โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ธปท.ตีกรอบแบงก์ทำธุรกิจ “สินทรัพย์ดิจิทัล” คุมเข้มถึงบริษัทลูก-สกัดปล่อยกู้ลงทุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ต.ค. 2565 เวลา 03.17 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2565 เวลา 23.21 น.

ธปท.ตีกรอบห้ามแบงก์ทำธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง คุมถึง “บริษัทแม่-ลูก” กลุ่มธุรกิจการเงิน ห้ามเด็ดขาดปล่อยกู้ลูกไปลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล มีอำนาจสั่งระงับได้ทุกธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล โฆษก ธปท.ยันเน้นควบคุมความเสี่ยง ฟาก “Beacon VC” เครือกสิกรฯถกทีมกำกับภายในศึกษาเกณฑ์ใหม่ ปรับกลยุทธ์ลงทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ที่ประกอบธุรกิจ และทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล (digital asset) โดยประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 21 ตุลาคม 2565 ซึ่ง ธปท.ได้ส่งหนังสือเวียนแจ้งธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งรับทราบแล้ว โดยขอบเขตบังคับใช้กับธนาคารพาณิชย์ บริษัทแม่ บริษัทลูก และบริษัทร่วมทุกแห่งของธนาคารพาณิชย์ในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

ธปท.ชี้เน้นคุมความเสี่ยง

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประกาศหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัล โดยหลักเกณฑ์จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ขอบเขตการประกอบธุรกิจ และขอบเขตทำธุรกรรม ในส่วนของธุรกิจจะไม่อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ถ้าบริษัทในกลุ่มเดียวกันจะประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลก็ต้องให้บริษัทแม่อนุญาตเป็นรายกรณี ซึ่งอาจจะมีการเข้าทดสอบในศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการเงิน หรือ sandbox

และในส่วนของการทำธุรกรรม กรณีกลุ่มบริษัทธุรกิจการเงิน และมีผู้กำกับดูแลอยู่แล้ว เช่น คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และอื่น ๆ ก็สามารถทำได้ตามที่ผู้กำกับกำหนด และต้องปฏิบัติตามประกาศของ ธปท. ส่วนธนาคารพาณิชย์และบริษัทในกลุ่มต้องการจะออกหรือถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล จะต้องทำเพื่อพัฒนานวัตกรรมเท่านั้น

นางสาวชญาวดีกล่าวว่า ในแง่ของธนาคารพาณิชย์มีความระมัดระวังในเรื่องของสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่แล้ว เหตุผลของการออกประกาศฉบับนี้ของ ธปท. ก็เพื่อให้กลุ่มธุรกิจทางการเงินสามารถประกอบธุรกิจและทำธุรกรรมเกี่ยวกับ “สินทรัพย์ดิจิทัล” ได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่มีความยืดหยุ่นในรูปแบบที่มีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ

โดยสิ่งที่ ธปท.ทำเรื่องนี้ เพราะต้องการพัฒนานวัตกรรม จึงมีการยกเลิกเพดานการลงทุนใน “ฟินเทค” ของธนาคารพาณิชย์ จากเดิมที่เคยกำหนดไว้ที่ 3% ของเงินกองทุน ขณะเดียวกัน ธปท.ก็ต้องการสนับสนุนนวัตกรรมที่เป็น responsible innovation จึงมีการกำหนดเป็นแนวทางและสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเป็นรั้วกั้นดูแลความเสี่ยง

ดังนั้นจะเห็นว่า ธปท.ได้เปิดช่องเพื่อความยืดหยุ่นให้เกิดนวัตกรรม โดยให้ธนาคารพาณิชย์ หรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ต้องการทำธุรกิจหรือธุรกรรมเกี่ยวกับ “สินทรัพย์ดิจิทัล” สามารถลงทุนได้ไม่เกิน 3% ของเงินกองทุน ซึ่งการจำกัดเงินลงทุน เนื่องจาก ธปท.จำเป็นต้องดูแลความเสี่ยง เพราะธนาคารต้องรักษาสมดุลความเสี่ยงเพราะมีการรับเงินฝากจากประชาชน

“ประกาศนี้เป็นการสร้างความชัดเจน ซึ่งแบงก์และกลุ่มธุรกิจการเงินก็พอรู้เรื่องเกณฑ์เหล่านี้อยู่แล้ว ส่วนหลังจากนี้จะทำหรือไม่ทำก็เป็นเรื่องของเขา เพราะเป็นเรื่องของธุรกิจ และเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลไปค่อนข้างเร็ว ธุรกิจต้องดูความเหมาะสมและเทรนด์ของโลก ซึ่งในฐานะ ธปท.ต้องการดูแลความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับประชาชน”

