โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ต่อสัญญาภรรยาจำเป็น

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2567 เวลา 11.51 น. • ลูกไก่ทองคำ
บอดี้การ์ดหนุ่มแต่งงานกับบอสมาเฟียมา5ปีแล้วหย่ากัน ทั้งที่บอกว่าเขาเป็นไม้กั้นหมา แต่กลับยังให้เขาต้องกลับไปหา แถมยังคอยเรียกเขาว่าที่รักอยู่นั่นแหละ ตกลงเราหย่ากันจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย [MPREG]

ข้อมูลเบื้องต้น

กฎเหล็กในการเป็นภรรยาของบอสมาเฟียคือต้องไม่ตาย บอดี้การ์ดยอดฝีมืออย่างเขาครองตำแหน่งนี้มาถึงห้าปีแล้ว ถึงเวลาที่เขาจะต้องจากลา

ทว่าพอหย่ากันแล้วก็ดันมีเหตุให้กลับไปเจอกันอีก อีกฝ่ายยังเรียกเขาว่า "ที่รัก" และให้ความใส่ใจกันอยู่อีก

ตกลงเราหย่ากันจริงๆ รึเปล่าเนี่ย!

#ต่อสัญญาภรรยาจำเป็น

นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายชายรักชายแบบ MPREG (ผู้ชายบางคนสามารถท้องได้) เซตติ้งเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยสมมุติภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ ขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ ขึ้นมา

ไม่ดราม่า ไม่มีการทำร้ายกัน แต่พระเอกจะเปิ่นๆ โงะๆ นิดหนึ่งนะคะ

Content Warning

คำหยาบคาย / การใช้สารเสพติด สิ่งมึนเมา / การต่อสู้ / เลือด / ความตาย / ความรุนแรงในครอบครัว / การทำร้ายเด็ก / ความไม่เท่าเทียมกันทางเพศ / พระเอกมีเมียหลายคน / เมียพระเอกตายบ่อย

ตามหาไรท์ได้ที่

https://twitter.com/gukkungg

ภาพหน้าปก : C.Roar

ตารางอัพตอน

อัพตอนติดเหรียญล่วงหน้าทุกวัน เวลา 17:00 น.

ปลดเหรียญอ่านฟรีวันเว้นวัน เวลา 20:00 น.

บทนำ

ชะตาชีวิตของโชคถึงคราวพลิกผันอีกครั้ง เมื่อชายผู้เป็นสามีของเขาวางเอกสารราชการที่เขียนว่าทะเบียนการหย่าลงตรงหน้า แถมยังวางปากกาเอาไว้คู่กัน

"โชค นี่เป็นคำสั่ง หย่ากับฉันเดี๋ยวนี้"

"รับทราบครับบอส"

โชคเซ็นชื่อลงไป ไม่ได้เรียกอีกฝ่ายแบบนี้มานานแล้ว ทำเอาต้องตั้งสติไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่มันก็ไม่เท่ากับการเห็นชื่อที่เขียนอยู่บนนี้ ชื่อของนาย มีโชค สมใจหมาย อยู่ข้างๆ กับนาย ภวิศ ศักดิณานุสรณ์ นั้นมันช่างหลุดโลกเสียนี่กระไร

"เสร็จแล้วครับ"

เซ็นเสร็จก็วางปากกาลงไป นอกจากจะมีลายเซ็นของเขากับภวิศแล้ว ยังมีลายเซ็นของเจ้าหน้าที่ทะเบียนกับหัวหน้าพ่อบ้านด้วย

พยานเอกสารสองคน ส่วนพยานบุคคลก็มีถึงหลายสิบนาย ต่อให้จะอยู่ในคฤหาสน์ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นก็ตาม แต่ชายฉกรรจ์ใส่สูทเหล่านี้ก็จะต้องอยู่เคียงข้างนายเหนือหัว

บอสของพวกเขา ภวิศ ศักดิณานุสรณ์

หัวหน้าแก๊งมาเฟีย ผู้รวมเมืองคนโฉด เมืองนราธิราชได้เป็นหนึ่งเดียว!

โชคเหลือบมองอดีตสามีอายุสามสิบสามปีของเขา ชายหนุ่มร่างใหญ่ ผู้มีใบหน้าคมคาย คิ้วเข้มหนากับดวงตาเหยี่ยวสร้างภาพลักษณ์ที่น่ากลัว แต่พอริมฝีปากนั้นยิ้มออกมา ออราอันเจิดจ้าของหนุ่มใหญ่ก็เฉิดฉายออกมาด้วย

สาวๆ หลายสิบคนต่างอยากถลาเข้าไปในอ้อมกอดนี้กันทั้งนั้น โชคเห็นมาหลายครั้งแล้ว ในระหว่างที่พวกเขาครองคู่กัน

"ขอบคุณที่ดูแลผมมาตลอดนะครับ บอส"

โชคก้มหัวลงไป ตัวเขาที่ได้ชีวิตแบบหนูตกถังข้าวสารนี้มันเกินจะฝัน

ภวิศนั่งเท้าคาง มองลายเซ็นของโชคที่พัฒนาขึ้นจากตอนเซ็นใบสมรสแล้วก็ส่งเอกสารให้พ่อบ้านไป

"ง่ายจริงนะ… เป็นเมียฉันมาตั้งห้าปีแล้ว ไม่มีความอาลัยอาวรณ์บ้างเลยรึไง"

