โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปลี่ยนความบกพร่องเป็นความเข้าใจ หลากวิธีดูแล “เด็กพิเศษ” ให้ปลอดภัย เริ่มต้นได้จากในครอบครัว

นิตยสารคิด

อัพเดต 23 ก.ค. 2567 เวลา 00.17 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2567 เวลา 00.17 น.
special-need-childs-cover

การปกป้องลูกผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจให้ปลอดภัย เป็นหนึ่งในงานที่สำคัญที่สุดในชีวิตสำหรับคนเป็นพ่อแม่ โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีสมาชิกเป็น “เด็กพิเศษ” ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการความเข้าใจและการปกป้องดูแลเป็นพิเศษเช่นกัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้พวกเขาสามารถเจริญเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ

หากใครมีคนรู้จักหรือได้สัมผัสใกล้ชิดกับเด็ก ๆ เหล่านี้ อาจเข้าใจดีถึงวิธีที่ครอบครัวหรือคนรอบข้างต้องรับมือกับสภาวะทางอารมณ์ และการดูแลที่ต้องมีความพิเศษมากกว่าเด็กทั่วไป นั่นรวมไปถึงประเด็นด้าน “ความปลอดภัย” ในการอยู่ร่วมกับคนอื่น ๆ ในสังคมที่ต้องมีมากขึ้น ถึงแม้ว่าพัฒนาการของเด็กพิเศษจะแตกต่างและอาจช้ากว่าเด็ก ๆ คนอื่น แต่ก็สามารถเติบโตได้อย่างดีจนประสบความสำเร็จและมีความสุขในชีวิตได้เช่นกัน

RDNE Stock project / Pexels

วิธีรับมือและดูแลเด็กพิเศษ
เด็กพิเศษที่มีปัญหาในด้านของการเรียนรู้ การเข้าสังคม และพฤติกรรม ความปลอดภัยถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเติบโตขึ้นจนอายุเท่าใดก็ตาม ผู้ปกครองจะต้องปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้มีความเหมาะสมอยู่เสมอ เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยให้ครอบคลุมไปจนถึงช่วงวัยรุ่น ตลอดจนสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตนเองตลอดชีวิต ลองดูเคล็ดลับการดูแลความปลอดภัยและข้อควรระวังที่สำคัญสำหรับการรับมือและดูแลเด็กพิเศษเหล่านี้

  • ในอันดับแรก ผู้ปกครองและคนในครอบครัวต้องยอมรับและเข้าใจถึงการเป็นเด็กพิเศษของบุตรหลาน อย่าท้อใจว่าเด็กเหล่านี้จะมีพัฒนาการไม่ได้ ควรคิดบวกและเชื่ออยู่เสมอว่า เด็ก ๆ ทุกคนมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปจนเติบโต ถึงแม้ว่าอาจจะช้าไปเสียหน่อย แต่ถ้าทั้งครอบครัวทำความเข้าใจและมีความเชื่อตรงกัน ก็จะทำให้สามารถดูแลเด็กพิเศษไปจนเติบใหญ่ได้
  • สมาชิกในครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ ควรสร้างสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ เช่น การจัดบ้านให้พวกเขาได้พัฒนาทักษะแทนการไปโรงเรียน ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อความปลอดภัยจากการถูกบูลลี่ ยิ่งไปกว่านั้น เด็ก ๆ เหล่านี้อาจไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังเผชิญคือการถูกรังแก จึงไม่สามารถบอกให้ผู้ปกครองรับรู้ได้ตลอดเวลา
  • ครอบครัวควรหากิจกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาทักษะด้านของการสื่อสารและการเข้าสังคม โดยการมีปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัวเป็นขั้นแรกก่อนที่จะออกสู่โลกภายนอก เพื่อว่าพวกเขาจะได้เรียนรู้วิธีที่จะเข้าสังคมและใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย
  • อีกหนึ่งด้านของความใส่ใจ คือการดูแลพัฒนาการด้านร่างกายควบคู่กันไปด้วย เช่น การพัฒนากล้ามเนื้อโดยการปั้นดินน้ำมัน การพับกระดาษ หรือทำกิจกรรมง่าย ๆ ที่สามารถส่งเสริมการเรียนรู้ไปพร้อมกับการพัฒนาร่างกายให้แข็งแรง เพื่อว่าในอนาคต ร่างกายจะได้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตของพวกเขา
  • การให้ความสำคัญในด้านอารมณ์และจิตใจของเด็กพิเศษเป็นอีกเรื่องที่สำคัญ เด็กเหล่านี้ต้องการการเอาใจใส่และกำลังใจเป็นสำคัญ ไม่ควรมองว่าการเป็นเด็กพิเศษนั้นเป็นเรื่องที่แปลกประหลาด ถ้าเด็ก ๆ เหล่านี้ได้รับกำลังใจที่ดีจากครอบครัว จะทำให้เขามีพัฒนาการที่ดีขึ้นไปในทางบวก และสามารถเติบโตไปได้อย่างดีโดยที่มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง

