รีวิว The 8 Show: เกมโชว์เลือดแลกเงิน วาไรตี้ที่จำลองระบบสังคมเสมือน
LSA Thailand
อัพเดต 31 พ.ค. 2567 เวลา 11.47 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. 2567 เวลา 04.46 น. • Lifestyle Asia Thailandดูจบแล้วมาเล่า! ชวนคอหนังแนวเซอร์ไววัลเกมมาดู The 8 Show: เกมโชว์เลือดแลกเงิน ซีรี่ส์เกาหลีที่ขุดมุมมืดของสังคมทุนนิยมและความเป็นมนุษย์ออกมาตีแผ่ให้ดูในรูปแบบเกมโชว์เพื่อความบันเทิง เมื่อคุณสามารถนำ 'เวลา' มาแลกเป็นเงินตราได้ ในการแข่งขันที่คนทั้ง 8 จะร่วมดำเนินรายการไปด้วยกันเพื่อนำเวลาที่ได้จากคนดูมาแปรเปลี่ยนเป็นยอดเงินจำนวนมหาศาล ความหอมหวลของเงินรางวัลที่สามารถพลิกชีวิตได้นั้นจะทำให้คนเราแปรเปลี่ยนและแสดงด้านมืดออกมาได้ขนาดไหนกัน
ซีรี่ส์ดราม่าดาร์กคอเมดี้เข้มข้น ที่ถูกดัดแปลงมาจาก Webtoon ของเกาหลี เรื่อง Money Game และ Pie Game โดยนักเขียน แบจินซู หลายคนอาจเห็นแล้วคิดถึง Squid Game ที่มีลักษณะเป็นเกมโชว์แนวเซอร์ไววัลและให้กลิ่นอายคล้ายกัน แต่ The 8 Show นั้นต่างออกไป ความอยู่รอดของทุกคนในเกมนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเมื่อชีวิตของใครสักคนจบลง นั่นหมายถึงเกมจะจบลงเช่นกัน และเหล่าผู้เข้าแข่งขันต่างก็ไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น เพราะยิ่งทุกคนอยู่ในเกมโชว์นี้นานเท่าไร ก็ยิ่งมีเงินรางวัลทบทวีคูณให้เท่านั้น เป็นคอนเซปเกมที่อ้างอิงด้วยประโยค 'เวลาเป็นเงินเป็นทอง' อย่างแท้จริง
Lifestyle Asia rating: 4.5/5
ประเภท: ลึกลับ ระทึกขวัญ ดราม่าคอเมดี้ ตลกร้ายเสียดสีสังคม (ชนิดที่เรียกได้ว่าเข้าขั้นหดหู่เลยทีเดียว)
นักแสดง: รยูจุนยอล, ชอนอูฮี, พัคจองมิน, อียอลอึม, พัคแฮจุน, อีจูยอง, มุนจองฮี, แบซองอู
ผู้กำกับ: ฮันแจริม (Emergency Declaration)
จำนวนตอนทั้งหมด: 8 ตอน
ความยาวต่อตอน: ประมาณ 50 - 60 นาที
ดูได้ที่: Netflix (มีพากย์ไทย)
ดูได้เมื่อไหร่: รับชมได้ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม ทาง Netflix
เราชอบอะไรในซีรีส์เรื่องนี้: ผู้เขียนเก่งมากที่ผูกเรื่องราวที่สะท้อนสังคมทุนนิยมแสนมืดมนออกมาในรูปแบบเกมโชว์ได้ขนาดนี้ โดยมีตัวละครและฉากเพียงเท่านี้ เป็นความแยบคายในการเขียนบทและพลิกแพลงเรื่องราวที่ยอดเยี่ยม ไม่มีข้อกำหนดอะไรมาบอกว่าเมื่อเข้าไปในเกมแล้วต้องทำอะไร จึงเกิดเป็นความสนุกที่เหมือนได้เฝ้ามองตัวละครใน The Sims เดินไปมาตามเจตจำนงของมันเอง แม้จะดูแล้วรู้สึกหดหู่แต่เราก็อยากรู้ว่ามันจะไปจบลงตรงไหนจนต้องกดดูตอนต่อไปเรื่อย ๆ กติกาของเกมในเรื่องนั้นเรียกได้ว่าสามารถนำมาทำได้จริง ๆ และอาจเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้จริงในโลกใบนี้ ยิ่งดูซีรี่ส์ไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งเห็นภาพสะท้อนของสังคมในโลกความเป็นจริง หลายจุดที่เรามองเห็นบางส่วนของตัวเองหรือสังคมรอบตัวผ่านตัวละครในเรื่อง สุดท้ายเมื่อดูจนจบก็พบว่าซีรี่ส์มัน 'Breaking the Fourth Wall' สุด ๆ ไปเลย