"คุณต้องการแบบนี้ไม่ใช่เหรอครับ ตั้งแต่วันนั้นที่คุณให้ผมเป็นภรรยาจำเป็น ผมก็เป็นภรรยาที่น่ารัก เชื่อฟัง และรู้ฐานะของตัวเองมาตลอด"

"…"

"คุณไม่จับผู้ชายทำเมีย ส่วนผมก็ไม่อยากเสียตัวให้ผู้ชาย พวกเราเข้าล็อกกันได้พอดีเลยไม่ใช่เหรอครับ"

"ฮะ! ปากเธอนี่มัน…"

ภวิศหัวเราะออกมา ห้าปีที่เคียงข้างกันทำให้ฝีปากของลูกน้องคนนี้รื่นหูมากทีเดียว แต่โชคก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ต้นแล้ว เขาจึงไม่ฝืนนักกับการเรียกอีกฝ่ายว่าภรรยา

"ใช่ ฉันพอใจมากเลยล่ะ ฉันจะจ่ายโบนัสเพิ่มไปให้นะ ถือเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่พวกเราจะเกี่ยวข้องกัน"

"ว้าว ขอบคุณครับ โชคดีใจมากเลยล่ะดาร์ลิง!"

"หึ เรื่องง่ายๆ แค่นี้เอง มายสวีตฮาร์ต…"

"…"

ทั้งห้องเงียบกริบไป ทั้งเจ้าหน้าที่ทะเบียน หัวหน้าพ่อบ้าน และลูกสมุนต่างไม่มีใครแสดงสีหน้าท่าทางอะไรทั้งนั้น ถึงจะพิลึกพิลั่นแต่การตอบโต้กันแบบนี้ก็เกิดขึ้นมาห้าปีแล้ว

มันเป็นเรื่องปกติไปแล้ว…

แม้ว่าคนพูดนั้นจะโตเป็นควาย เลยวัยที่จะมีความรักแบบพ็อปปีเลิฟไปแล้วก็ตาม!

ภวิศกระแอมออกมาคำหนึ่ง สายตาที่มองโชคเย็นชาประหนึ่งมองลูกน้องปลายแถว

"ตามนั้นแหละ… เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป กำจัดความเคยชินของนายออกไปซะ พอหย่ากันแล้วนายก็จะต้องย้ายออกไปด้วย จะใช้เวลาปรับตัวเท่าไหร่ก็ตามสบายเลย พร้อมกลับมาทำงานเมื่อไหร่ก็ไปบอกไอ้เข่งมัน มันจะได้จัดที่จัดทางเอาไว้ให้"

"โอ๊ะ เกี่ยวกับเรื่องนั้นน่ะครับ"

"ทำไม? มีปัญหาเหรอ"

"…"

โชคกำมือแน่นขึ้นมา พูดกันตามตรงแล้วเรื่องนี้มันพูดยากยิ่งกว่าการหย่ากันซะอีก

แต่เขาก็จะต้องพูดออกไป เพราะว่าเขาอยากจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

"ผมจะออกจากกลุ่มอินทรีเทาครับ ผมจะไม่เป็นบอดี้การ์ดแล้ว"

พูดจบลูกน้องมาเฟียและบอดี้การ์ดทั้งหมดก็มองเขาเป็นตาเดียวกัน ชายที่เป็นหนึ่งในด้านของการต่อสู้นั้น ถ้าไม่สู้แล้วเขาจะทำอะไร

โชคเป็นมือหนึ่งของกลุ่มรักษาความปลอดภัย อินทรีเทา ถึงเขาจะพักงานแล้วมาเป็นภรรยาของภวิศ แต่นั่นก็ไม่ทำให้ฝีมือของเขาขึ้นสนิมไป เมื่อห้าวันก่อนเขาเพิ่งจะจับตัวเงินตัวทองด้วยมือเปล่า ส่วนเมื่อสองวันก่อนก็เพิ่งจะยิงคนตาย แม้แต่ตอนนี้ตามเนื้อตัวของชายหนุ่มแก้มแดงหน้าหวานที่รูปร่างผอมเพรียวนี้ก็ยังคงซ่อนอาวุธลับเอาไว้

ภวิศตาโตขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะหรี่ลงมา พ่นลมหายใจหนักๆ พร้อมกับกอดอกแล้วเอนหลังพิงพนัก

"เอาจริงสินะ… ขี้เกียจแล้วรึไง"

"ผมวิ่งไม่ไหวแล้วครับ ผมอายุยี่สิบเก้าปีแล้ว ผมแก่แล้ว"

หัวหน้าพ่อบ้านชะงักขึ้นมา ถ้ายี่สิบเก้าปีถือว่าแก่ อายุเจ็ดสิบสามปีอย่างเขาคงจะเป็นฟอสซิลไปแล้วอย่างแน่นอน

ภวิศเอียงศีรษะเล็กน้อย นึกถึงเงาที่เห็นตอนค่ำคืนแล้วหัวเราะ

"เฮอะ ไร้สาระ… เมื่อคืนนายเพิ่งจะปีนหลังคาบ้านไป แถมยังเดินไปทั่วอีก"

"นั่นผมแค่ไปรับลมเองครับ แต่จะให้วิ่งไปหลบตรงนั้นตรงนี้ หรือก้มๆ เงยๆ ยิงใครต่อใครคงจะทำไม่ไหวแล้ว ผมติดนิสัยนั่งจิบชาแล้วหายใจไปวันๆ แล้ว จากนี้ไปผมเลยอยากจะทำอะไรเบาๆ บ้าง"