อย่างไรก็ดี เด็กพิเศษมีหลายลักษณะและมีความสามารถในการพัฒนาศักยภาพที่แตกต่างกันออกไป วิธีการดูแลช่วยเหลือจึงต้องแตกต่างกันตามไปด้วย มารู้จักวิธีดูแลอีกหนึ่งอาการของกลุ่มเด็กพิเศษที่เราสามารถพบได้บ่อยครั้งในสังคมปัจจุบัน อย่าง “โรคออทิสติก” (Autistic) กัน

Nicola Barts / Pexels

การดูแลเด็กออทิสติก
“โรคออทิสติก” (Autistic) เกิดจากความผิดปกติของสมองตั้งแต่กำเนิด ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาทั้งด้านการสื่อสาร การเข้าสังคม และด้านการเล่น หรือมีพฤติกรรมในรูปแบบซ้ำเดิม โดยพฤติกรรมที่สามารถบ่งบอกได้ว่ามีอาการของโรคนี้คือ การอยู่ไม่นิ่ง สมาธิสั้น มีพฤติกรรมก้าวร้าว เช่น กรีดร้อง หรือโขกศีรษะ การดูแลเด็กออทิสติกจะมีการแบ่งไปตามแต่ละช่วงวัย ผู้ปกครองจึงต้องได้รับการฝึกทักษะในการปรับพฤติกรรมของลูกจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

