โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ทำความรู้จัก ONSENS น้องใหม่สุดฮอต! รับดีมานด์ Wellness & Spa โต จ่อลงเทรด 7 ต.ค.นี้

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 05 ต.ค. 2568 เวลา 00.14 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. 2568 เวลา 00.14 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)หรือ ONSENS ผู้ให้บริการออนเซ็นและสปาเพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ “ยูโนะโมริ ออนเซ็น แอนด์ สปา”และ “คลาย สปา”รวมถึงแบรนด์น้องใหม่ไซส์เล็กอย่าง “พัก” เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 7 ตุลาคม 2568 กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดธุรกิจการท่องเที่ยวและสันทนาการ

โดยบริษัทได้ดำเนินการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 80 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26.67 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดหลังการเพิ่มทุน แบ่งเป็นหุ้นเสนอขายให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานจำนวน 8 ล้านหุ้น และเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปจำนวน 72 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 2.05 บาท รวมมูลค่าการระดมทุนทั้งสิ้น 164 ล้านบาท

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุน 164 ล้านบาท บริษัทแบ่งใช้เป็น 3 ก้อน ได้แก่ 1.ใช้เป็นเงินลงทุนในในโครงการ Social Wellness Hotel and Spa ทองหล่อในส่วนพื้นที่สำหรับให้บริการออนเซ็นและสปา และพื้นที่เชิงพาณิชย์สำหรับให้เช่าร้านค้า จำนวน 120 ล้านบาท, 2.ชำระคืนเงินกู้ยืมกับสถาบันการเงิน จำนวน 10 ล้านบาท และ 3.ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ จำนวน 17.78 ล้านบาท พร้อมกันนี้ บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิจากงบเฉพาะกิจการภายหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท

นายสมิทธิ์ เมฆอรุณกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ONSENS เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจให้บริการออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นและสปาครบวงจรในประเทศไทยมากว่า 13 ปี ภายใต้แบรนด์ Yunomori Onsen & Spa และยังเตรียมขยายแบรนด์ใหม่เพิ่มเติมเช่น Klai และ Pak Massage เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายกลุ่ม

โดยแบรนด์ Yunomoriเป็นผู้ให้บริการออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นแห่งแรกของประเทศไทยในรูปแบบ Day Pass (1 วันราคา 650 บาท)มีความโดดเด่นด้วยประเภทบ่อออนเซ็นที่มีความหลากหลายสำหรับให้บริการแก่ลูกค้าไม่ว่าจะเป็นบ่อยูโนะโมริซิกเนเจอร์ บ่อน้ำร้อนธรรมชาติ บ่อน้ำวน บ่อซิลค์บาธ บ่อบับเบิ้ลบาธ บ่อน้ำเย็นซึ่งแต่ละบ่อจะมีคุณสมบัติในการช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่แตกต่างกันเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้า ปัจจุบัน Yunomori มีสาขาจำนวน 4 สาขา แบ่งเป็น สาขาในประเทศไทย 3 สาขา ได้แก่ สาขาสุขุมวิท 26, สาขาสาทร 10 และสาขาพัทยา และสาขาในประเทศสิงคโปร์จำนวน 1 สาขา

ส่วนแบรนด์ KLAIจะให้บริการเฉพาะบริการสปาในรูปแบบเดย์สปา (Day Spa) ที่เน้นการนวดเพื่อสุขภาพโดยนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทยผ่านการนวดผ่อนคลายด้วยการยืดดัดส่วนต่างๆ ของร่างกายภายใต้แนวคิด “Exotic & Friendly”โดยบริษัทฯ ได้เปิดให้บริการสปาแบรนด์ KLAI สาขาแรกซึ่งเป็นสาขา Flagship Store ที่ย่านเยาวราช เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2567

ขณะที่ธุรกิจอื่น ได้แก่ 1.ธุรกิจจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มภายใต้ชื่อร้าน “Happy Rice”ซึ่งเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โฮมเมดตั้งอยู่ในสาขาของ Yunomori ทุกสาขา เพื่อรองรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการออนเซ็นหรือสปาเป็นหลัก และ 2.ธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ

ประเภทของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ชุดยูกาตะ,ผ้าพันคอ,ร่ม,กระติกน้ำ,แก้วกาแฟ และ หมอน ที่ออกแบบร่วมกับศิลปินที่มีชื่อเสียง (Collaboration) เพื่อให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์สวยงาม และสามารถนำมาใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

ขณะที่ผลการดำเนินงานในปี 2568 ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากภาวะท่องเที่ยวและกำลังซื้อที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลการดำเนินงานจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3 และจะพีกสุดในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นไฮซีซั่นของธุรกิจ โดยฐานลูกค้าหลักยังเป็นตลาดในประเทศประมาณ 65–70% ชาวต่างชาติราว 30% ซึ่งแม้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงราวหนึ่งในสาม แต่ผลกระทบต่อรายได้รวมของบริษัทมีจำกัด (ราว 2–2.5%) น้อยมากเมื่อเทียบกับผู้ประกอบธุรกิจในรูปแบบเดียวกัน

นายสมิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทมีเป้าหมายขยายสาขาภายใต้แบรนด์ KLAI และ PAK เพิ่มอีก 7 แห่งภายในปี 2570 เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าใหม่และครอบคลุมฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น อีกทั้งบริษัทยังมีจุดแข็งในเรื่องของฐานลูกค้าคนไทยที่แข็งแกร่ง รวมถึงทำเลที่ตั้งของแต่ละสาขาที่อยู่ในพื้นที่ของแหล่งท่องเที่ยว

นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน เปิดเผยว่า ONSENS ถือเป็นผู้บุกเบิกการให้บริการออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นและสปาครบวงจรในประเทศไทยมากว่า 13 ปี มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีเกือบร้อยละ 19 และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ในระดับสูงที่ร้อยละ 40-45 อีกทั้งมีฐานะการเงินมั่นคง โดยมีอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพียง 0.3 เท่า

นอกจากนี้กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมกว่า 99% ได้แสดงเจตจำนงสมัครใจที่จะไม่จำหน่ายหุ้นเพิ่มเติมนอกเหนือจากข้อกำหนด Silent Period ของตลาดหลักทรัพย์ เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนว่าการลงทุนใน ONSENS เป็นการลงทุนระยะยาวบนพื้นฐานธุรกิจที่มั่นคง

ล่าสุด ONSENSได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากนักลงทุนในการจองซื้อหุ้นไอพีโอเนื่องจากเป็นหุ้นเมกะเทรนด์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาสุขภาพ นอกจากนี้ยังเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานทางการเงินแข็งแกร่ง เป็นธุรกิจที่มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่สูง ประกอบกับศักยภาพการทำกำไรสูง จากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งธุรกิจของบริษัทยังมีโอกาสเติบโตที่ชัดเจน จากแผนขยายธุรกิจ-ฐานลูกค้าภายหลังการระดมทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...