"อย่างเช่นอะไรล่ะ"

"ความลับครับ เพื่อความสงบสุขในชีวิตผม ขอไม่บอกแล้วกันนะ"

โชคขยิบตาไป แต่พอรู้ตัวเขาก็กลับมาตีหน้านิ่งดังเดิมอีกครั้ง เขาไม่ใช่ภรรยาที่น่ารักของอีกฝ่ายแล้ว ไม่จำเป็นต้องหยอดให้เขาคลื่นไส้

ภวิศส่ายหน้าไปมา รู้สึกชื่นชมตัวเองอยู่บ้างที่ทนดูอะไรแบบนี้ได้ตั้งห้าปี

"เอาสิ อยากทำอะไรก็ทำ นายวางมือไปก็ดีเหมือนกัน ภรรยาในอนาคตของฉันจะได้ไม่ต้องคิดมากเวลาเห็นหน้านาย"

"ขอบคุณครับ บอสเลือกคุณนายได้แล้วเหรอครับ"

"เลือกได้แล้วสิ ฮ่าๆ นายคิดว่าฉันรอวันนี้มานานแค่ไหนกัน วันที่ข้างกายฉันจะมีดอกไม้ที่น่ารักน่าทะนุถนอม มีเสียงหวานๆ พร่ำเรียกสามีและที่รัก มีเรือนร่างนุ่มนิ่มให้ได้จับให้ฟัดจมเตียงไป ฉันจะมีลูกให้มากกว่าสามคนเลย แล้วก็จะมีลูกฝาแฝดด้วย"

"…"

"นายเองก็หาเมียให้ได้ล่ะ ให้ มัน ได้ใช้งานบ้าง"

เขาหัวเราะอย่างสะใจ เหมือนจะลืมไปว่าตัวเองนั้นก็ไม่ได้ใช้ มัน ด้วย

โชคยิ้มกลับไปอย่างสุภาพ ในเมื่อพวกเขาไม่ได้ผูกพันกันและอีกฝ่ายตั้งใจจะหัวเราะถากถางกันแบบนี้ เขาก็หันรอยยิ้มที่เป็นดั่งคมมีดไปหาอีกฝ่ายได้

"ครับ ผมก็ขอให้คุณครองคู่กับ ภรรยาคนที่แปด ให้มีความสุขนะครับ"

หยุมหัวกันเลยยยยยย

เซ็นหย่าปุ๊บ หยุมหัวกันปั๊บ ตัวเองขอหย่าเอง อย่ากลับคำนะะะ

ฝากเอ็นดูคุณบอสอยากมีเมียด้วยนะคะ

เรื่องนี้จะเป็นแนวน่ารักเบาสมอง เน้นความสัมพันธ์ของคู่พระนาย

สปอยก่อนเลยว่าเขาไม่ใจร้าย แค่ไม่รู้ใจตัวเองจนน่ากุมหัวเท่านั้น เขาเป็นธงสีชมพูกับนายเอกค่ะ

มายสวีตฮาร์ตจริงๆ นะคะะ

ตอนที่ 1

"คุณโชคครับ อย่าไปเลยนะครับ!"

"ได้โปรดเถอะค่ะ ช่วยคิดใหม่อีกครั้งเถอะค่ะ!"

คนใช้เกาะแข้งเกาะขาตั้งแต่อยู่ในบ้านยันออกมาหน้ารั้วบ้าน ทั้งที่เขากำลังลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบพร้อมสะพายกระเป๋าใบโตอยู่แท้ๆ แต่กลับไม่มีใครช่วยถือเลย

โชคโยนกระเป๋าทั้งหมดขึ้นท้ายรถ จากนั้นก็หันกลับมาหาคนหนุ่มสาวตาดำๆ นั้น

"ผมคิดดีแล้วครับ ผมไม่ได้เป็นบอดี้การ์ดแล้ว ผมอยู่ที่นี่ไม่ได้"

"ถ้าคุณไปพวกเราจะทำยังไงล่ะคะ!"

"ใช่แล้วครับ ถ้าตัวเงินตัวทองหรือตุ๊กแกโผล่มา ใครจะจับให้พวกเรา!"

"เจ้าหน้าที่จับสัตว์เลื้อยคลานไงครับ"

"แต่ที่นี่เป็นบ้านคุณภวิศนะคะ! เจ้าหน้าที่ที่ไหนจะกล้าเข้ามา ถ้าดึกๆ มีจิ้งจกหล่นลงมา พวกเราจะทำยังไง!"

"พวกคุณเป็นคนใช้ของหัวหน้ามาเฟียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนะครับ อย่ากลัวจิ้งจกสิ"

ฮือ…

พวกคนใช้น้ำตาคลอเบ้ากัน ความกลัวนั้นไม่เข้าใครออกใคร เพื่อเงินเดือนและสวัสดิการชั้นสูงของบ้านศักดิณานุสรณ์แล้ว พวกเขาจึงได้แต่ต้องกัดฟันสู้ คนใช้ที่เป็นการเป็นงานนั้นแทบไม่เหลือแล้ว ส่วนน้อยคือลาออกไป แต่ส่วนใหญ่ก็คือตาย

