เปิด 4 แนวทางการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อต้องลาออกหรือย้ายงาน
ช่วงต้นปีแบบนี้ ถือเป็นฤดูกาลเปลี่ยนงานของใครหลายคน ซึ่งระหว่างที่กำลังตื่นเต้นและเตรียมตัวกับการเปลี่ยนงานนั้น มีสิ่งหนึ่งที่ใครหลายคนมักจะมองข้ามกันไป ทั้งที่เป็นผลประโยชน์จากการทำงานที่ผ่านมา และเป็นเงินก้อนใหญ่สำหรับมนุษย์เงินเดือน นั่นก็คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund หรือ PVD)
เทรเชอริสต์รวบรวมแนวทางจัดการมาทั้ง 4 วิธี เพื่อที่คุณจะได้เลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองที่สุด
1) ย้ายเงินจาก PVD ปัจจุบัน ไปยัง PVD ของบริษัทใหม่
วิธีนี้มักเป็นท่ามาตรฐานของคนเปลี่ยนงาน เพราะเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำและยังมี HR ช่วยประสานงานกับบริษัทจัดการกองทุนให้ด้วย
ข้อดี
- ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษี เพราะเงินยังอยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จึงไม่ต้องนำมาคิดเป็นรายได้
- นับอายุสมาชิกกองทุนต่อเนื่อง โดยเงื่อนไขหนึ่งของการเอาเงินออกมาโดยไม่เสียภาษีคือ จะต้องคงอายุสมาชิกในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาไม่น้อยกว่า 5 ปี
ข้อควรพิจารณา
- วิธีนี้อาจใช้ไม่ได้เสมอไป เนื่องจากมีเพียงไม่ถึง 5% ของผู้ประกอบการทั้งหมดที่จัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- ส่วนใหญ่ PVD มักจะมีนโยบายลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นตราสารหนี้ ซึ่งจะจำกัดโอกาสที่เราจะได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้นด้วย
2) คงเงินไว้ในกองทุนปัจจุบัน
เมื่อเราลาออกแล้ว เราก็จะไม่ได้รับเงินสมทบส่วนของนายจ้างเดิมอีกต่อไป แต่ลูกจ้างยังสามารถขอคงเงินกองทุนไว้ในกองปัจจุบันได้ ซึ่งทางบริษัทจัดการกองทุนจะเข้ามาดูแลเราโดยตรง
ข้อดี
- เหมือนกับวิธีที่ 1 ทั้งเรื่องไม่ต้องนำเงินมาคำนวณเป็นรายได้ และนับอายุสมาชิกกองทุนต่อเนื่อง
ข้อควรพิจารณา
- มีค่าธรรมเนียมในการคงเงินที่จะโดนเรียกเก็บจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนอีกไม่เกินปีละ 500 บาท
3) เอาเงินออกมาจากกองทุน
การลาออกจากกองทุนและเอาเงินออกมา เป็นวิธีที่ไม่ควรทำที่สุด ถ้าไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนี้เดี๋ยวนี้
ข้อควรพิจารณา
- ข้อเสียข้อใหญ่คือ ลูกจ้างจะต้องนำเงินส่วนสมทบของนายจ้างและเงินส่วนผลประโยชน์ทั้งหมด มารวมเป็นเงินได้ในปีนั้น เพื่อคำนวณภาษีเงินได้นั่นเอง ยิ่งใครมีเงินก้อนนี้เยอะหรือฐานเงินเดือนเยอะ ก็ยิ่งมีโอกาสต้องเสียภาษีเยอะ
4) โอนย้าย PVD ไปกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (PVD to RMF)
เป็นวิธีล่าสุดที่อนุญาตให้ทำได้ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา คือ การย้ายเงินทั้งหมดไปยังกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ที่เรียกว่า PVD to RMF
ข้อดี
- ไม่ต้องนำเงินมาคำนวณภาษี โดยเงินที่ย้ายออกมาทั้งจำนวน ไม่ว่าจะเป็นส่วนเงินสะสมของลูกจ้าง เงินสมทบของนายจ้าง รวมถึงส่วนผลประโยชน์ทั้งหมด ไม่ต้องนำมารวมเป็นเงินได้
- มีกองทุนที่รองรับมากมายให้เลือก เปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้สูงขึ้น และเรายังสามารถคอยปรับเปลี่ยนกองทุนได้ตามสถานการณ์อีกด้วย
- มั่นใจได้ว่า เงินก้อนนี้จะยังอยู่ไปถึงวัยเกษียณโดยไม่ถูกใช้หมดไปเสียก่อน
การย้าย PVD to RMF อาจจะมีขั้นตอนที่ต้องทำ แต่เมื่อพิจารณาข้อดีข้อเสียแล้ว ถือเป็นทางเลือกที่ดีและคุ้มค่า
สามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่ของกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์เทรเชอริสต์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ ก็จะช่วยให้กระบวนการย้ายมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยแนะนำคัดเลือกกองทุนที่มีประสิทธิภาพและเหมาะกับเป้าหมายการลงทุนของแต่ละคนได้
คลิกเพิ่มเพื่อนที่ LINE: @Treasurist
หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.treasurist.com
อย่าลืมว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพคือ เงินก้อนใหญ่ของมนุษย์เงินเดือน ให้ความใส่ใจเพิ่มขึ้น จะทำให้คุณเข้าใกล้เป้าหมายทางการเงินในวัยเกษียณได้มากขึ้นแบบแทบไม่ต้องออกแรงเพิ่ม