โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“กองทุน ESG” ในไทยคิดเป็น 1.3% ของทั้งระบบ ชี้ยังโตได้อีกมาก... ส่วน “ThaiESG” ครึ่งปีแรกผลงานทรุดติดลบเฉลี่ย -7.73% “MEGA20THAIESG” ร่วงสุด -13.53% !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2567 เวลา 05.23 น. • โต๊ะกองทุน WealthyThai

Fun of Funds: “การลงทุนอย่างยั่งยืน”(Sustainable Investment) ไม่ใช่แค่กระแสหากแต่เป็นทางรอดที่เป็นแนวโน้มหลักหนึ่งของโลกการลงทุน ที่จะช่วยผลักดันขับเคลื่อนสู่ “โลกที่ยั่งยืน”
จุดเริ่มต้นมาจากฝั่งตะวัตกใน “ยุโรป” ก่อนจะกระจายขยายวงไปทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยเองก็ตาม
ณ 28 มิ.ย. 24 “กองทุน ESG”มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ประมาณ 6.8 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 1.26% ของกองทุนรวมทั้งหมดที่ 5.36 ล้านล้านบาท (ที่มา: aimc.or.th)
อย่างไรก็ตามในภาพรวมแล้ว AUM ของกลุ่ม “กองทุน ESG” ยังคงปรับตัวลดลง -5.53% จากสิ้นปีก่อน
ซึ่ง “กองทุน ESG” เองก็มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน แต่ชั่วโมงนี้ทุกสายตาคงโฟกัสไปที่กลุ่ม “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) เป็นสำคัญ ที่กำลังจะมีการปรับอัพเกรดเงื่อนไขใหม่เพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนเข้า “ตลาดหุ้นไทย” ให้กลับมาคึกคักสดใสได้อีกครั้งนั่นเอง
แนวโน้มการเติบโตของ “กองทุน ESG” จะเป็นเช่นไร วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ มีมุมมองที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากกัน

ครึ่งแรกปี24 “ThaiESG” ผลตอบแทนดิ่งตามตลาด เฉลี่ยติดลบ -7.73%…“KKP GB THAI ESG” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +1.37% ส่วน “MEGA20THAIESG” ร่วงสุด -13.53%

แม้ “การลงทุนอย่างยั่งยืน”(Sustainable Investment) จะเป็นหนึ่งใน Megatrend ของโลกการลงทุนก็จริง แต่ผลตอบแทนก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่นักลงทุนทุกคนคาดหวังควบคู่กันไปด้วยเช่นกัน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาผลงานของกลุ่ม “กองทุน ESG” ทั้งในต่างประเทศและในประเทศเองก็ยังไม่ Perform เท่าไรนัก ซึ่งในต่างประเทศนั้นพอจะเข้าใจได้ หุ้นที่ Perform ส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและแน่นอนกองทุนแต่ละกองคงไม่ได้ให้น้ำหนักได้มากขนาดนั้น ผลตอบแทนที่ได้จึง Underperform อยู่บ้างพอสมควรแต่แนวโน้มก็ยังคงเป็นบวกให้ได้ชื่นใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
หันมาดูผลงานของกลุ่มกองทุน ThaiESG”ในช่วงแรกปี24 กันบ้าง ทั้ง 31 กอง ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -7.73% ในขณะที่ SET TRI -6.07% โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทน +1.37% และกองที่มีผลงานแย่สุดให้ผลตอบแทนติดลบ – 13.53% หรือต่างกันอยู่ 14.90% โดยมีถึง 30 กอง คิดเป็น 97% ที่ผลตอบแทน “ติดลบ”
สำหรับ 5 กองทุน “ThaiESG”ที่มีผลงาน “ดีสุด” ช่วงครึ่งปีแรก ได้แก่
1)KKP GB THAI ESG” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร +1.37%
2)“ASP-ThaiESG” ของบลจ.แอสเซท พลัส -2.52%
3) “ONE-THAIESG” ของบลจ.วรรณ -5.00%
4) “B-TOP-THAIESG” ของบลจ.บัวหลวง -5.49%
5) “KTAG70/30-ThaiESG” ของบลจ.กรุงไทย -5.83%

ส่วน 5 กองทุน “ThaiESG” ที่มีผลงาน “แย่สุด” ช่วงครึ่งปีแรก ได้แก่
1) “MEGA20THAIESG” ของบลจ.ทาลิส ติดลบ -13.53%
2) “KKP EQ THAI ESG” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร -9.88%
3) “KWI ThaiESG-D” ของบลจ.เคดับบลิวไอ -9.82%
4) “T-ThaiESG-D” ของบลจ.ทิสโก้ -9.32%
5) “LHTHAIESG-D” ของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ -9.32%