ทั้งตายจากกระสุนที่ยิงเข้ามาในบ้าน ตายระหว่างออกไปซื้อของนอกบ้าน หรือแค่เปิดพัสดุก็โดนระเบิดตายได้ คู่อริที่ทำอะไรภวิศไม่ได้มักจะแก้แค้นด้วยวิธีเด็กน้อยแบบนี้ คนที่ไม่เกี่ยวข้องเลยตายกันเป็นเบือ

ทว่าตั้งแต่โชคมาเป็นภรรยาของบ้านหลังนี้ อัตราการตายของคนใช้ก็ลดลง โชคคอยสอดส่องดูแลอยู่ตลอด คนลอบยิงตายไปตั้งแต่ที่นิ้วยังไม่เข้าโก่งไก พวกสัตว์มีพิษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงูพิษ ผีเสื้อกลางคืน ตุ๊กแก จิ้งจก หรือแม้แต่หนูและกระรอกที่เดินอยู่บนเพดานก็ไม่พ้นสายตาโชค

ภรรยาคนที่เจ็ดเป็นยิ่งกว่ายันต์คุ้มภัย

ศักดิ์สิทธิ์มากกว่าอะไรทั้งนั้น!

"ค่อยๆ ปรับตัวไปแล้วเข้มแข็งไว้นะครับ ตอนนี้บ้านเมืองเราสงบสุขแล้ว แก๊งศักดิ์เป็นกลุ่มธุรกิจไปแล้ว เราไม่มีมาเฟียอีกต่อไป"

ไม่มีชีวิตที่แค่ยืนอยู่ก็โดนยิงอีกต่อไป เมื่อก่อนเมืองนราธิราชเป็นแบบนั้น เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนที่อันธพาลอยู่เหนือกฎหมาย แม้แต่ตำรวจยังต้องเกรงกลัวและปล่อยให้มาเฟียเป็นคนดูแลเมืองไป

ฝั่งเหนืออยู่ในการดูแลของแก๊งศักดิ์

ส่วนฝั่งใต้อยู่ในการดูแลของแก๊งพิบูล

ทั้งสองแก๊งมีแก๊งย่อยเป็นลูกหมุนมากมาย เจอหน้ากันทีไรก็มีแต่จะยกหมัดซัดหน้ากัน ไม่ยอมให้อีกฝ่ายข้ามแดนมาทั้งนั้น ทว่าเป้าหมายของทั้งสองแก๊งคือการยึดครองนราธิราชแต่เพียงผู้เดียว การปะทะกันเลยมักจะเกิดขึ้นเสมอ

จนกระทั่งเมื่อสามเดือนก่อน ภวิศได้ปลิดชีวิตของ เอกพล พินิจสมบูรณ์ หัวหน้าแก๊งพิบูลลงได้ แก๊งศักดิ์จึงเป็นฝ่ายได้ชัย และทำลายแก๊งพิบูลไปจนไม่เหลือแม้แต่กลุ่มเดียว

แก๊งศักดิ์ขึ้นเป็นมาเฟียผู้ปกครองเมืองนราธิราชอย่างสมบูรณ์ รัฐบาลเห็นช่องทางสันติเลยส่งตัวแทนมาเจรจา สุดท้ายแก๊งศักดิ์ก็เปลี่ยนมาเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และรับผลประโยชน์ต่างๆ ไป

ภวิศจึงกลายมาเป็นชายที่ร่ำรวยที่สุด แถมยังมีอิทธิพลมากกว่าใครในเมืองนี้ด้วย!

"ไม่มีใครกล้าแตะต้องคนของแก๊งศักดิ์หรอกครับ ผมมีคนรู้จักเป็นเจ้าหน้าที่อยู่บ้าง ไว้จะบอกเขาให้นะ ถ้ามีสัตว์เข้ามาก็ติดต่อไป"

"ฮือ… คุณโชคครับ…"

"อย่าร้องไห้สิ บอสไม่ชอบน้ำตานะ ฮึบเข้าไว้ ฮึบ"

โชคตบหลังพวกเขาแล้วกอดให้กำลังใจ ห้าปีที่อยู่ด้วยกันสร้างความผูกพันเอาไว้มากทีเดียว

"ผมไปก่อนนะครับคุณเสือ"

"เดินทางดีๆ นะครับ ขอให้คุณโชคดีและประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้"

เสือ หัวหน้าพ่อบ้านชราโน้มตัวลงมา โชคยกมือไหว้อย่างสุภาพ ขอบคุณต่อความเมตตาที่ผ่านมาทั้งหมด ทั้งความเป็นอยู่ในบ้านหลังนี้และมารยาทของเขานั้นได้อีกฝ่ายช่วยแนะนำให้ เสือเป็นหัวหน้าพ่อบ้านที่สมบูรณ์แบบ และเป็นคนที่น่าเคารพที่สุดในคฤหาสน์นี้

โชคขึ้นรถเก๋งที่ทั้งเก่าและสมบุกสมบัน พอพ้นรั้วของคฤหาสน์ศักดิณานุสรณ์ไป ทิวทัศน์ที่หรูหราก็หายไปด้วย รอบข้างเหลือแต่ความเป็นอยู่ธรรมดา สายตาของโชคค่อยๆ เหม่อลอยและเหินห่าง

"คิดถึงแล้วรึไง"

โชคหันกลับมา สบตากับชายหนุ่มร่างใหญ่วัยสี่สิบเจ็ดปีที่มีนามว่า เข่ง หัวหน้ากลุ่มบอดี้การ์ดอินทรีเทาที่มาเป็นคนขับรถให้เขา

