สะเทือนท่องเที่ยวเขมร!! Trip.com ประกาศ “ระงับความร่วมมือ” กัมพูชา หลังชาวจีนกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล . (28 ธ.ค. 2568) – กลายเป็นข่าวใหญ่ส่งท้ายปีที่สั่นคลอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของกัมพูชาอย่างรุนแรง เมื่อ Trip.com Grou
THE STATES TIMES
อัพเดต 26 ธ.ค. 2568 เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2568 เวลา 03.00 น. • Hard News Teamกลายเป็นข่าวใหญ่ส่งท้ายปีที่สั่นคลอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของกัมพูชาอย่างรุนแรง เมื่อ Trip.com Group แพลตฟอร์มให้บริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียและจีน ได้ออกแถลงการณ์ “ระงับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์” (Suspension of Strategic Partnership) กับกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชาอย่างไม่มีกำหนด
การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็น “หมัดน็อค” ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกัมพูชาที่กำลังพยายามฟื้นตัว โดยนักวิเคราะห์มองว่า นี่คือมาตรการคว่ำบาตรทางอ้อมจากภาคเอกชนจีน ที่หมดความอดทนต่อปัญหาความปลอดภัยและภาพลักษณ์ด้านลบของกัมพูชา
แม้ Trip.com จะระบุเหตุผลในแถลงการณ์ว่าเป็นเรื่องของ “การทบทวนมาตรฐานความปลอดภัยในเส้นทางท่องเที่ยว” แต่เบื้องลึกเบื้องหลังนั้นมาจาก 2 ปัจจัยหลักที่รุมเร้ากัมพูชามาตลอดปี 2568:
1. วิกฤตศรัทธาเรื่อง “แก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์”
แม้รัฐบาลกัมพูชาจะพยายามประชาสัมพันธ์แคมเปญท่องเที่ยว แต่ภาพลักษณ์ของประเทศกลับถูกผูกติดกับคำว่า “Scam Compound” (นิคมมิจฉาชีพ) โดยเฉพาะในเมืองสีหนุวิลล์และปอยเปต ข่าวการล่อลวงนักท่องเที่ยวจีนและชาวต่างชาติไปกักขัง ทำร้ายร่างกาย และบังคับให้ทำงานเป็นสแกมเมอร์ ยังคงหลุดออกมาอย่างต่อเนื่อง
กระแสภาพยนตร์และสารคดีตีแผ่ด้านมืดเหล่านี้ ทำให้ชาวจีนเกิดความหวาดกลัว จนเกิดกระแส #BoycottCambodia ในโซเชียลมีเดียจีน (Weibo/Douyin) การที่ Trip.com ยังคงโปรโมทกัมพูชาต่อไป จึงเสี่ยงต่อการถูกกระแสสังคมตีกลับและเสียภาพลักษณ์แบรนด์
2. ความขัดแย้งตามแนวชายแดน (Border Conflict)
สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ปะทุขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งมีการปะทะกันของกองกำลังทหาร ส่งผลให้บริษัทประกันภัยการเดินทางหลายแห่ง “ปฏิเสธการคุ้มครอง” นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง เมื่อความปลอดภัยของลูกค้าไม่ได้รับการการันตี Trip.com จึงจำเป็นต้องถอดโปรแกรมทัวร์และยุติการส่งเสริมการขายทันที
ผลกระทบ: เศรษฐกิจกัมพูชา “เจ็บหนัก”
การถอนตัวของ Trip.com ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะ:
สูญเสียตลาดหลัก: นักท่องเที่ยวจีนคือ “ท่อน้ำเลี้ยง” หลักของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกัมพูชา การหายไปของช่องทางโปรโมทที่ใหญ่ที่สุด เท่ากับการตัดขาดการเข้าถึงนักท่องเที่ยวจีนนับล้านคน
ความเชื่อมั่นพังทลาย: เมื่อแพลตฟอร์มระดับโลกประเมินว่า “ไม่ปลอดภัย” เอเจนซี่ทัวร์จากประเทศอื่น ๆ (เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้) ก็มีแนวโน้มที่จะดำเนินรอยตาม เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
กระทบการลงทุน: โครงการโรงแรมและคาสิโนที่หวังพึ่งพากำลังซื้อจากจีนอาจกลายเป็นตึกร้างเพิ่มขึ้น ซ้ำเติมวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ในสีหนุวิลล์
ทั้งนี้ : ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 กัมพูชาได้รับนักท่องเที่ยวชาวจีนประมาณ 1 ล้านคน คิดเป็นมากกว่า 20% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 4.8 ล้านคน ตามข้อมูลของนายฮูโอต ฮัก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวของกัมพูชา ก่อนหน้านี้ในเดือนนี้ คณะกรรมการการท่องเที่ยวกัมพูชายืนยันว่าประเทศ ยังคงปลอดภัยและเปิดให้บริการอย่างเต็มที่ และ จุดหมายปลายทางหลัก รวมถึงเสียมเรียบและพนมเปญ ดำเนินการ โดยไม่หยุดชะงัก
นัยยะทางการเมือง: แรงกดดันให้ “กวาดล้าง”
นักรัฐศาสตร์มองว่า ท่าทีของ Trip.com (ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลจีน) อาจเป็นสัญญาณเตือนจากปักกิ่งถึงพนมเปญ ว่าจีนไม่พอใจอย่างมากที่กัมพูชายังปล่อยให้กลุ่มทุนจีนสีเทาใช้พื้นที่เป็นฐานปฏิบัติการโจมตีทางไซเบอร์กลับมายังพลเมืองจีน และสร้างปัญหาความมั่นคงในภูมิภาค
การเคลื่อนไหวนี้สอดรับกับท่าทีของ ประเทศไทย ภายใต้การนำของนายกฯ อนุทิน ที่เพิ่งประกาศวาระแห่งชาติกวาดล้างสแกมเมอร์และบัญชีม้าอย่างจริงจัง ทำให้กัมพูชาตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ถูกบีบจากทั้งเพื่อนบ้านและพี่ใหญ่อย่างจีน
ดังนั้น กรณี Trip.com ยกเลิกความร่วมมือ คือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดว่า “ยุคของการทำธุรกิจสีเทาควบคู่กับการท่องเที่ยวจบลงแล้ว” หากกัมพูชาต้องการกอบกู้เศรษฐกิจท่องเที่ยวกลับมา ทางเลือกเดียวคือต้องพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า สามารถกวาดล้างขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติได้จริง ไม่ใช่แค่สร้างภาพลักษณ์โฆษณา แต่ต้องสร้าง “ความปลอดภัยที่จับต้องได้” เท่านั้น