โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

โอ้แม่เจ้า! นักวิทย์ญี่ปุ่นคิดค้น'ทีวีลิ้นสัมผัส'รับรู้รสชาติอาหารได้

แนวหน้า

เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2564 เวลา 17.00 น.

นักวิทย์ญี่ปุ่นคิดค้น"ทีวีลิ้นสัมผัส"รับรู้รสชาติอาหารได้ แม้ร้านนั้นจะอยู่อีกฟากหนึ่งของโลก

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2564 สำนักข่าวรอยเตอร์ เสนอข่าว Tasty TV: Japanese professor creates flavourful screen ว่า ศ.โฮเมอิ มิยาชิตะ (Prof.Homei Miyashita) นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเมจิ กรุงโตเกียว ได้พัฒนาต้นแบบโทรทัศน์ที่จะมอบ "สัมผัสแห่งการรับรส" กับผู้รับชม ซึ่งโทรทัศน์เครื่องนี้ถูกเรียกว่า "ทีวีมีรสชาติ (Taste the TV)" ทำงานโดยใช้ถังเก็บรสชาติ 10 แบบที่หมุนได้ และรสชาติเหล่านั้นจะกลิ้งอยู่บนแผ่นฟิล์มที่ถูกสุขอนามัยเพื่อให้ผู้ชมได้ลิ้มลอง

ศ.มิยาชิตะ เล่าว่า ตนต้องการให้ผู้คนได้สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารในร้านอาหารแม้ร้านนั้นจะอยู่อีกฟากหนึ่งของโลกก็ตาม โดยที่คนคนนั้นยังอยู่ที่บ้าน ซึ่งในยุคที่มีสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 แบบนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยปรับปรุงวิธีที่ผู้คนจะเชื่อมต่อและโต้ตอบกับโลกภายนอก โดยตนร่วมกับนักศึกษาประมาณ 30 คน ช่วยกันประดิษฐ์อุปกรณ์ที่ทำให้สัมผัสได้ภึงรสชาติหลากหลาย รวมถึงส้อมที่ทำให้รสชาติอาหารเข้มข้นขึ้น โดยหากทำขายในเชิงพาณิชย์ ชุดโทรทัศน์นี้จะมีต้นทุนอยู่ที่เครื่องละ 1 แสนเยน หรือราว 30,000 บาท

รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า โทรทัศน์เครื่องนี้อาจนำไปช่วยสนับสนุนการเรียนการสอนทางไกลในวิชาการทำอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่ง ศ.มิยาชิตะ เปิดเผยว่า ตนได้พูดคุยกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องถึงการนำเทคโนโลยีของตนไปใช้ เช่น รสชาติของพิซซ่า หรือช็อกโกแลตที่นำมาทาขนมปังปิ้ง และในอนาคตยังหวังจะสร้างแอปพลิเคชั่นเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดเพื่อเพลิดเพลินกับรสชาติอาหารจากทุกมุมโลกได้

ขณะที่นักศึกษาคนหนึ่งสาธิตการใช้งานด้วยการสั่งช็อกโกแลตผ่านหน้าจอ จากนั้นระบบจะทวนคำสั่งแล้วก็ฉีดรสชาติที่ต้องการลงบนแผ่นพลาสติก เมื่อลองใช้ลิ้นสัมผัสที่หน้าจอ นักศึกษารายนี้บอกว่ารสชาติเหมือนซอสที่ทำจากช็อกโกแลต และมันเหมือนกับช็อกโกแลตนม

- 006

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...