จับหนุ่มใหญ่ ตุ๋นแคชเชียร์เช็ค มูลค่า 200 ล้าน
กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บก.ปทส. ร่วมกันจับกุม นายอภิโชค หรือ นายอภิสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี ฐาน “ฉ้อโกงทรัพย์” โดยจับกุม ได้บริเวณริมถนนเพชรเกษม ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
พฤติการณ์ เมื่อประมาณต้นเดือนมกราคม 2564 ผู้เสียหายชาวปทุมธานี ได้ตกลงที่จะดำเนินงานให้กับหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้เสียหายจะต้องยื่นหนังสือค้ำประกันสัญญาให้กับทางหน่วยงานของรัฐก่อนดำเนินงาน ซึ่งในขณะนั้นเองผู้เสียหายได้รู้จักนายอภิสิทธิ์ หรือนายอภิโชคฯ ซึ่งอ้างตัวว่ามีพรรคพวกเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร มีวงเงินที่จะสามารถจะออกหนังสือค้ำประกันให้กับผู้เสียหายได้ โดยผู้เสียหายจะต้องจ่ายค่าดำเนินการจัดทำเอกสารจำนวน 200,000 บาท ให้กับผู้ต้องหา ผู้เสียหายจึงได้โอนเงินให้กับนายอภิสิทธิ์ฯ เพื่อไปดำเนินการดังกล่าว
ต่อมานายอภิสิทธิ์ฯ ได้แจ้งกับผู้เสียหายว่าหนังสือค้ำประกันดำเนินการเสร็จแล้ว จะต้องโอนค่าเช่าหนังสือค้ำประกันอีก จำนวน 500,000 บาท และให้ไปรับหนังสือที่หน้าธนาคารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ผู้เสียหายจึงเดินทางไปตามที่นัดหมาย โดยพบกับพวกของผู้ต้องหา ซึ่งพวกของผู้ต้องหาให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าดำเนินการไปให้นายอภิสิทธิ์ฯ พร้อมขอค่าดำเนินการส่วนตัวอีก 3% จากวงเงินในหนังสือค้ำประกัน คิดเป็นจำนวนเงิน 44,593.32 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปยังบัญชีของนายอภิสิทธิ์ฯ ซึ่งต่อมาเมื่อนายอภิสิทธิ์ฯ เดินทางมาถึงจุดนัดหมาย ก็ไม่ได้นำหนังสือค้ำประกันมาให้ทางผู้เสียหาย
หลังจากนั้นอีก 2 วัน นายอภิสิทธิ์ ได้นำแคสเชียร์เช็คมาให้ผู้เสียหาย ซึ่งเมื่อผู้เสียหายนำไปตรวจสอบ พบว่าไม่ใช่หนังสือค้ำประกันตามที่ได้ตกลงไว้ และภายในเช็คได้สั่งจ่ายในชื่อคน ไม่ใช่ชื่อของหน่วยงานของรัฐ โดยนายอภิสิทธิ์ฯ อ้างว่าจะนำไปแก้ไข หากแก้ไขไม่ได้จะนำเงินมาคืน แต่หลังจากนั้นผู้เสียหายก็ไม่สามารถติดต่อนายอภิสิทธิ์ฯ ได้อีก จึงเชื่อว่าตนเองถูกหลอก สูญเงินไปกว่า 7 แสนบาท หลังจากนั้นจึงได้มาแจ้งความที่ สภ.เมืองปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการตรวจสอบประวัติของนายอภิสิทธิ์ฯ ทราบว่าเมื่อวันที่ 24 พ.ย.2564 มีผู้เสียหายชาวกรุงเทพฯ ถูกนายอภิสิทธิ์ฯ หลอกลวงให้เช่าแคชเชียร์เช็คมูลค่า 200 ล้านบาท โดยนายอภิสิทธิ์ฯ แจ้งว่าทำได้ จึงตกลงมัดจำโดยโอนเงินให้นายอภิสิทธิ์ จำนวน 340,000 บาท ต่อมานายอภิสิทธิ์ฯ ได้ส่งรูปแคชเชียร์เช็ค จำนวน 200 ล้านบาท มาให้ผู้เสียหายดู ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินอีก จำนวน 330,000 บาทอีก ซึ่งภายหลังเมื่อผู้เสียหายได้นำเช็คดังกล่าวไปตรวจสอบกับทางธนาคาร กลับพบว่าเช็คดังกล่าวถูกออกด้วยจำนวนเงิน 5,000 บาท ผู้เสียหายจึงรู้ว่าถูกหลอก จึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับทาง สน.หนองแขม
จากการพฤติกรรมของผู้ต้องหาใช้วิธีหลอกลวงเพื่อให้ได้เงิน และอาจมีผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง ในลักษณะเช่นนี้ที่ยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีอีกหลายราย
จากการสอบผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยให้การว่าได้รับเงินของผู้เสียหายทั้ง 2 คนมาจริง แต่เงินจำนวนดังกล่าวได้ให้กับผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารไปหมดแล้ว ตนได้ค่าดำเนินการครั้งแรก จำนวน 20,000 ครั้งที่สองจำนวน 30,000 บาท และไม่ทราบว่าเอกสารนั้นเป็นเอกสารปลอม มีผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารนำมาให้ตนอีกทอดหนึ่ง