เราไม่ชอบตรงไหน: การปูพื้นหลังของตัวละครแต่ละตัวอาจไม่ได้แน่นมากนัก ทำให้ช่วงแรกตัวละครค่อนข้างดูแบนและ Stereotype สุด ๆ ตัวซีรี่ส์ปล่อยเป็นหน้าที่จินตนาการของผู้ชมที่จะต่อยอดและสร้างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำบางอย่างของตัวละครเอาเอง บางคนที่ดูจึงอาจขัดใจกับหลายอย่างที่อยากให้ตัวหนังอธิบายที่มาที่ไปให้มากกว่านี้อีกสักนิด (ส่วนตัวผู้เขียนดูด้วยความรู้สึกต้องการวิเคราะห์สารในตัวหนังจึงไม่มีปัญหาเรื่องนี้มากนัก) ฉากความรุนแรงในเรื่องนั้นถือว่าจัดเต็มมาก จนบางครั้งอาจอึดอัดแทบเบือนหน้าหนีเวลาดู แถมยังไม่มีคำเตือน Trigger Warning ตอนเริ่มต้นในแต่ละตอนด้วย ผู้รับชมต้องจิตแข็งประมาณหนึ่ง
เนื้อเรื่องย่อ:
'ขอซื้อเวลาของคุณได้ไหม' ในขณะที่ตั้งใจจะจบชีวิตของตนลง ผู้คนทั้งแปดต่างก็ได้รับคำเชิญเข้าร่วมเกมการแข่งขัน ที่มีเงินรางวัลจำนวนมหาศาล ชนิดที่ว่าทั้งชีวิตพวกเขาก็ไม่อาจหาได้ในเวลาเพียงเท่านี้ เมื่อไม่มีอะไรจะเสีย และเงินเหล่านั้นก็มากพอที่จะปลดภาระหนี้สิน สร้างคุณค่าชีวิตดี ๆ ให้ตนและคนที่รัก ทุกคนจึงตอบตกลงเข้าร่วมกรายการ
กติกาของเกมนั้นไม่มีอะไรมาก แต่กลับแตกต่างไปจากเซอร์ไววัลเกมทั่วไปที่มักใช้ชีวิตเข้าแลก พวกเขาต้องพยายามรักษาชีวิตของทุกคนไว้ หากมีใครตายเกมจะจบลง ยิ่งอยู่ในเกมได้นานเท่าไร จำนวนเงินที่พวกเขาจะได้รับเป็นรางวัลก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ข้าวปลาอาหารนั้นมีให้ฟรี สามารถหาซื้อสิ่งของจากข้างนอกได้ในราคาที่สูงกว่าหลายสิบเท่า โดยจ่ายเป็นเงินของตัวเอง หรือจ่ายเป็นเวลาส่วนรวมที่มี และเวลาที่มีนั้นสามารถเพิ่มขึ้นได้ ด้วยการแลกกับ 'บางสิ่งบางอย่าง'
แนะนำว่าสำหรับเรื่องนี้ ถ้าต้องการรับชมอย่างได้อรรถรสมากที่สุด ไม่ต้องหาข้อมูลหรือรับรู้อะไรเลยจะดีกว่า แล้วเข้าไปตามหาความจริงพร้อมกับเหล่าตัวละครในเรื่อง จะได้สัมผัสความตื่นเต้นและลุ้นระทึกอย่างเต็มที่ และขอเตือนไว้ก่อนว่าซีรี่ส์เรื่องนี้อาจไม่ใช่เรื่องที่เหมาะกับคนที่กำลังดิ่งดาวน์เท่าไร ส่วนตัวผู้เขียนนั้นดูจบแล้วรู้สึกหดหู่ไปสองวันเลยทีเดียว
**Spoiler Alert บทความต่อจากนี้อาจเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซีรี่ส์**
เกมโชว์ที่จำลองสังคมเสมือนของระบบทุนนิยมบนโลกใบนี้
'ต้นทุนชีวิตของคนเราไม่เท่ากัน' เป็นประโยคที่แม้อยากจะแย้ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นเรื่องจริง เริ่มต้นมาทุกคนในเกมก็ถูกกำหนดจำนวนเงินที่ได้จากลำดับชั้น หรือเลขห้องที่อยู่ ซึ่งแม้ว่าทุกคนจะเลือกเลขด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่มีใครรู้ถึงเงื่อนไขข้อนี้มาก่อน จึงเหมือนการสุ่มดวง แบบชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้ บางคนเกิดมาบนกองเงินกองทอง ก็ได้รับโอกาสที่จะมีชีวิตแสนสุขสบาย เหมือนชั้นแปด ไม่จำเป็นต้องแคร์อะไร แถมยังมีอำนาจในการกำหนดความเป็นอยู่ของคนชั้นล่าง ๆ ลงมาอีกต่างหาก เมื่อปัจจัยในการใช้ชีวิตทุกอย่างมีพร้อม ความต้องการต่อมาก็คือความบันเทิง ที่ทำได้แม้กระทั่งใช้ชีวิตของคนที่ด้อยกว่าเป็นเครื่องมือโดยไม่รู้สึกอะไร ในขณะที่คนชั้นล่าง ๆ ต้องต่อสู้ดิ้นรนกับการทำงานเพื่อแลกกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเพียงสักเล็กน้อย และกลายเป็นเบี้ยที่เหล่าคนชั้นสูงใช้ได้ตามใจนึก ซ้ำร้าย บางคนไม่เพียงฐานะด้อยกว่า แต่ยังมีภาระ หรือสภาพร่างกายทุพพลภาพ ที่ลดทอนต้นทุนชีวิตลงยิ่งกว่าเดิมไปอีก แบบคนชั้นหนึ่ง และบางคนก็ยอมไหลตามวงจรนี้ไปเพื่อความอยู่รอดสุขสบายของตัวเอง อย่างชั้นหกและชั้นสี่
