โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

คดีพลิก! แม่เปิดปากเป็นคนตีน้องสายฟ้าเองไม่ใช่พ่อเลี้ยง

อีจัน

อัพเดต 05 ม.ค. 2565 เวลา 15.01 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. 2565 เวลา 15.01 น. • อีจัน

จากกรณีที่ นายปัญญา พ่อเลี้ยง และ นางนรินทร์รัตน์ แม่แท้ๆ ของ น้องสายฟ้า ทุบตี ลูกจนแน่นิ่ง ก่อนเอาร่างไปไว้ในรถจนเสียชีวิตนั้น

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล (บิ๊กโจ๊ก) ประธานแถลงข่าว กล่าวว่า กรณีของ ด.ช.สายฟ้า อายุ 6 ปี เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 65 ตามที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ว่านายปัญญา ชัยเชียงเอม อายุ 43 ปี พ่อเลี้ยง ของ ด.ช.สายฟ้า ได้ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือทำร้ายร่างกาย จนทำให้เสียชีวิต โดยก่อนเกิดเหตุได้เสพยาเสพติด (ยาไอซ์) เมื่อนายปัญญาจะออกจากบ้าน ด.ช.สายฟ้า ได้ร้องไห้ตามจะออกไปนอกบ้านด้วย ทำให้นายปัญญาพ่อเลี้ยงเกิดความหงุดหงิด โมโห จึงลงมือทำร้ายร่างกาย จับโยนไปกระแทกกับล้อรถแล้วนำไปนอนในรถ จนทำให้ ด.ช.สายฟ้า เสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่ปักใจเชื่อจึงได้ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาพยานหลักฐานเพิ่มเติม จนวันที่ 4 ม.ค. 645 น.ส.นลินรัตน์ (แม่) ได้รับการสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือทำร้ายร่างกายบุตรชายเอง โดยพฤติการณ์ดังกล่าวคือ เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 65 เวลาประมาณ 07.30 น. ตนได้ไปปลุกลูกชาย ภายในรถยนต์คันเกิดเหตุ พบว่าลูกชายอุจจาระภายในรถ ตนจึงเกิดความโมโหและได้ใช้ไม้แขวนเสื้อที่ทำจากไม้ตีลูกชายที่บริเวณศีรษะและตามร่างกายจำนวนหลายครั้งจนไม้แขวนเสื้อหัก จากนั้นลูกชายได้ออกไปเล่นกับเพื่อนและกลับมานอนในรถอีกครั้งเมื่อเวลา 21.00 น. จนถึงเช้าวันที่ 2 ม.ค. 65 จึงได้ทราบว่าลูกของตนเองเสียชีวิตแล้ว ส่วนสาเหตุที่ตนไม่เข้าแจ้งความกับทางตำรวจ เนื่องจากมีความตกใจกลัวและเกรงว่าจะไม่มีคนดูแลลูกสาวอีกคนของตนที่มีอายุ 11 เดือน ซึ่งเป็นลูกของตนและนายปัญญา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...