โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลฎีกาพิพากษายืนจำคุก 335 ปี‘ราเกซ’พ่อมดการเงิน

แนวหน้า

เผยแพร่ 11 ก.ย 2565 เวลา 17.00 น.

ศาลฎีกาพิพากษายืนจำคุก ‘ราเกซ’ อดีตที่ปรึกษาแบงก์บีบีซี ทุจริตปล่อยกู้ธนาคารโดยไม่มีหลักประกัน สั่งชดใช้เงินคืน

12 กันยายน 2565 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง ศาลได้อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาคดีที่ 2554-2556/2565 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายราเกซ สักเสนา (Mr.Rakesh Saxena) อายุ70 ปี นักการเงินการธนาคาร สัญชาติอินเดีย เป็นจำเลยฐานกระทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ทุจริตการปล่อยสินเชื่อ)

อัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างปี 2537-2539 จำเลยซึ่งเป็นที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) หรือบีบีซี กับพวก ให้การช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ (เสียชีวิตแล้ว) อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บีบีซี ได้กระทำผิดร่วมกันโดยทุจริตใช้บัตรการอนุมัติให้สินเชื่อเกินบัญชีเกินกว่า 30 ล้านบาท กับเอกชนได้แก่ บริษัทสมประสงค์ อินเตอร์คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และเอกชนรายอื่นร่วม 10 แห่ง โดยการอนุมัติดังกล่าวไม่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากคณะกรรมการสินเชื่อ หรือคณะกรรมการบริหารของธนาคารบีบีซี ก่อน และได้อนุมัติสินเชื่อโดยผู้ขอสินเชื่อ ไม่มีหลักประกันตลอดจนไม่มีการวิเคราะห์ฐานะของลูกหนี้และความสามารถในการชำระหนี้คืน อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ทปท.)

จำเลยกับพวกยังได้ร่วมกันแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ร่วมกันเบียดบังเอาเงินของธนาคารผู้เสียหายซึ่งอยู่ในความครอบครองของนายเกริกเกียรติไปเป็นของจำเลยกับพวกและนายเกริกเกียรติโดยทุจริต ซึ่งภายหลังการกระทำความผิด จำเลยกับพวกดังกล่าวได้ชดใช้เงินให้แก่ธนาคารผู้เสียหายบางส่วน

โจทก์ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 3,4,307,307 ,311,315,334 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91และให้จำเลยคืนเงินจำนวน 722,136,005.03 บาท และจำนวน 1,427,195,799.92 บาท กับจำนวน 353,363,966 บาท แก่ธนาคารบีบีซี ผู้เสียหายด้วย และนับโทษจำเลยต่อจากโทษคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 1817/2555ของศาลชั้นต้น

คดีนี้ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ พิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทง ความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 500,000 บาท รวม 67 กระทง จำคุกรวม 335 ปี และปรับ 33,500,00 บาท เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกจำเลยไว้ 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2) และปรับ 33,500,00 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนค่าปรับเป็นเวลา 2 ปี ให้จำเลยร่วมกันคืนโดยใช้เงิน ในสำนวนคดีแรกจำนวน 722,136,005.03 บาท

ในสำนวนที่สองจำนวน 1,427,195,799.92บาท และในสำนวนที่สามจำนวน 353,363,966 บาท แก่ผู้เสียหาย และนับโทษจำเลยต่อจากโทษคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 1817/2555ของศาลชั้นต้น

โจทก์แถลงในรายงาน ฉบับวันที่ 18 มิ.ย. 2556 ว่า คดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.984/2553 ของศาลอาญา โอนมาเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3799/2553 ของศาลชั้นต้น ส่วนคดีหมายเลขดำอื่น ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากประเทศแคนาดาไม่อนุญาตให้ดำเนินคดี และคดีหมายเลขดำที่ 3622/2553 และ 3799/2553 ของศาลชั้นต้นได้รวมพิจารณาเข้ากับสำนวนคดีนี้แล้ว จึงไม่อาจนับโทษต่อในคดีดังกล่าวได้ คำขอในส่วนนี้ให้ยก

จำเลยยื่นฎีกาคัดค้าน ขอให้ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมารับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน โดยศาลได้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดตามผลคำพิพากษาของศาลฎีกา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการอ่านคำพิพากษาฎีกาในวันนี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อ่านคำพิพากษาผ่านระบอบจอภาพทางไกล หรือวิดีโอ คอนเฟอเร้นซ์ ไปยังเรือนจำ ซึ่งเป็นสถานที่คุมขังนายราเกซ ทั้งนี้นายราเกซ ได้หลบหนีความผิดไปยังรัฐบริติช โคลัมเบีย ประเทศแคนาดา กระทั่งศาลฎีกาแคนาดา มีคำสั่งให้ส่งตัวนายราเกซเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย

-005

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...