  • เริ่มจากในช่วงปฐมวัย ควรที่จะกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ให้เด็กมีการตอบสนองกลับมาให้ได้มากที่สุด เช่น การเรียกและรอให้เขาหันกลับมามองเพื่อเป็นการโต้ตอบ เนื่องจากส่วนมากเด็กออทิสติกในวัยนี้ จะสนใจอยู่ในโลกของตัวเอง จึงต้องกระตุ้นให้เขาสนใจโลกภายนอกและสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อพัฒนาทักษะการฟัง ให้เขาฟังคำสั่งง่าย ๆ เข้าใจและสามารถปฏิบัติตามได้
  • นอกจากนี้ ยังอาจใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ เช่น เทคโนโลยี Leka อุปกรณ์อินเทอร์แอคทีฟ หรือหุ่นยนต์ช่วยฝึกทักษะการรับรู้และการสื่อสาร เนื่องจากเด็กออทิสติกจะชอบทำกิจกรรมซ้ำ ๆ เดิม จึงควรใช้เป็นชุดกิจกรรมที่หลากหลายให้ได้ฝึกทักษะที่แตกต่างกัน ทั้งเสียงดนตรี แสง การสั่นสะเทือน และการพูด เพื่อให้เด็ก ๆ มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สามารถเสริมสร้างพัฒนาการได้หลายทักษะและครบทุกประสาทสัมผัส
  • การกระตุ้นพัฒนาการของกล้ามเนื้อที่อาจยังไม่แข็งแรงพอ สามารถทำได้โดยฝึกการใช้กล้ามเนื้อ ทั้งการบีบ ดึง การใช้นิ้วมือหยิบจับสิ่งของหรือการออกแรงต่าง ๆ เช่น การเดิน หรือการวิ่ง เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อให้กล้ามเนื้อมีแรงมากขึ้น
  • มาจนถึงในช่วงวัยเรียน เป็นช่วงที่การเข้าสังคมสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะถึงช่วงเวลาที่เด็ก ๆ จะต้องไปโรงเรียนและเจอกับเพื่อน ๆ อีกร้อยพ่อพันแม่ จนไม่อาจรู้ได้เลยว่าจะมีใครมารังแกหรือไม่ ถ้าเด็กมีพัฒนาการที่ดีตั้งแต่แรกเริ่ม ก็จะทำให้สามารถเรียนร่วมกับเด็กทั่วไปได้อย่างมีความสุข จึงต้องเน้นไปที่ทักษะการเข้าสังคม ให้รู้จักการรอคอยและกฎกติกาในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น สอนให้เขาช่วยเหลือตัวเองได้ เช่น การรับประทานอาหาร จับช้อน-ส้อม การดื่มน้ำ หรือแม้แต่การเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ อย่างการสอนขับถ่ายให้เป็นเวลา ก็เป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตในสังคมภายนอก
  • ในช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญที่สุด ในวัยนี้จะมีหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป หนึ่งในนั้นคือร่างกาย จึงต้องแนะนำและสอนให้เด็กออทิสติกรับรู้ถึงความแตกต่างของการเปลี่ยนแปลงระหว่างเพศ หากสอนให้เขาเข้าใจ ก็จะช่วยในการสร้างการยอมรับ ละปรับตัวอยู่กับการเปลี่ยนแปลงในช่วงวัยนี้ของตนเองได้

“เก้าอี้กอด OTO THE HUGGING CHAIR” นวัตกรรมที่ช่วยให้ผู้ที่มีอาการออทิสติก รู้สึกปลอดภัย
เก้าอี้กอด OTO THE HUGGING CHAIR เป็นนวัตกรรมเก้าอี้สำหรับผู้ที่มีอาการออทิสติก ที่ถูกออกแบบโดย อเล็กซ์เซีย ออเดรียน (Alexia Audrain) ช่างไม้ชาวฝรั่งเศส โดยมีการใช้งานในศูนย์ความเป็นเลิศด้านออทิสติกและพัฒนาการทางระบบประสาท ณ เมืองตูร์ ประเทศฝรั่งเศส เป็นครั้งแรก คิดค้นขึ้นจากการใช้แรงกอดหรือการบำบัดด้วยการสัมผัสแบบลึกและแนบแน่น ในขณะที่กังวลหรือเครียด ผู้ที่ใช้งานจะรู้สึกเสมือนถูกโอบกอดจากเก้าอี้ เพื่อเป็นการปลอบประโลมให้รู้สึกปลอดภัย และคลายความเครียดออกไป การทำงานของเก้าอี้ OTO นี้ จะสามารถปรับระดับการตอบสนองตามความต้องการของผู้ใช้ได้ผ่านรีโมทคอนโทรลที่สามารถเพิ่มหรือลดแรงกอดได้ตามใจต้องการ ภายในเก้าอี้จะมีผนังด้านในที่สามารถพองตัวเพื่อบีบกอดผู้นั่งเอาไว้ ช่วยให้ผู้ใช้งานที่มีอาการออทิสติกสามารถคลายออกจากสภาวะกังวล และสัมผัสกับความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย ราวกับว่าร่างกายกำลังถูกเยียวยาด้วยการโอบกอดนั่นเอง

oto-chair.com

การดูแลเด็กพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นในสภาวะใดให้เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ ผู้ปกครองล้วนต้องก้าวผ่านความกังวลมากมาย และอาจจมอยู่กับความรู้สึกท้อแท้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่การทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจในการปกป้องเลี้ยงดูเด็ก ๆ ด้วยความรัก ความเอาใจใส่ ย่อมคืนผลลัพธ์มาเป็นพัฒนาการในทางที่ดี ที่จะสามารถช่วยเหลือให้พวกเขาสามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม และใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างปลอดภัย

