โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิด 4 แนวทางการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อต้องลาออกหรือย้ายงาน

เทรเชอริสต์

อัพเดต 21 มี.ค. 2567 เวลา 04.22 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2567 เวลา 03.46 น.

ช่วงต้นปีแบบนี้ ถือเป็นฤดูกาลเปลี่ยนงานของใครหลายคน ซึ่งระหว่างที่กำลังตื่นเต้นและเตรียมตัวกับการเปลี่ยนงานนั้น มีสิ่งหนึ่งที่ใครหลายคนมักจะมองข้ามกันไป ทั้งที่เป็นผลประโยชน์จากการทำงานที่ผ่านมา และเป็นเงินก้อนใหญ่สำหรับมนุษย์เงินเดือน นั่นก็คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund หรือ PVD)

เทรเชอริสต์รวบรวมแนวทางจัดการมาทั้ง 4 วิธี เพื่อที่คุณจะได้เลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองที่สุด

(ข้อมูลจากบลน. เทรเชอริสต์ www.treasurist.com ผู้ให้บริการ PVD to RMF)

1) ย้ายเงินจาก PVD ปัจจุบัน ไปยัง PVD ของบริษัทใหม่

วิธีนี้มักเป็นท่ามาตรฐานของคนเปลี่ยนงาน เพราะเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำและยังมี HR ช่วยประสานงานกับบริษัทจัดการกองทุนให้ด้วย
ข้อดี
- ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษี เพราะเงินยังอยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จึงไม่ต้องนำมาคิดเป็นรายได้
- นับอายุสมาชิกกองทุนต่อเนื่อง โดยเงื่อนไขหนึ่งของการเอาเงินออกมาโดยไม่เสียภาษีคือ จะต้องคงอายุสมาชิกในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาไม่น้อยกว่า 5 ปี
ข้อควรพิจารณา
- วิธีนี้อาจใช้ไม่ได้เสมอไป เนื่องจากมีเพียงไม่ถึง 5% ของผู้ประกอบการทั้งหมดที่จัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- ส่วนใหญ่ PVD มักจะมีนโยบายลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นตราสารหนี้ ซึ่งจะจำกัดโอกาสที่เราจะได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้นด้วย

2) คงเงินไว้ในกองทุนปัจจุบัน
เมื่อเราลาออกแล้ว เราก็จะไม่ได้รับเงินสมทบส่วนของนายจ้างเดิมอีกต่อไป แต่ลูกจ้างยังสามารถขอคงเงินกองทุนไว้ในกองปัจจุบันได้ ซึ่งทางบริษัทจัดการกองทุนจะเข้ามาดูแลเราโดยตรง
ข้อดี
- เหมือนกับวิธีที่ 1 ทั้งเรื่องไม่ต้องนำเงินมาคำนวณเป็นรายได้ และนับอายุสมาชิกกองทุนต่อเนื่อง
ข้อควรพิจารณา
- มีค่าธรรมเนียมในการคงเงินที่จะโดนเรียกเก็บจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนอีกไม่เกินปีละ 500 บาท

3) เอาเงินออกมาจากกองทุน
การลาออกจากกองทุนและเอาเงินออกมา เป็นวิธีที่ไม่ควรทำที่สุด ถ้าไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนี้เดี๋ยวนี้
ข้อควรพิจารณา
- ข้อเสียข้อใหญ่คือ ลูกจ้างจะต้องนำเงินส่วนสมทบของนายจ้างและเงินส่วนผลประโยชน์ทั้งหมด มารวมเป็นเงินได้ในปีนั้น เพื่อคำนวณภาษีเงินได้นั่นเอง ยิ่งใครมีเงินก้อนนี้เยอะหรือฐานเงินเดือนเยอะ ก็ยิ่งมีโอกาสต้องเสียภาษีเยอะ

4) โอนย้าย PVD ไปกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (PVD to RMF)
เป็นวิธีล่าสุดที่อนุญาตให้ทำได้ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา คือ การย้ายเงินทั้งหมดไปยังกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ที่เรียกว่า PVD to RMF
ข้อดี
- ไม่ต้องนำเงินมาคำนวณภาษี โดยเงินที่ย้ายออกมาทั้งจำนวน ไม่ว่าจะเป็นส่วนเงินสะสมของลูกจ้าง เงินสมทบของนายจ้าง รวมถึงส่วนผลประโยชน์ทั้งหมด ไม่ต้องนำมารวมเป็นเงินได้
- มีกองทุนที่รองรับมากมายให้เลือก เปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้สูงขึ้น และเรายังสามารถคอยปรับเปลี่ยนกองทุนได้ตามสถานการณ์อีกด้วย
- มั่นใจได้ว่า เงินก้อนนี้จะยังอยู่ไปถึงวัยเกษียณโดยไม่ถูกใช้หมดไปเสียก่อน
การย้าย PVD to RMF อาจจะมีขั้นตอนที่ต้องทำ แต่เมื่อพิจารณาข้อดีข้อเสียแล้ว ถือเป็นทางเลือกที่ดีและคุ้มค่า

สามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่ของกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์เทรเชอริสต์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ ก็จะช่วยให้กระบวนการย้ายมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยแนะนำคัดเลือกกองทุนที่มีประสิทธิภาพและเหมาะกับเป้าหมายการลงทุนของแต่ละคนได้

คลิกเพิ่มเพื่อนที่ LINE: @Treasurist
หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.treasurist.com

อย่าลืมว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพคือ เงินก้อนใหญ่ของมนุษย์เงินเดือน ให้ความใส่ใจเพิ่มขึ้น จะทำให้คุณเข้าใกล้เป้าหมายทางการเงินในวัยเกษียณได้มากขึ้นแบบแทบไม่ต้องออกแรงเพิ่ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...