กรมสุขภาพจิต ยอมรับมีเคส ‘หลอนกัญชา’ จนตัดอวัยวะเพศจริง แนะผู้ป่วยจิตเวชห้ามใช้
The Bangkok Insight
อัพเดต 22 มิ.ย. 2565 เวลา 02.59 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2565 เวลา 02.59 น. • The Bangkok Insightกรมสุขภาพจิต ยอมรับมีเคส 'หลอนกัญชา' จนตัดอวัยวะเพศจริง แนะผู้ป่วยจิตเวชห้ามใช้ เพราะเร่งเร้าให้เกิดอาการเร็วขึ้น
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึง กรณีชายไทยอายุ 23 ปี เกิดอาการหลอนจากการใช้กัญชา แล้วใช้กรรไกรตัดอวัยวะเพศของตัวเองจนขาดนั้น ยอมรับว่ามีจริง ผู้ป่วยที่รายงานดังกล่าว ระบุว่าไม่มีประวัติจิตเวชมาก่อน โดยอาการหลอนที่เกิดขึ้นมาจากการใช้สารเสพติดเพียงชนิดเดียว คือ กัญชา และไม่ได้ใช้ร่วมกับสารเสพติดหรือของมึนเมาอื่น อย่างเช่น แอลกอฮอล์ ยาบ้า หรือมีภาวะสุขภาพจิตส่วนตัว เคสนี้ได้รับการดูแลเรียบร้อยแล้ว จึงมีการรายงานทางการแพทย์ขึ้นมา
หลอนกัญชา แต่ละบุคคล มีความไวต่อสาร THC ต่างกัน
ทั้งนี้ สารทีเอชซี (THC) ที่อยู่ในกัญชา ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทใน 3 อาการ คือ กดประสาท กระตุ้นประสาท และ หลอนประสาท หรืออาจจะเกิดร่วมกันได้ ซึ่งแต่ละคนมีความไวต่อสารต่างกัน บางคนต้องใช้มาก จึงจะเกิดอาการ แต่บางคนใช้นิดเดียวก็เกิดอาการได้แล้ว
กลุ่มผู้ที่ใช้กัญชาชนิดเดียวแล้วเกิดอาการหลอน ในอดีตเราจะเจออยู่ที่ ร้อยละ 1-2 ซึ่งรายงานผู้ป่วยรายดังกล่าว ผลระบุว่าเกิดจากกัญชาแน่นอน เพราะตอนที่หยุดใช้ อาการก็หายไป เมื่อกลับมาใช้ก็เป็นอีก
ผู้ป่วยจิตเวชห้ามใช้ เพราะเร่งเร้าให้เกิดอาการเร็วขึ้น
พญ.อัมพร กล่าวว่า สำคัญที่สุดคือ ไม่แนะนำและต้องหลีกเลี่ยง ในการใช้กัญชากับผู้ป่วยจิตเวช ไม่ว่าจะเป็นโรควิตกกังวล จิตเภท หรือไบโพลาร์ เพราะกัญชามีโอกาสไปเร่งเร้าให้เกิดอาการได้เร็วขึ้น เกิดอาการได้มากขึ้น หรือการรักษาอาการป่วยเดิมนั้นทำได้ยากขึ้น
กระทรงวงสาธารณสุข ไม่ได้ส่งเสริมการใช้กัญชาในการเสพติดแน่นอน และกลุ่มเสี่ยงที่มีแนวโน้มเป็นโรคจิตเวช หรือมีสมาชิกในครอบครัวเป็นอยู่ รวมถึงมีแนวโน้มเสี่ยงโรคจิตเวชทางพันธุกรรม ก็ขอห้ามไม่ให้ใช้กัญชา แม้ปัจจุบันจะมีการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคจิตเวชในบางโรค แต่ก็ต้องเป็นไปตามภายใต้กำกับดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เราถึงจะได้ประโยชน์จากกัญชา และเกิดโทษจากกัญชาน้อยที่สุด
พญ.อัมพร กล่าวว่า ในการให้ความรู้ประชาชนถึงการใช้สารเสพติด ไม่ว่าจะเป็นกัญชาหรือสารประเภทอื่นนั้น ถูกบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนอยู่แล้ว แต่เมื่อมีการใช้กัญชาทางการแพทย์มากขึ้น ทางกรมสุขภาพจิตก็เป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาวิจัย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำประโยชน์ของกัญชามาใช้ทางการแพทย์ เร่งให้ความรู้ประชาชนถึงข้อดี ข้อเสีย
ที่สำคัญคือ การติดตามผู้ป่วยทางจิตเวชทุกราย เพื่อคัดกรองประวัติการใช้กัญชา ว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ เพื่อนำข้อมูลมาดูแลสถานการณ์การใช้กัญชาให้ถูกต้อง และตอนนี้ได้เปิดสายด่วน 1667 “ปรึกษากัญ” เพื่อให้ประชาชนโทรศัพท์มาถามข้อมูลได้ฟรี 24 ชั่วโมง
อ่านข่าวเพิ่มเติม