โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง ยงคอนกรีต ขายไอพีโอ 180 ล้านหุ้น เข้า mai

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 มิ.ย. 2565 เวลา 09.55 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2565 เวลา 09.55 น.

นายวรชาติ ทวยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บริษัท ยงคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ YONG เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้นับหนึ่งแบบคำขออนุญาตการเสนอขายหุ้นออกใหม่ต่อประชาชน และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน (ไฟลิ่ง) ที่ได้ยื่นขอเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 180 ล้านหุ้น คิดเป็น 26.47% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทในครั้งนี้ คาดเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในหมวดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ภายในปี 2565

YONG ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ คอนกรีตสำเร็จรูปครบวงจร รวมไปถึงผลิตภัณฑ์คอนกรีตผสมเสร็จ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “YONG” และรับผลิตตามความต้องการของลูกค้า ได้แก่ 1.โครงสร้าง คาน เสาและผนังสำเร็จรูป รั้วคอนกรีตสำเร็จรูป เสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรง เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง ขอบคันหิน ท่อคอนกรีตอัดแรง และแผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จ เป็นต้น 2.ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตผสมเสร็จ โดยมีบริษัท พร้อมขนส่ง จำกัด (PT) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ประกอบธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้า

ด้วยจุดเด่นของ YONG ที่มีทีมผู้บริหารซึ่งมีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญมากว่า 30 ปี ให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพผลิตภัณฑ์ มาตรฐาน ความปลอดภัย ทีมงานวิศวกรที่มีความรู้ความสามารถในการผลิตและควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐาน จนเป็นที่ยอมรับของกลุ่มลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั้นได้รับมาตรฐานมอก.จากสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) และได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001 : 2015 ด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญของบริษัท ประกอบกับคุณภาพการผลิตและการให้บริการแก่ลูกค้า ทำให้ YONG ได้รับความไว้วางใจจากคู่ค้าทางธุรกิจมาโดยตลอด

นายสรรเพชญ ศลิษฏ์อรรถกร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยงคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ YONG เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโต รองรับความต้องการคอนกรีตเพิ่มขึ้น ตามแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และงานก่อสร้างของประเทศ ด้วยวิสัยทัศน์ในการมุ่งเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์คอนกรีตด้วยนวัตกรรม มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพ สู่มาตรฐานสากล และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักลงทุนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดความสำเร็จของ YONG

โดยวัตถุประสงค์ในการนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหลักทรัพย์ในครั้งนี้ คือ 1. นำไปใช้เป็นเงินลงทุนในการก่อสร้างโรงงานที่อ.บางเลน จ.นครปฐม เพื่อขยายกำลังการผลิตและพัฒนาระบบที่เกี่ยวข้อง 2. ใช้ลงทุนก่อสร้างโรงงานคอนกรีตผสมเสร็จ ที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี 3. ใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมแก่สถาบันการเงิน และ 4. ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจ โดย คาดว่าจะใช้เงินลงทุนดังกล่าวภายในปีนี้ เพื่อรองรับการดำเนินงานของบริษัท ที่จะขยายธุรกิจทั้งในการขยายกำลังการผลิตของโรงงานผลิตเดิม และการเปิดโรงงานการผลิตใหม่เพื่อเป็นการขยายฐานการผลิตของบริษัท

สำหรับสัดส่วนรายได้จากการขายและให้บริการของบริษัท ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ลูกค้าโครงการภาคเอกชนอยู่ที่ 34.81% กลุ่มลูกค้าโครงการภาครัฐ 3.43% และกลุ่มลูกค้าทั่วไป 61.76% เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง รวมทั้งสร้างโอกาสในการเติบโตเพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศช่วงหลังโควิด-19 ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินออกมากระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐบาลและการลงทุนของภาคเอกชน รวมถึงการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ช่วยสนับสนุนบรรยากาศงานก่อสร้างในประเทศให้คึกคักขึ้น

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงปี 2562-2564 บริษัทมีรายได้รวม 999.16 ล้านบาท, 806.36 ล้านบาท และ 881.42 ล้านบาท ตามลำดับ โดยรายได้ในปี 2563 ชะลอตัวลงเนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้งานก่อสร้างส่วนใหญ่ชะลอตัวลงทำให้รายได้จากกลุ่มธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป และธุรกิจขนส่งสินค้า มีรายได้ลดลง ขณะที่รายได้รวมในงวดไตรมาส 1/65 อยู่ที่ 240.14 ล้านบาท ใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปี 2564 อยู่ที 240.47 ล้านบาท

ทางด้านอัตรากำไรสุทธิในงวด 3 เดือนแรกของปี 2565 ปรับตัวดีขึ้นจากงวดปี 2564 อย่างไรก็ดี บริษัทมีการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพทำให้สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้มากกว่า 30% ของรายได้จากการขายและบริการในการดำเนินงานตั้งแต่ช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา

สำหรับปัจจัยสนับสนุนด้านการเติบโตสำหรับธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทมีความเกี่ยวข้องกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศเป็นหลัก รวมถึงการลงทุนของทั้งภาครัฐและเอกชน โดยโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาพื้นที่ 3 จังหวัด ในภาคตะวันออก ได้แก่ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา โดยจะมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น รถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อสามสนามบิน เป็นต้น ส่งผลให้มีความต้องการวัสดุก่อสร้างจากผู้ประกอบการในแถบพื้นที่บริเวณนั้นเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อบริษัทเนื่องจากบริษัทสามารถที่จะจำหน่ายวัสดุก่อสร้างได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากบริษัทมีโรงงานผลิตที่ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี

อีกทั้งมีแผนการลงทุนในอนาคตที่จะลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปที่จังหวัดระยอง ขณะที่การลงทุนจากภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัวตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...