"มันก็ต้องมีบ้างสิครับ ชีวิตที่ไม่ต้องทำงาน กินๆ นอนๆ ทั้งวันน่ะ หัวหน้าไม่เคยคิดฝันบ้างรึไง"

"ก็เคย… แต่ไม่เคยคิดเป็นเมียผู้ชายว่ะ"

เข่งหัวเราะไป โลกมันแปลกที่ยอมรับเรื่องพรรค์นี้ แต่พวกเขาก็แปลกที่ชินกับเรื่องแบบนี้ไปได้เหมือนกัน

"คิดดูแล้วมันก็ผ่านไปเร็วเหมือนกันนะ ข้าเพิ่งจะตกใจที่แกเป็นภรรยาให้บอสไป ไม่ทันไรแกก็หย่ากับเขาซะแล้ว"

"งั้นเหรอครับ… รู้สึกชัดแบบนี้ แสดงว่าช่วงที่ไม่มีผมอยู่คงจะน่าเบื่อล่ะสิ"

"น่าเหนื่อยใจสุดๆ ไปเลยต่างหาก ฮ่าฮ่า อุตส่าห์คิดว่าจะได้มือดีกลับมาทำงานแล้ว ดันเสียไปซะได้! เฮ้ย ไอ้โชค แกคิดอะไรอยู่ถึงอยากจะวางมือวะ"

"คงเพราะผมใสสะอาดแล้วมั้งครับ"

ไม่มีหนี้สิน ไม่มีคดี ไม่มีศัตรู ไม่มีบ้านให้กลับไป แม้แต่ชื่อก็ยังเป็นชื่อใหม่ เป็นตัวตนใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเด็กที่น่าสงสารคนนั้น

แต่ที่น่าเศร้าที่สุดคงจะเป็นชื่อของเขาล่ะมั้ง ใครจะไปคิดว่าชื่อที่เขาตั้งแบบประชดชีวิตนั้นจะให้โชคกับเขาได้

มีโชค สมใจหมาย…

ไว้อีกสักพักค่อยเปลี่ยนชื่อให้ดีกว่านี้แล้วกัน

"แล้วแกจะไปทำอะไรต่อล่ะ ต่อให้บอสจะให้เงินถุงมา แต่มันก็ไม่พอใช้ไปตลอดชีวิตหรอกนะ แกจะต้องทำงานด้วย รู้ใช่มั้ย"

"อืม… ก็กะจะทำงานอยู่แล้ว"

"งานอะไรล่ะ หรือจะบอกฉันไม่ได้"

สายตาจริงจังขึ้นมา เมื่อก่อนมีองค์กรอื่นมากมายมาขอซื้อตัวโชค

โชคหัวเราะกลับไป ความลับอะไรนั่นน่ะ เขาแค่เล่นลิ้นใส่บอสไปเท่านั้น

"บอกได้สิครับ ถ้าอยากรู้จริงๆ พวกหัวหน้าก็สืบได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ผมจะทำงานธรรมดาๆ อย่างเปิดร้านซักผ้าน่ะ ซื้อเครื่องซักผ้ามาตั้ง จากนั้นก็นั่งเก็บเงินไป"

"โห อยู่เป็นเมียบอสจนสบาย ทำได้แค่กระดิกตีนแล้วล่ะสิ"

"ใช่แล้วครับ กระดิกได้แต่นิ้วโป้งแล้วด้วยนะ เพราะงั้นหัวหน้าห้ามหางานมาให้ผมเชียวล่ะ ผมล้างมือแล้ว เป็นชาวบ้านขาวสะอาด"

เข่งแค่นหัวเราะไป เขากล้าพนันกับคนทั้งกลุ่มอินทรีเทาเลยว่าคนที่เป็นคุณนายแล้วแต่ยังตื่นตีสี่มาลุกนั่งวิดพื้นกับเช็กลำกล้องปืนทุกวันนั้น ไม่รู้จักการเป็นคนธรรมดาหรอก แม้กระทั่งขณะที่กำลังนั่งรถอยู่นี้ สายตาของโชคยังเหลือบไปทั่วทิศทาง ตรงข้อมือยังซ้อนมีดสั้นเอาไว้เลย

ความเป็นนักสู้นั้นจารึกไปถึงจิตวิญญาณ…

ไอ้เครื่องจักรสังหารเดินได้!

"ไอ้โชค… ข้าไม่รู้ว่าแกคิดอะไร แต่ถ้าลำบากหรือเจอปัญหาก็ติดต่อมาล่ะ แค่เปลี่ยนงานไม่ใช่ว่าจะตายจากกันไป พวกเราเคยร่วมเป็นร่วมตายกันมาหลายครั้ง เราเป็นพี่น้อง… เป็นครอบครัวเดียวกันไม่ใช่เหรอ"

"หัวหน้า…"

"หึ ข้าเลี้ยงแกมาตั้งแต่ตัวขี้เปี๊ยกเชียวนะ เป็นไงล่ะ ซาบซึ้งแล้วล่ะสิ สำนึกบุญคุณกันแล้วใช่มั้ย"

"…นั่นสิครับ"

เขาอยู่กับกลุ่มอินทรีเทามานานขนาดนั้น อยู่มาตั้งแต่ตอนที่ยังเตะตัดขาเข่งไม่ได้

"ถ้าท่อแตกแล้วจะโทรไปนะ"