“กองทุน ESG” Megatrend ของโลกการลงทุน…ได้ทั้ง “ผลตอบแทน + รักษ์โลก”

โดยธิดาศิริ ศรีสมิต” Chief Investment Officer บลจ.กสิกรไทย บอกว่า สำหรับ “กองทุน ESG” ในไทยนั้ ประมาณ 60% เป็นกองทุน Feeder Fundที่ลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศซึ่งได้รับความนิยมและมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี2021 กว่า 3 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ก่อนหน้าปี2021 กองทุนรวมที่มีกลยุทธ์เน้นทางด้าน ESG ส่วนใหญ่จะเป็นกองทุนในประเทศและเน้นปัจจัยด้าน “ธรรมาภิบาล” เป็นหลัก เนื่องจากในอดีตการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนไทยรวมถึงตัวชี้วัดในด้านสังคม (Social) และสิ่งแวดล้อม (Environmental) เพื่อนำมาใช้ในการประวิเคราะห์และประเมินมีค่อนข้างจำกัดเมื่อเปรียบเทียบกับประเด็นในด้านธรรมาภิบาล (Governance) ต่างกับในภูมิภาคยุโรปหรืออเมริกาที่ประเด็นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจเป็นวงกว้างซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะมาจากค่านิยมและวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญรวมถึงระดับการพัฒนาการทางเศรษฐกิจ

(ธิดาศิริ ศรีสมิต)

“ประกอบกับหน่วยงานที่กำกับดูแลได้มีการเริ่มออกกฎเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลและบังคับใช้แล้วมาเป็นระยะเวลาหนึ่งซึ่งทำให้การเข้าถึงข้อมูลทำได้ง่าย ดังนั้นปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมจะเป็นที่นิยมในการนำมาใช้ในการกำหนดกลยุทธ์การลงทุนแบบ ESGโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาและส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่เป็นวงกว้าง ทำให้การลงทุนด้าน ESG เติบโตอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นหนึ่งใน Megatrend ของโลกการลงทุนที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่อง ‘ผลตอบแทน’ และ ‘รักษ์โลก’ควบคู่กันไปแบบ 2 in 1 เลยทีเดียว”

“กองทุน ESG” ในไทยยังมีโอกาสโตอีกมากจากปัจจุบัน 1.3% ของกองทุนทั้งหมด…ในขณะที่ในโลกอยู่ที่ 24.4%

สำหรับการเติบโตของกองทุนรวมที่มีกลยุทธ์ที่เน้นด้าน ESG ที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทย ทั้งในด้าน AUM และจำนวนกองทุนไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงมากนักจากปี 2018 ภายหลังมีการจัดตั้งกองทุน Thai CG” ธรรมาภิบาลไทยซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง 11 บลจ. ภายใต้นโยบายการลงทุนที่เน้นเรื่องธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชั่น
จนมาถึงปลายปี 2023 ที่ทางรัฐบาลได้ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืน โดยมีการอนุมัติจัดตั้ง “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (Thai ESG) ซึ่งมีสิทธิพิเศษในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในวงเงินไม่เกิน 100,000บาทต่อปี ทำให้อุตสาหกรรมมีการออกกองทุน Thai ESG มาเสนอขายผู้ลงทุนกว่า 31 กองทุน สิ้น มิ.ย. 24 มี AUM รวมกันกว่า 6.7 พันล้านบาท และน่าจะมีแนวโน้มเติบโตได้อีกหลังจากที่ภาครัฐจะปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการลงทุนเพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยให้เพิ่มมากขึ้น
“อย่างไรก็ตามมูลค่ากองทุนรวมในประเทศไทยที่มีกลยุทธ์การลงทุนเน้นปัจจัยด้าน ESGยังมีสัดส่วนที่ค่อนข้างต่ำคิดเป็นแค่ประมาณ 1.3% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมกว่า 5.3ล้านล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับสัดส่วนของการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนทั่วโลกที่คิดเป็น 24.4% ของมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารทั้งหมด ณ สิ้นปี 2022 ที่ 124.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ที่มา: อ้างอิงจาก Global Sustainable Investment Review 2022 by GSIA)นั่นทำให้กลุ่ม ‘กองทุน ESG’ ในไทยเองนั้น ยังมีโอกาสเติบโตขึ้นได้อีกมากเลยทีเดียวจากปัจจุบัน แม้ว่าผลตอบแทนอาจจะยังไม่ได้แตกต่างจากกลุ่มกองทุนรวมทั่วไป แต่นี่คือโอกาสที่นักลงทุนจะได้มีส่วนร่วมในการมีส่วนร่วมในการ ‘รักษ์โลก’พร้อมกับโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้เป็นอย่างดี”