'ชั้น' ของห้องที่เปรียบเสมือน 'ชนชั้น' ของแต่ละคน
แม้ในตอนต้นของเกม ทุกคนจะพยายามสร้างระบบสังคมที่พึ่งพาอาศัยกัน คนมีแรงทำงานมากกว่า ได้รับอาหารตอบแทนมากกว่า คนที่ไม่สามารถทำงานหนักรับหน้าที่ในส่วนอื่นที่ตนทำได้ ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี แต่เมื่อเกมดำเนินไปได้ระยะหนึ่ง ทุกคนก็ค้นพบว่าความเท่าเทียมในสังคมนั้นไม่มีอยู่จริง เมื่อจำนวนเงินที่แต่ละชั้นได้รับนั้นไม่เท่ากันมาตั้งแต่แรก และอาหารกับน้ำทั้งหมดก็ถูกส่งให้ลำเลียงมาจากชั้นบนสุดก่อน แม้แต่การเรียกเลขชั้นแทนชื่อตัวละครแต่ละคน ก็สื่อถึงการให้ความสำคัญกับชนชั้นมาก่อนตัวปัจเจกบุคคลจริง ๆ และแม้ว่าคนชั้นล่างจะพยายามแค่ไหน แม้ตัวเกมจะกำหนดมาให้เราสามารถซื้ออะไรก็ได้หากมีเงินมากพอ แต่ความจริงแล้วเราไม่อาจฝืนกฎธรรมชาติที่ติดตัวมาแต่เกิด (ตั้งแต่การสุ่มเลือกไพ่) อย่างลำดับชนชั้นนี้ได้เลย ยิ่งดูหนังต่อไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งเห็นภาพที่เชื่อมโยงกับสังคมในโลกความเป็นจริง
'เวลา' คือสิ่งมีค่าดั่งเงินทอง
ใน The 8 Show เงินรางวัลจะเพิ่มขึ้นทุก 1 นาทีที่เวลาผ่านไปในเกม และเวลาในเกมจะเพิ่มขึ้นเมื่อผู้ชมได้รับความบันเทิงหรือถูกใจสิ่งที่เกิดขึ้น ดังนั้นหากเรียก 'การเล่นเกม' ว่าเป็น 'การแสดง' อาจจะถูกต้องมากกว่า และสิ่งที่ทุกคนต้องช่วงชิงมาก็คือ 'แสง' ที่ดึงดูดความสนใจของผู้ชม เปรียบเหมือนการสร้างคอนเทนต์ต่าง ๆ ในโลกปัจจุบัน ยิ่งช่วงชิง Airtime หรือได้รับความสนใจมากเท่าไร ก็เป็นมาตรวัดชื่อเสียง ฐานะ ความนิยม การประสบความสำเร็จ มากเท่านั้น ทุกคนจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งยอดวิว ยอดไลก์ ให้แสงสปอตไลต์ฉายมาที่ตน โดยที่บางครั้งอาจเลยเถิดเกินกว่าที่ควรไปมาก แต่เพราะว่าผู้คนชอบเสพสิ่งบันเทิง เรื่องแปลก ๆ หรือการขัดแย้งวิวาท เราจึงยังเห็นสิ่งเหล่านี้วนเวียนอยู่ในสื่อยุคปัจจุบันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สุดท้ายแล้ว 'เราทุกคนก็คือส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนวงจรนี้'
ผู้รับชมยินดีที่จะให้ 'เวลา' เป็นสิ่งตอบแทนความบันเทิง เพื่อต่อยอดให้โชว์เหล่านี้ถูกดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ให้ตัวเองได้เสพความบันเทิงต่อไป แม้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะโหดร้าย หดหู่ และไร้มนุษยธรรมมากเพียงใดก็ตาม จนเมื่อซีรี่ส์จบลง เราจึงได้ตระหนักว่า ตัวเราเองที่กำลังดูหนังเรื่องนี้อยู่นั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของวงจรนี้เช่นกัน ประโยค 'พล็อตเรื่องนี้น่าสนใจจังเลย อยากดูจัง' ที่เคยคิดแวบแรกเห็นเรื่องราว ผุดกลับขึ้นมาในหัวอีกครั้ง ยิ่งทำให้ประสบการณ์ที่ได้รับจาก The 8 Show ดูเรียลและหดหู่ยิ่งขึ้นไปอีก เพราะมันได้ relate กับชีวิตของเราจริง ๆ และทำให้รู้ว่าความมืดหม่นหดหู่ที่เกิดขึ้นในหนังนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย
อ่านบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ ซีรีส์ และเรื่องบันเทิงสนุก ๆ ได้ ที่นี่ เลย
Main, Hero and Featured images: IMDB