โชคมองขึ้นฟ้าไป คำว่าครอบครัวนั้นเป็นคำมหัศจรรย์ จากที่ไม่รู้สึกอะไรกับการจากลาก็เริ่มที่จะอาลัยอาวรณ์ขึ้นมาแล้ว

เขาขอบคุณบอสไปรึยังนะ…

คงจะพูดไปบ้างแล้วนั่นแหละ ชีวิตที่ปากกัดตีนถีบ แขวนอยู่บนเส้นด้ายสุขสบายได้ก็เพราะชายคนนั้น ถึงปากจะจิกกัดไปบ้าง แต่เขาก็อยากจะเห็นบอสมีความสุขเหมือนกัน

มีครอบครัวที่สมบูรณ์และสุขสันต์ มีภรรยาคนสวยและมีลูกที่น่ารักน่าชังอยู่เต็มบ้าน

ลูกที่เขามีให้ไม่ได้

"…เคยเห็นแต่ตอนใส่ชุดว่ายน้ำซะด้วยสิ"

โชคพึมพำเบาๆ ในช่วงห้าปีที่ผ่านมานี้ อาวุธลับของบอสไม่ได้ใช้งานเลย ไม่ว่าจะใช้กับเขาหรือกับใคร

"แต่มันก็ยังเคารพธงชาติอยู่… เอาเถอะ ทำลูกสักคนคงจะไหวล่ะมั้ง"

เป็นห่วงอาวุธลับของเธอออ

ขึ้นสนิมไปแล้วมั้ง อยากได้ลูกเยอะซะด้วยสิ ไอ้ต้าวต้องพยายามหน่อยแล้ววว

ปล. ความสามารถของนายเอกจะเว่อร์นิดหนึ่งนะคะ ปล่อยจอยไปกับไรท์หน่อยนะ

ตอนที่ 2

บ้านใหม่ของโชคคือห้องริมสุดของตึกแถวสามชั้นที่เก่าพอประมาณ อยู่ติดถนนที่มีทั้งคนและรถสัญจรไปมา รายล้อมไปด้วยบ้านเรือนและร้านค้า เหมาะกับการทำมาค้าขายมาก ขนาดห้องข้างๆ ยังเปิดเป็นร้านขายหมูปิ้งเลย

โชคยกประตูม้วนขึ้นมาก็เห็นข้างในที่ว่างเปล่า เข่งคิดว่าชั้นสองและสามเองก็คงจะว่างเปล่าเหมือนกัน

"ขนาดพัดลมสักตัวยังไม่มีเลยเหรอเนี่ย เหอๆ ชีวิตแกเนี่ยขึ้นสุดลงสุดดีชะมัด"

"ของมันยังไม่มาส่งเถอะครับ"

มองค้อนกลับไป ถึงจะเป็นตึกเก่าๆ ก็ตาม แต่มันก็เป็นทรัพย์สินใหญ่ชิ้นแรกที่เขาซื้อมาด้วยตัวเอง ถ้าตัวเขาในอดีตรู้เข้าจะต้องตกใจมากแน่นอน เมื่อก่อนแค่ค่าเช่าห้องที่เล็กเท่ารูหนู เขายังต้องเจียดเงินแทบตาย

ทั้งเฟอร์นิเจอร์และเครื่องซักผ้าจะมาไล่เรียงกัน โชคซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ทั้งหมด เพราะเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ตอนอยู่ที่บ้านของภวิศนั้นไม่เหมาะกับที่นี่ แถมพวกมันยังเป็นของที่ภวิศซื้อให้เพื่ออำนวยความสะดวกสบายของภรรยาด้วย พวกเขาตัดขาดกันไปแล้ว ของที่มีความทรงจำในเชิงนั้นโละทิ้งไปซะจะดีกว่า

เขาไม่ใช่ภรรยาของคนที่ร่ำรวยที่สุดแล้ว

จากนี้ไปเขาคือคนธรรมดาๆ

"เฮ้อ ข้าจะช่วยแกขนด้วยแล้วกัน อีกนานมั้ย"

"เดี๋ยวก็มาแล้วครับ"

เข่งพยักหน้าแล้วเดินไปซื้อกาแฟเย็นใส่ถุงจากร้านน้ำแถวนั้น พวกพ่อค้าแม่ค้าสนอกสนใจกับการมาของโชคมาก ยิ่งเห็นว่าเป็นเด็กหนุ่มหน้ามนที่ตั้งใจมาสร้างเนื้อสร้างตัวแล้วก็ยิ่งเอ็นดูยกใหญ่

หนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยต่างวนเวียนมามองรูปร่างที่เพรียวจัด ผู้ชายอะไรทรวดทรงดีมาก เห็นเอวเห็นสะโพกชัด แถมใบหน้าหวานยังขาวผ่องสะท้อนแสงอีกด้วย เข่งอดที่จะภูมิใจไม่ได้ ขนาดสายลับสาวในกลุ่มยังตั้งกฎขึ้นมาว่าถ้ายังไม่ดูดีเท่าโชคจะไม่ออกปฏิบัติการเด็ดขาด

แต่บางครั้งความงามนั้นก็เป็นดาบสองคมเหมือนกัน

"ดูท่าแกจะหาเมียยากซะแล้วสิ เปลี่ยนมาจับผู้ชายดีมั้ย ข้ามั่นใจเลยว่าแค่วันเดียวแกก็ได้แฟนใหม่แล้ว"

