โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาวะฝาชีครอบอากาศ! ตัวการหลัก กักฝุ่น PM2.5 สะสมยาวนานช่วงฤดูหนาว แนะคุมกิจกรรมเผาไหม้

แนวหน้า

เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก ภูมิศาสตร์น่ารู้ Brr. ได้ให้ข้อมูลเกี่ยว ฝุ่นPM2.5 กับ สภาวะอากาศปิด” หรือ สภาวะฝาชีครอบ(Inversion) ปัจจัยที่ทำให้ฝุ่น PM2.5 สะสมตัวในฤดูหนาว

โดยระบุว่า ความกดอากาศที่มีกำลังแรงมักทำให้เกิดลมแรง ซึ่งฝุ่นละอองสามารถระบายได้ดีหากแต่ช่วงที่มีกำลังอ่อนลงมักจะทำให้มวลอากาศนิ่ง และเกิดปรากฏการณ์อากาศปิด (Inversion) ซึ่งอากาศไม่สามารถลอยตัวขึ้นในแนวดิ่งได้ตามปกติ และสามารถสังเกตเห็นได้ถึงสภาวะลมสงบหรือลมอ่อน ปัจจัยเช่นนี้ ทำให้ฝุ่นละอองที่่อยู่ในอากาศไม่สามารถระบายได้ และเกิดการสะสมในอากาศได้หลายวันหรือหลายสัปดาห์

โดยทั่วไปอากาศร้อนภาคพื้นดิน จะยกตัวสูงขึ้นไปยังอากาศที่เย็นกว่าด้านบน การยกตัวทำให้อากาศเคลื่อนที่ มลพิษหรือฝุ่นPM2.5 ก็จะกระจายออก อากาศเย็นไหลมาแทนที่ทำให้เกิดลม หรือการไหลหมุนเวียนของอากาศ

ในขณะที่เกิดภาวะอุณหภูมิกลับทิศ หรือลักษณะที่เรียกว่าอากาศปิด(Inversion) หรือสภาวะฝาชีครอบ ซึ่งมักจะเกิดในช่วงความกดอากาศสูงปกคลุม (ฤดูหนาวของไทย) แล้วค่อยๆอ่อนกำลังลง ทำให้อากาศภาคพื้นดินอุณหภูมิต่ำหรือเย็นกว่าอากาศที่อยู่สูงซึ่งมีอุณหภูมิสูงหรือร้อนกว่านั้นเอง อากาศร้อนกว่าด้านบนจึงทำหน้าที่เหมือนฝาชีครอบปิดไว้ และทำอากาศไม่ยกตัวหรือลอยตัวขึ้น ส่งผลให้มลพิษหรือฝุ่นPM2.5 ไม่สามารถลอยขึ้นและกระจายได้ง่าย

จะเห็นได้ว่าปัจจัยจากธรรมชาตินี้คือส่วนหนึ่งของปัญหาฝุ่นPM2.5ในบ้านเรา และไม่สามารถควบคลุมได้ แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆที่มนุษย์สามารถควบคุมและป้องกันไม่ให้ร้ายแรงได้ เช่น ควันจากอุตสาหกรรมและครัวเรือน ควันจากรถยนต์ การเผาไหม้พื้นที่การเกษตร การเผาป่า กิจกรรมเผาไหม้กลางแจ้ง เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูล : ภูมิศาสตร์น่ารู้ Brr.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...