากแรงจูงใจอย่าง airdrop, ค่าธรรมเนียมต่ำ และความเร็วในการส่งคำสั่ง
อย่างไรก็ตาม สถาบันการเงินขนาดใหญ่ยังคงพึ่งพา Centralized Exchanges (CEXs) เนื่องจากมีบริการด้านการแปลงสกุลเงิน (fiat access), การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (compliance) และการให้บริการนายหน้า (brokerage support) แต่ช่องว่างด้านประสิทธิภาพระหว่าง DEX และ CEX กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง โดย DEX แบบ order-book เช่น Hyperliquid และ dYdX v4 เริ่มมีความเร็วและสภาพคล่องใกล้เคียงกับ CEX ชั้นนำแล้ว
สรุป
คำพูดของ Cathie Wood ทำให้ Hyperliquid กลายเป็นโปรเจกต์ที่น่าจับตามองในสายตานักลงทุน โดยเธอมองเห็นความคล้ายคลึงกับ Solana ในยุคบุกเบิก แม้ปัจจุบัน ARK จะยังคงโฟกัสเพียง 3 สินทรัพย์หลักคือ Bitcoin, Ethereum และ Solana แต่การขยายตัวของ DEXs อย่าง Hyperliquid กำลังสะท้อนถึงอนาคตที่วงการคริปโตอาจไม่ได้ผูกขาดอยู่แค่ CEX อีกต่อไป
อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/cathie-wood-hyperliquid-solana-comparison
Adam Livingston เผย: Bitcoin มนต์ขลังของ Sound Money ที่อาจเปลี่ยนทิศทางอารยธรรมมนุษย์
Adam Livingston ผู้เขียนและนักวิจารณ์ด้านเศรษฐกิจ อธิบายว่า Bitcoin ซึ่งเป็นเงินตราดิจิทัลที่มีอุปทานจำกัดแบบถาวร มีความเป็นกลาง และไร้ศูนย์กลาง สามารถช่วยลดการเกิดสงครามได้ เพราะมันทำลายกลไกสำคัญที่รัฐใช้มานานในการทำสงคราม นั่นคือ การพิมพ์เงินไม่จำกัดเพื่อนำไปใช้เป็นงบประมาณทางทหาร โดยเงินเฟ้อกลายเป็น “ภาษีลับ” ที่ประชาชนถูกบังคับให้จ่ายโดยไม่รู้ตัว
Livingston ยกตัวอย่างประวัติศาสตร์หลายครั้งที่การเงินแบบ Fiat (เงินกระดาษ) ถูกนำมาใช้เพื่อขับเคลื่อนสงครามที่ยืดเยื้อ เช่น:
- สงครามโลกในศตวรรษที่ 20 ที่เกิดขึ้นพร้อมการเติบโตของระบบธนาคารกลางและการล่มสลายของมาตรฐานทองคำ ซึ่งทำให้รัฐบาลสามารถพิมพ์เงินเพื่อทำสงครามได้โดยไม่ต้องเก็บภาษีตรงจากประชาชน
- ราชวงศ์ซ่งในจีน (ศตวรรษที่ 13) ที่เงินกระดาษล่มสลายเพราะรัฐใช้เกินกำลังเพื่อทำสงคราม
- การล่มของ Assignats ในฝรั่งเศส (ศตวรรษที่ 18) ที่ถูกพิมพ์เกินมูลค่าเพื่อใช้ในสงคราม จนเกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรง
มูลค่าดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงกว่า 90% นับตั้งแต่ปี 1913 เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อ ที่มา: BitBo
เขากล่าวชัดว่า:
“อำนาจทางการเงินคืออำนาจทางการเมือง รัฐบาลที่สามารถกดปุ่มพิมพ์เงินได้เพียงไม่กี่ครั้ง ย่อมมีศักยภาพในการสร้างความรุนแรงไกลเกินกว่าที่ประชาชนจะเคยยอมรับได้ หากพวกเขาถูกเก็บภาษีโดยตรง เงินเฟ้อจึงเป็นหุ้นส่วนเงียบของสงครามสมัยใหม่ทุกครั้ง”
Bitcoin กับบทบาทการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคม
แนวคิด “Sound Money” หรือเงินที่มั่นคงมีอุปทานจำกัด เช่น Bitcoin ถูกมองว่าจะเป็นพลังในการแยกอำนาจการเงินออกจากรัฐ ซึ่งจะเปลี่ยนเส้นทางของอารยธรรมมนุษย์ในแบบเดียวกับการถือกำเนิดของ แท่นพิมพ์ (Printing Press) ที่เคยเปลี่ยนแปลงโลกมาแล้ว
การใช้มาตรฐาน Bitcoin (Bitcoin Standard) จะช่วยกระตุ้นให้เกิด:
- นวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ
- ความร่วมมือในสังคม (social cohesion)
- การสร้างสรรค์งานศิลปะ
- การเพิ่มเสรีภาพของมนุษย์
มุมมองจาก Saifedean Ammous: แก้เงิน = แก้โลก
Saifedean Ammous ผู้เขียนหนังสือ The Bitcoin Standard อธิบายว่า สื่อกลางทางการเงินในอดีตล้วนมีข้อบกพร่อง เช่น ทองคำที่นำไปสู่การรวมศูนย์ หรือเงินกระดาษที่ถูกพิมพ์เกินและทำหน้าที่เก็บมูลค่าได้แย่
โดยเฉพาะเงินกระดาษ ทุกครั้งที่รัฐพิมพ์เงินเพิ่มเพื่อใช้จ่าย นั่นหมายถึงการขโมยมูลค่าในอนาคตจากประชาชนโดยตรง ทำให้เกิดผลกระทบในระดับลึก ตั้งแต่การใช้ชีวิตครอบครัว ไปจนถึงการที่คนลดการออมเพื่ออนาคต
Ammous ชี้ว่า:
- สังคมที่ใช้เงินไม่มั่นคง จะ “ลดค่าของอนาคต” (discount the future) ไม่เน้นการออม แต่หันไปใช้จ่ายหรือเสี่ยงเก็งกำไรระยะสั้นแทน
- สังคมที่มี Sound Money อย่าง Bitcoin จะเน้นการสร้างทุนทางอารยธรรม การลงทุนระยะยาว และการคิดค้นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกได้จริง
สรุป
บทความนี้ตอกย้ำว่า Bitcoin ไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการลงทุนเท่านั้น แต่ยังมี “กรณีทางศีลธรรม” (Moral Case) ที่อาจช่วยหยุดวงจรสงครามโลกได้ หากมนุษย์ย้ายไปใช้มาตรฐานเงินที่ไม่ถูกควบคุมโดยรัฐและไม่สามารถพิมพ์ออกมาได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/bitcoin-moral-case-stop-war-machine