"ไม่เอาครับ ผมไม่ชอบผู้ชาย"

"ฮ่าฮ่า ยังไม่ชอบอีกเหรอเนี่ย อยู่กับบอสมานานนึกว่าจะเปลี่ยนใจแล้วซะอีก งั้นแกก็ต้องพยายามหน่อยแล้วล่ะ แกอายุยี่สิบเก้าปีแล้ว นานกว่านี้เดี๋ยวจะมีลูกยากเอา"

"ผมไม่คิดจะมีลูกหรอกครับ หัวหน้าไปเอาใจช่วยบอสดีกว่า"

ใครจะไปพูดแบบนั้นกับเขาได้…

ภวิศเป็นคนที่อ่อนไหวเรื่องภรรยากับลูกมาก แม้แต่ภรรยาคนก่อนๆ ยังไม่ยอมให้พูดถึงเลย ยังดีที่เขายอมให้โชคมีแฟนใหม่ได้ อย่างน้อยเมียเก่าไปเป็นผัวของสาวอื่นก็ยังดีกว่าเมียเก่าเป็นเมียของชายอื่นไป

โชคไม่คิดจะมีลูกมีเมีย คนที่พรากชีวิตคนไปนับไม่ถ้วนอย่างเขามีคนมากมายรอแทงอยู่ข้างหลัง บาปของเขา เขาก็ต้องรับผิดชอบเอง จะให้คนอื่นมาร่วมชะตาเดียวกันได้ยังไง

อยู่คนเดียวและตายไปคนเดียวก็ไม่เป็นไร โชคเตรียมใจไว้ตั้งแต่วันที่เขาเลือกเส้นทางนี้แล้ว

"ว่าแต่ผมเถอะ ลูกหัวหน้าเป็นไงบ้าง"

"ก็เรียนมหาลัยอยู่ แม่มันบอกว่ามีแฟนแล้ว"

"จริงเหรอครับ ว้าว ชีวิตวัยรุ่น"

โชคผิวปากก่อนจะโดนเข่งล็อกคอแกมหมั่นไส้ เพราะต้องทำงานให้มาเฟีย เข่งเลยต้องตัดขาดจากแม่ของลูกและลูก ว่ากันตามตรงแล้วพวกเขาก็ไม่ได้เต็มใจเป็นครอบครัวเดียวกันนัก ลูกสาวของเขาเกิดมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่วนแม่ของลูกก็ไม่มีอาการแพ้ท้องด้วย กว่าจะรู้ตัวว่าตั้งท้องมันก็สายเกินกว่าจะไปทำแท้งแล้ว

เข่งเลยรับผิดชอบในฐานะพ่อด้วยการส่งค่าใช้จ่ายไป เขาใช้เรื่องในวันนั้นเป็นบทเรียนชีวิต ไม่ไข่เรี่ยราด และสั่งสอนคนในกลุ่มอินทรีเทาให้ระวังตัวอยู่เสมอ โดยเฉพาะคนที่ทำงานสายลับเป็นประจำ การป้องกันคือเรื่องที่จะลดหย่อนลงไปไม่ได้

"โลกเราเนี่ยก็ตลกดีนะครับ คนอยากมีดันไม่มี ส่วนคนที่ไม่อยากมีก็ดันมีซะได้"

"หือ? พูดอะไรของเอ็งน่ะ แล้วเอ็งเป็นพวกไหน"

"ไม่รู้สิครับ"

โชคหัวเราะกลบเกลื่อนไป ถ้าให้บอกก็เป็นแบบหลัง แต่ถ้าให้ขยายความ เขาก็ไม่อยากพูดถึงมัน

ไม่นานรถขนของคันใหญ่ก็มาจอด โชคเช็กความครบถ้วนของสิ่งของแล้วให้พวกเขาขนขึ้นชั้นสองและสามไป ของที่มาส่งนั้นเป็นของใช้ในชีวิตประจำวันอย่างตู้ โต๊ะ และเตียงหลังใหม่

"มันใหญ่เกินไปรึเปล่า"

"ผมนอนเตียงแคบๆ ไม่หลับน่ะ"

เข่งแค่นหัวเราะออกมา ไม่ทันไรกำพืดของคุณนายก็หวนกลับมาแล้ว ไม่ใช่แค่เตียงหกฟุตหลังนี้ แต่รวมไปถึงโต๊ะเครื่องแป้ง โซฟาหนัง และเก้าอี้นวดไฟฟ้าด้วย

โทรทัศน์ยังเป็นแบรนด์ดังที่ภวิศชอบอีก อยู่ด้วยกันมานานจนทำตัวติดแบรนด์เดียวกันไปซะแล้ว

"แยกส่วนแล้วเอาไปประกอบข้างบนก็ได้ครับ"

ทางขึ้นบันไดค่อนข้างแคบ เฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นเลยถูกแยกส่วนแล้วเอาไปประกอบใหม่ เข่งนึกว่าจะได้เห็นโชคแสดงพลังอย่างการยกโต๊ะหนักๆ ด้วยมือข้างเดียว แต่คนเก่งของเขากลับยืนเฉยแล้วสั่งงานเรื่อยไป

มาดคุณนายยังคงมีอยู่ในทุกการกระทำและคำพูด นั่นทำให้พนักงานขนของไม่กล้าพูดอะไรมาก ส่วนชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ก็ไม่กล้าเข้ามาทักทาย ชุมชนนี้มีความเป็นอยู่ในระดับกลางถึงล่าง แค่ครึ่งวันโชคก็แสดงความเป็นแกะดำออกมาแล้ว

แล้วแบบนี้จะอยู่ได้งั้นเหรอ…

เข่งพนันเลยว่าไม่มีทาง!