“บลจ.กสิกรไทย” ร่วมมือด้านการลงทุนอย่างยั่งยืนกับ “ลอมบาร์ด โอเดียร์” (Lombard Odier) ในช่วงปลายเดือนก.พ.24

ช่วงต้นปีที่ผ่านมาทาง “บลจ. กสิกรไทย” ได้มีการส่งผู้บริหารและบุคลากรจากทีมจัดการลงทุนรวมไปถึงฝ่ายวิเคราะห์ความเสี่ยงไปอบรมในเรื่อง “การลงทุนเพื่อความยั่งยืน” (Sustainable Investment) ในเชิงลึกและปฏิบัติงานร่วมกับทาง Lombard Odier Investment Managers”ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษเป็นเวลากว่า 3 เดือน เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและทักษะในเรื่องการลงทุนเพื่อความยั่งยืนตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลและการบริหารพอร์ตลงทุนเพื่อนำมาช่วยปรับปรุงกระบวนการจัดการลงทุนรวมไปถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนเพื่อความยั่งยืน ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
จากหลักการลงทุนเพื่อความยั่งยืนที่ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าการเติบโตของธุรกิจและเศรษฐกิจจะต้องไม่ทิ้งความเสียหายไว้ให้กับโลก และคำนึงถึงคนรุ่นหลัง ดังนั้นการมองทรัพยากรธรรมชาติเป็นแกนสำคัญของการพัฒนาทางเศรษฐกิจจะช่วยให้เราเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนได้ และฐานะนักลงทุนเราสามารถหาโอกาสและสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนจากการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ยั่งยืนได้ โดย Lombard Odier ได้เรียกโมเดลเศรษฐกิจที่มุ่งสู่ความยั่งยืนนี้ว่า “CLIC Economy” ซึ่งย่อมาจาก

  • Circular (C):การใช้ทรัพยากรแบบหมุนเวียน

  • Lean (L):การลดความสูญเปล่าหรือการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

  • Inclusive (I): ความเท่าเทียมกันทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม

  • Clean (C):เศรษฐกิจบนสิ่งแวดล้อมสะอาด

“ทั้งนี้การพิจารณาความยั่งยืนบนกรอบและหลักเกณฑ์ด้าน ESG เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะมองหาธุรกิจที่จะเป็นผู้ชนะในระยะยาวได้ การลงทุนเพื่อความยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจในอนาคตในระหว่างการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน (Transition to Sustainable Economy) หรือเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Economy) เช่น แนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน ขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ โดยพิจารณาจากความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุน การตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป และการใช้ประโยชน์จากโอกาสต่างๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพรวมถึงการปรับใช้เทคโนโลยีที่มี ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญกับแผนงานทางธุรกิจของบริษัทในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคตควบคู่ไปกับแนวปฏิบัติของบริษัทในปัจจุบัน”
กองทุน K-TNZ-A(A)” และ K-TNZ-ThaiESG” เป็นหนึ่งในผลงานที่เกิดจากความร่วมมือด้านการลงทุนเพื่อความยั่งยืนระหว่าง “บลจ.กสิกรไทย” กับ Lombard Odier” ที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนมีเป้าหมายในการช่วยสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขณะที่มุ่งสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนีSET100 TRI ล่าสุดเรายังได้นำเสนอ “K-ESGSI-ThaiESG” ที่ลงทุนในตราสารหนี้ ESG เป็นทางเลือกเพิ่มเติมให้กับนักลงทุนที่สนใจอีกด้วย
ทั้งนี้ ทาง “บลจ.กสิกรไทย” เชื่อมั่นว่า การเปลี่ยนแปลงไปสู่ “ความยั่งยืน” ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการผลักดันเพื่อให้เกิดความสำเร็จไม่ว่าจะการกำหนดนโยบายและกฎเกณฑ์จากภาครัฐ ความต้องการของผู้บริโภค แรงสนับสนุนจากนักลงทุนและสถาบันการเงิน ตลอดจนความมุ่งมั่นและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจากภาคธุรกิจจึงจะบรรลุเป้าหมายในการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อก้าวไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนได้ตามเป้าหมายต่อไปนั่นเอง
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...