สายหมูดิบต้องระวัง! ไข้หูดับอาจพาชีวิตดับด้วย
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 01 พ.ค. 2567 เวลา 13.29 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2567 เวลา 13.29 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์“โรคไข้หูดับ” เป็นชื่อโรคที่เริ่มเห็นตามหน้าสื่อบ่อยครั้งขึ้น เนื่องจากกรมควบคุมโรคมักออกมาเตือนให้คนไทย โดยเฉพาะนักกินสายแข็ง ที่ชอบกินหมูดิบๆ ทั้งจากเมนูลาบ หลู้ ส้า หรือซอยจุ๊ ต้องระวัง โดยปี 2566 เก็บข้อมูล 11 เดือน พบผู้ป่วยโรคหูดับมากถึง 548 คน เสียชีวิต 26 ราย ส่วนของปี 2567 ระยะเวลา 4 เดือน จาก ม.ค. - เม.ย. พบผู้ติดเชื้อแล้ว 235 คน เสียชีวิต 14 คน แต่ทราบหรือไม่ว่าโรคไข้หูดับนี้สามารถติดต่อได้ แม้จะไม่ได้เป็นผู้ที่รับประทานหมูดิบตรงๆ ก็ตาม
สำหรับสาเหตุของโรคหูดับนี้มาจากแบคทีเรียที่ชื่อ สเตรปโตคอคคัส ซูอิส(Streptococcus Suis) เชื้อนี้พบครั้งแรกในมนุษย์เมื่อปี พ.ศ. 2511 ที่ประเทศเดนมาร์ก ก่อนที่จะมีรายงานการตรวจพบในอีกหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย มีรายงานการตรวจพบเชื้อในมนุษย์ครั้งแรกในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2530 โดยในระยะแรกจะพบมากในพื้นที่ภาคเหนือ และผู้ป่วยมักมีประวัติสัมผัสกับหมูมาก่อน
การสัมผัสเชื้อนั้นมีทั้งการรับประทานหมูดิบ หรือหมูที่ผ่านมาการปรุงแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ รวมถึงการสัมผัสกับหมูหรือเนื้อหมูและเลือดหมู แล้วเชื้อติดต่อเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลหรือทางเยื่อบุตา
เมื่อสัมผัสเชื้อในระยะ 3 วันแรกจะเกิดอาการมีไข้ ปวดศีรษะ อาเจียน คอแข็ง มีอาการปวดตามข้อ มีจ้ำเลือดตามตัว ตามผิวหนัง ซึม และอาจมีอาการชัก จากนั้นเมื่อเชื้อเข้าสู่เยื่อหุ้มสมอง จะทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ข้ออักเสบ ม่านตาอักเสบ หากเชื้อลุกลามถึงประสาทหู ทำให้เกิดหนองบริเวณปลายประสาทรับเสียง และปลายประสาททรงตัว เกิดอาการหูดับหรือหูตึง หากรักษาไม่ทันอาจทำให้ประสาทหูเสียหายจนกลายเป็นหูหนวกถาวรได้ และถ้าเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดได้ก็มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิต
โรคไข้หูดับนี้มีระยะฟักตัวของเชื้อ(ระยะเวลาตั้งแต่รับเชื้อจนออกอาการ)ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงจนถึง 3 วัน ขึ้นกับปริมาณเชื้อที่รับเข้าสู่ร่างกาย และอาการต่างๆ จะเกิดขึ้นภายใน 14 วัน หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีก็อาจทำให้สูญเสียการได้ยินตลอดชีวิต หรือทำให้เสียชีวิตได้
สำหรับการรักษาในปัจจุบันจะเป็นการรักษาประกอบกันทั้งการรักษาตามอาการ และการรักษาเฉพาะโรค โดยจะมีการให้ยาฆ่าเชื้อผ่านทางหลอดเลือดดำ ไปพร้อมๆ กับให้ยา สารน้ำ เพื่อรักษาอาการอื่นๆ ร่วมไปด้วย
4 วิธีป้องกันโรคไข้หูดับ
- กินเนื้อหมูที่ปรุงสุกผ่านความร้อนอย่างน้อย 70 องศาเซลเซียส นาน 10 นาทีขึ้นไป เท่านั้น ไม่กินเนื้อหมูที่ยังดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ
- เลือกซื้อเนื้อหมูจากร้านที่ไว้ใจได้ว่าต้นทางของเนื้อนั้นมาจากโรงฆ่าสัตว์ที่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบสภาพเนื้อหมูกลิ่นไม่เหม็นคาว สีของเนื้อไม่คล้ำ หลีกเลี่ยงหากทราบว่าเนื้อหมูนั้นมาจากหมูที่ตายจากโรค
- ในการประกอบอาหารต้องแยกเขียงสำหรับหั่นของดิบและของสุก รวมถึงการกินอาหารแนวปิ้งย่างหรือสุกี้ชาบู ต้องแยกถ้วย จาน รวมถึงอุปกรณ์คีบสำหรับของดิบกับของสุกออกจากกัน เพื่อป้องกันการปนเปื้อน
- สำหรับคนที่ต้องสัมผัสกับทั้งหมูเป็นๆ และเนื้อหมู หากมือมีบาดแผลต้องปิดแผลให้เรียบร้อย และสวมถุงมือทับ สำหรับคนที่ทำงานในฟาร์มหรือโรงฆ่า-ชำแหละสัตว์ ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกัน และล้างมือ ล้างเท้า อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดทุกครั้งหลังเลิกงาน
ที่มา:
https://www.pidst.or.th/userfiles/f11.pdf
https://ddc.moph.go.th/disease_detail.php?d=107
https://ddc.moph.go.th/odpc9/news.php?news=38993
https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=42762
https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/streptococcus-suis