หลังรถขนของกลับไป เข่งก็ช่วยโชคถือกระเป๋าเดินทางขึ้นไปไว้ชั้นสองและชั้นสาม รถขนเครื่องซักผ้ากำลังจะตามมา พวกเขาเลยข้ามไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านฝั่งตรงข้ามก่อน

"…"

โชคขมวดคิ้วหลังจากกินคำแรกไป ไม่ใช่ว่าเขาดูถูกฝีมือของชาวบ้านหรอกนะ แต่มันมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ถ้าใส่เพิ่มไป ก๋วยเตี๋ยวชามนี้จะอร่อยขึ้นเป็นกอง

เข่งเห็นสีหน้านั่นแล้วก็หัวเราะไปกินไป คิดว่าอีกไม่นาน โชคจะต้องกลับมาทำงานกับเขาแน่นอน ตอนนี้เจ้านกน้อยแค่กำลังหลงระเริงกับอิสระครั้งแรกในชีวิต พอรู้ว่าไปไม่รอดเขาก็จะต้องหวนกลับรัง

แต่อย่าฝันว่าจะถูกต้อนรับดีๆ เชียวล่ะ เตรียมตัวทำงานหนักตามเวลาที่เสียไปได้เลย!

"ครับ… โอ๊ะ มาถึงแล้วเหรอครับ"

โชครับสายจากพนักงานขนส่ง รถส่งของมาจอดที่หน้าร้านแล้ว เขากับเข่งจึงรีบกลับไป โรงงานมีบริการต่อสายไฟกับเดินท่อน้ำให้ด้วย โชคเลยเพิ่มเงินไปนิดหน่อยเพื่อจ้างให้พวกเขาบิลด์อินร้านเพิ่มเข้าไป

ชั้นหนึ่งที่จะเป็นร้านซักผ้าหยอดเหรียญเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ในขณะที่เครื่องซักผ้าฝาหน้าสิบเครื่องกำลังทดสอบการทำงาน โชคก็รับโทรศัพท์อีกครั้ง

"หมอทิพย์เหรอครับ อ๋อ ไม่ลืมหรอกครับ เดี๋ยวโชคเข้าไปนะ"

เข่งเลิกคิ้วขึ้นมา แน่นอนว่าเขาต้องรู้จักหมอสาวเจ้าของคลินิกเสริมความงามแสนทิพย์อยู่แล้ว

"แกจะไปเหรอ"

"ใช่ครับ คอร์สทรีตเมนต์หน้ายังไม่หมดน่ะ ผมเสียดายก็เลยจะไปทำสักหน่อย"

"อ๋อ… ทรีตเมนต์นี่เอง…"

อดที่จะลากเสียงยาวไม่ได้ ดูสิ ออกแดดไม่ทันไรก็จะไปบำรุงซะแล้ว

ทว่าเข่งก็นึกขึ้นมาได้ เขามองคนงานที่กำลังเช็กเครื่องซักผ้ากับทำบิลด์อินร้านอย่างขะมักเขม้นสลับกับโชค ตัวงานยังเหลืออีกมาก ไม่เสร็จภายในหนึ่งชั่วโมงแน่นอน

"เดี๋ยวนะ ถ้าแกไปแล้วร้านจะทำยังไง"

"หัวหน้าก็เฝ้าให้ไงครับ"

"หา?"

"ฝากด้วยนะครับ ถ้าจะไปก็ปิดน้ำปิดไฟให้ด้วยนะ"

เขาตบบ่าหัวหน้า เพราะแบบนี้แหละเขาถึงให้อีกฝ่ายมาด้วยกัน ไม่ใช่เพราะความสนิทชิดเชื้อหรืออยากจะบอกลากัน แต่เป็นเพราะเขารู้ว่าเข่งเป็นคนจริงจังและมีความรับผิดชอบมากแค่ไหน

เข่งกัดฟันกรอด ถ้าไม่เห็นแก่ชีวิตใหม่ของลูกน้อง ป่านนี้เขาตะโกนด่าลั่นซอยไปแล้ว ใช้งานหัวหน้าแบบนี้ได้ที่ไหนกัน เรียนรู้มารยาทมาอย่างดี แต่ไม่เอามาใช้กับเขาบ้างเลย!

โชคเข็นรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งของเขาออกมา ขึ้นไปนั่งจากนั้นก็โบกมือบ๊ายบายเข่ง เข่งยังไม่ทันจะยกนิ้วกลางให้ โชคก็ขับออกไปแล้ว

ชีวิตใหม่ของเขาเริ่มขึ้นแล้ว

ไม่ต้องจับปืน ไม่ต้องสู้กับใคร จากนี้ไปเขาจะมีชีวิตธรรมดาอย่างแท้จริง

ธรรมดาจริงๆ รึเปล่าา

มันน่าเสียดายอะเนอะ คอร์สหนึ่งไม่ใช่ถูกๆ ถ้ายังเหลืออยู่ก็ต้องใช้ให้หมดอยู่แล้ว

มาเอาใจช่วยนายเอกของเรากันค่ะ จะอยู่อย่างชาวบ้านธรรมดาได้มั้ยนะ จะไปรอดมั้ยนะะ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...