ที่มา : บทความ “What Is a Special Needs Child? Definition and Financial Resources” โดย Julia Kagan
บทความ “6 วิธีดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษเบื้องต้น” โดย วสันต์ วรรณรัตน์
บทความ “เลี้ยงดู "เด็กพิเศษ" ต้องเริ่มจากพ่อแม่ คัดกรองให้ไว เสริมพัฒนาการรอบด้าน” จาก กรุงเทพธุรกิจ
บทความ “ชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสีย ทำบ้านเรียนให้เด็กพิเศษ” จาก Starfish Academy
บทความ “Assure Emotional Security in Children with Special Needs” โดย Sutapa Ghatak
บทความ “SAFETY TIPS FOR CHILDREN WITH SPECIAL NEEDS” จาก brainbalancecenters.com
บทความ “กิจกรรมบำบัด กับการพัฒนาการเด็กพิเศษ” จาก โรงพยาบาลรามคำแหง
บทความ “โรคออทิสติก (Autistic)” โดย นพ.ทรงภูมิ เบญญากร
บทความ “การเลี้ยงดูเด็กออทิสติก Autism Spectrum Disorder : Child Rearing” โดย นพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
บทความ “The Crucial Role of Family and Parents in Special Education for Children with Disabilities” โดย Karthik S
บทความ “The future of autism treatment: 4 recent innovations with transformative potential” จาก HEALIS AUTISM CENTRE
บทความ “นวัตกรรมสุดอัจฉริยะ “เก้าอี้กอด OTO” ช่วยผู้ที่อยู่ในกลุ่มอาการออทิสติก สเปกตรัม (ASD) ให้รู้สึกปลอดภัยจากการสัมผัสที่เหมาะสม” โดย Praewpan Sirilurt
บทความ “นวัตกรรม เก้าอี้กอด OTO ที่ถูกกล่าวถึงในซีรีส์ฮิต Extraordinary Attorney Woo” โดย CHANJIRA_YEE

เรื่อง : ณัฐนิธิ ประเสริฐแท่น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

MK ฉลอง 40 ปี เปิดตัว "MK Original" เซ็นทรัลลาดพร้าว ขนเมนูดั้งเดิม-รถเข็นติ่มซำกลับมาให้หายคิดถึง

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

โยเกิร์ตควรกินตอนไหน? ตอนเช้า vs ก่อนนอน แบบไหนหุ่นปัง ผิวใสที่สุด?

sanook.com

เปิดพิกัดลายแทงเด็ดระยอง หนีร้อนไปนอนพัก GO Hotel กินบุฟเฟต์ทุเรียนสวนคุณยาย

ONCE

ชวนเกาะติดภารกิจประวัติศาสตร์! นาซาเปิดแพลตฟอร์มติดตามนักบินอวกาศ “อาร์ทิมิส 2” มุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์แบบเรียลไทม์

SPACEMAN

ชวนสำรวจ ‘ผีแพนเค้ก’ คาแร็คเตอร์แห่งยุคที่ไม่เคยตาย และทลายภาพจำของผีแบบเดิม

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

ไลฟ์แตกสมศักดิ์ศรีตัวแม่! ‘อั้ม พัชราภา’ สวมบทนักไลฟ์ ควง ’มิกค์ ทองระย้า‘ เสิร์ฟโมเมนต์สุดฟิน

เดลินิวส์
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...