ห้ามแบงก์ทำธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาระสำคัญของประกาศ ธปท.ฉบับนี้ ได้กำหนดขอบเขตการประกอบธุรกิจ “สินทรัพย์ดิจิทัล” ของกลุ่มธุรกิจการเงิน ดังนี้ ในส่วน “ธนาคารพาณิชย์” ไม่อนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อป้องกันผลกระทบต่อฐานะการดำเนินงาน อันอาจส่งผลกระทบต่อเงินฝากของประชาชน และรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อธุรกิจธนาคารพาณิชย์ รวมถึงเสถียรภาพระบบสถาบันการเงิน

พร้อมกำหนดว่า ไม่ให้ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ดำเนินการที่สนับสนุนให้ประชาชนโดยทั่วไป โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มเปราะบางเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัล หรือส่งเสริมให้มีการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น รวมถึงการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสื่อกลางการชำระราคาค่าสินค้าและบริการ (means of payment)

ต้องขออนุญาต ธปท.รายกรณี

สำหรับบริษัทใน “กลุ่มธุรกิจทางการเงิน” ทั้งที่มีหรือไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ หากต้องการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลดังต่อไปนี้ ต้องให้บริษัทแม่ขออนุญาตต่อ ธปท.เป็นรายกรณี ได้แก่ 1.ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และธุรกิจผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเค็นดิจิทัลตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล หรือธุรกิจที่มีลักษณะเดียวกันในต่างประเทศ

2.ธุรกิจที่มีธุรกิจหรือกิจกรรมหลักเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล หรือธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นใดที่ยังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ โดย ธปท.สามารถกำหนดให้นำแนวปฏิบัติเพื่อเข้าร่วมทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาให้บริการทางการเงิน หรือ regulatory sandbox มาใช้ได้

นอกจากนี้ การจัดตั้งบริษัทที่ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล บริษัทแม่ต้องแน่ใจว่า กลุ่มธุรกิจทางการเงินมีเงินกองทุนเพียงพอที่จะรองรับความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้นจากบริษัทดังกล่าว รวมถึงดูแลให้กลุ่มธุรกิจทางการเงิน “ไม่สร้างความเข้าใจผิด” ว่า ธนาคารพาณิชย์มีส่วนรับผิดชอบในธุรกิจหรือธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ของบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน

ขีดเส้นเฉพาะการพัฒนานวัตกรรม

“ขอบเขตการทำธุรกรรม” ธนาคารพาณิชย์และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (ที่ไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ) สามารถออกและถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลได้เฉพาะวัตถุประสงค์ในการพัฒนานวัตกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหรือคุณภาพการให้บริการทางการเงินเท่านั้น และต้องให้บริษัทแม่ขออนุญาตต่อ ธปท.เป็นรายกรณี

สำหรับบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่มีหน่วยงานกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ เช่น บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทประกันวินาศภัย ประกันชีวิต และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้ให้บริการเสนอขายโทเค็นดิจิทัล สามารถออกและถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลได้ตามที่หน่วยงานกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ โดยให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศฉบับนี้

รวมถึงให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินสามารถลงทุนในกองทุนหรือใบทรัสต์ของกองทรัสต์ที่มีนโยบายการลงทุน “ส่วนน้อย” ในสินทรัพย์ดิจิทัลได้ แต่ห้ามลงทุนในหน่วยลงทุนที่มีนโยบายการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลัก

ห้ามให้สินเชื่อลงทุน DA

นอกจากนี้ ธปท.ไม่ประสงค์ให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินให้สินเชื่อทุกรูปแบบที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลแก่ลูกค้าบุคคลธรรมดา เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต รวมถึงสินเชื่อที่มีการรับสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลักประกัน เพื่อดูแลปัญหาการกู้ยืมเพื่อการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อปัญหาหนี้ครัวเรือนของประเทศ

และไม่อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินให้บริการผ่านช่องทางของธนาคารพาณิชย์ที่อาจทำให้ลูกค้าทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น เช่น โฆษณา เสนอขาย แนะนำ หรือรายละเอียดเกี่ยวข้องกับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล และไม่อนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลลูกค้าแก่บริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด

คุมแบงก์ลงทุน DA ไม่เกิน 3%

ในส่วนของการกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยงของ “ธนาคารพาณิชย์” จำกัดการลงทุนในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งในและนอกกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงการให้สินเชื่อ ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะการให้สินเชื่อแก่บริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงิน ที่ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งทางตรงและผ่านบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 3% ของเงินกองทุนธนาคารพาณิชย์

ส่วนบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน จะจำกัดปริมาณการลงทุนในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งในและนอกกลุ่มธุรกิจการเงิน รวมกันไม่เกิน 3% ของเงินกองทุนของกลุ่มธุรกิจการเงิน กรณีมีการลงทุนเกิน 3% ให้หักส่วนที่เกินออกจากเงินกองทุนขั้นที่ 1 ส่วนที่เป็นเจ้าของ (CET1) ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินเต็มจำนวน

และเพื่อพิสูจน์การดำเนินธุรกิจภายใต้อัตราส่วนที่กำหนด 3% ให้บริษัทแม่จัดทำรายงานข้อมูลโดยแยกข้อมูลรายบริษัท และภาพรวมของกลุ่มธุรกิจทางการเงินอย่างเพียงพอ และจัดทำไว้เป็นรายไตรมาส เพื่อให้สามารถตรวจสอบหรือจัดส่งให้ ธปท.เมื่อร้องขอ รวมถึงให้บริษัทแม่จัดทำรายงานฐานะการถือครองสินทรัพย์ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินทุกสิ้นเดือน โดยต้องระบุถึงชื่อและประเภทของสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนและมูลค่าในรายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถือครอง

ทั้งนี้ ธปท.อาจสั่งการให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทแม่ดำรงอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS) ของธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มธุรกิจทางการเงินเพิ่มขึ้นจากเกณฑ์ขั้นต่ำตามกฎหมาย หากเห็นว่าความเสี่ยงอยู่ในระดับสูงเกินสมควร และไม่สามารถแก้ไขให้ลดลงได้ภายในเวลากำหนด

ธปท.มีอำนาจระงับธุรกรรม

นอกจากนี้ มีข้อกำหนดว่า ธปท.อาจมีการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม หรือสั่งการให้แก้ไข ชะลอหรือระงับการประกอบธุรกิจหรือการทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลบางส่วนหรือทั้งหมดเป็นการทั่วไปหรือเป็นรายกรณี หาก ธปท.ตรวจพบว่ากลุ่มธุรกิจทางการเงินมีประเด็นที่อาจเข้าข่ายการปฏิบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ธปท.กำหนด หรือกรณีอื่นใดที่ ธปท.เห็นว่ามีความจำเป็น
ส่วนกรณีบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจาก ธปท. ก่อนวันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ และไม่สามารถปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ ให้บริษัทดังกล่าวดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์กำหนดภายใน 180 วันนับจากวันที่ประกาศมีผลบังคับใช้

เครือกสิกรฯศึกษา-ปรับกลยุทธ์

ด้านนายธนพงษ์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด (Beacon VC) ในเครือธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้บริษัทอยู่ระหว่างการพูดคุยกับทีมกำกับ (compliance) ภายในธนาคาร เพื่อศึกษาถึงรายละเอียดของประกาศ เพื่อปรับกลยุทธ์และการลงทุนให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ดังกล่าว

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาบริษัทไม่ได้มีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นคริปโตเคอร์เรนซีอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เน้นการเข้าไปลงทุนบริษัทที่ทำเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัล และสัดส่วนการถือหุ้นค่อนข้างน้อย และทุกครั้งจะมีทีมกำกับดูแลของธนาคารเป็นที่ปรึกษา ดูว่าเป็นไปตามเกณฑ์หรือมีอะไรที่ทำได้ และไม่ได้บ้าง อันไหนที่ห้ามหรือลงไม่ได้ก็ไม่ลง เช่น โทเค็น คริปโต เบื้องต้นประกาศดังกล่าวไม่น่าจะกระทบภาพรวมการลงทุนของบริษัท และบริษัทก็มีการลงทุนค่อนข้างน้อย

ที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนในบริษัทในไทยที่ทำเรื่องเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล 2 ราย แต่เป็นการให้ convertible note คล้ายเงินกู้ แต่สามารถแปลงเป็นหุ้นในอนาคต เนื่องจากบริษัทเหล่านี้เป็นสตาร์ตอัพขนาดไม่ใหญ่ จึงเป็นการให้วงเงินเป็นแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาต่อยอดในธุรกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...