โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ฉันไม่ได้อยากร้าย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 27 เม.ย. 2567 เวลา 23.53 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. 2567 เวลา 23.53 น. • MaKuD
นางเอกอาจไม่แสนดี นางร้ายอาจไม่ชั่วร้าย บทก็แค่สิ่งที่คนอื่นยัดให้เราเป็น

ข้อมูลเบื้องต้น

พระเอก: เฉินเฟยหรง ชายหนุ่มหน้าตาดีฐานะร่ำรวยคู่หมั้นของไป่หนิงฮวา

นางเอก : จางลี่ถัง หน้าตาน่ารักดูอ่อนหวาน บอบบาง เจอกับพระเอกตอนที่เรียนอยู่ในเมืองก่อนที่ต้องไปเป็นยุวชน ที่ชนบท

พระรอง : หยางซีหยุน นายทหารหนุ่มยศพันตรี ต้องไปทำภารกิจอันตรายนานหลายเดือน ช่วงนั้นเป็นเวลาที่นางเอก พระเอก และนางร้ายต้องไปเป็นยุวชนทำงาน

นางร้าย : ไป่หนิงฮวา เป็นนางร้ายไร้สมอง เกรด C คอยแต่กรี๊ด ๆ ทั้งที่ชีวิตของนางก็ดีกว่านางเอก แต่ก็หาเรื่องให้นางเอก

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 2 ขอบคุณสำหรับกำลังใจและการสนับสนุนของทุกคน

ตอนที่ 1 ทะลุมิติ

ตอนที่ 1 ทะลุมิติ

“นี่มันนิยายบ้าอะไรเนี่ย นางเอกแย่งคู่หมั่นคนอื่น ส่วนพระเอกเกาะนางร้ายจนได้ดีแล้วกลับมาทำลายนี่มันอะไร ทำไมคนถึงชอบอ่านจังนิยายแบบนี้”

หญิงสาวนอนอยู่บนเตียงในมือถือนิยายที่ติดอันดับขายดี หลังจากที่อ่านจนจบถึงกับบ่นออกมาอย่างไม่เข้าใจ อาจเป็นเพราะเธอรับบทส่วนใหญ่เป็นนางร้ายก็ได้จึงเข้าอกเข้าใจนางร้ายเป็นพิเศษและอีกอย่างหนึ่งคือ นางร้ายในเรื่องดันชื่อเหมือนเธอ แต่ก็พอจะเข้าใจได้ ถ้าพูดถึงนางร้ายอันดับหนึ่งในยุคนี้ก็ต้องนึกถึงชื่อเธอ ‘ไป่หนิงฮวา’ เป็นธรรมดา ใช่แล้วเธอคือ ‘นางร้าย’ ดาราที่ไม่ว่าจะรับบทนางร้ายแบบไหนก็เข้าถึงตัวละครร้ายได้อย่างธรรมชาติราวกับว่า บทนางร้าย สร้างมาเพื่อเธอทำให้เรื่องไหนที่เธอรับบทเป็นนางร้ายเรื่องนั้นก็จะได้รับกระแสนิยมอย่างล้นหลาม

“ถึงนางร้ายจะไม่ค่อยมีสมองเท่าไหร่ และเธอก็ไม่ได้ทำร้ายนางเอกมากขนาดที่จะทำลายทั้งครอบครัวของเธอเลยนี่ อย่างน้อยก็น่าจะคิดถึงเวลาที่ครอบครัวเธอเคยช่วยเหลือบ้าง”

เธออดสงสารนางร้ายของเรื่องไม่ได้ ถูกแย่งคู่หมั้น แต่ทำไมคนถึงบอกว่าเธอเป็นคนผิดทั้ง ๆที่คนผิดจริง ๆคือ พระเอก และนางเอก ของเรื่อง พระเอกมีคู่หมั่นอยู่แล้วแต่ก็ยังไปตกหลุมรักนางเอก แถมยังหลอกใช้ความรักของนางร้ายจนได้ทุกอย่าง ส่วนนางเอกก็รู้ว่าเขามีเจ้าของแล้วแต่ก็ยังอยากจะได้ บีบน้ำตาให้ดูน่าสงสาร แล้วบอกว่า ความรักมันห้ามกันไม่ได้ สุดท้ายนางร้ายที่เสียใจโกรธแค้น พูดด่าทอนางเอก ภาพที่ออกมากลายเป็นนางร้ายรังแกนางเอกทำให้ผู้คนมองว่านางคือคนผิดเสียอย่างนั้น

“ไม่ว่าสมัยไหนคนเราก็ชอบตัดสินคนแต่ภายนอกสินะ”

“เฮ้อ!! ได้เวลาแล้วสินะ”

เมื่อปรับอารมณ์หลังจากอ่านนิยายจนจบแล้ว เธอดูเวลาเหลืออีก 3 ชั่วโมงจะถึงงานประกาศรางวัลแล้วเธอลุกออกจากห้องนอนไปรอที่ห้องรับแขกเพื่อรอช่างแต่งตัวประจำตัวของเธอ

ก๊อก ๆ

“เข้ามาเลยค่ะ พี่เหมย”

เมื่อสิ้นเสียงหญิงสาวประตูก็เปิดออกปรากฎร่างของชายใจหญิงที่แต่งตัวตามแฟชั่นพร้อมกับลูกมืออีก 3 คน หลังจากที่เข้ามาพวกเขาก็จัดเตรียมอุปกรณ์ ต่าง ๆอย่างรวดเร็วสมกับเป็นมืออาชีพ

“มาเริ่มกันเลยค่ะ คุณน้อง”

เธอนั่งหลับตาปล่อยให้ช่างและลูกมือจัดการแต่งหน้าแต่งตัวให้กับเธอจนเวลาผ่านไปเกือบ 1 ชั่วโมงเธอแต่งหน้าแต่งตัวจนเสร็จสรรพเธอสวมชุดราตรีสีดำเปิดเว้าช่วงหลัง ตุ้มหู และสร้อยเพชรที่เข้าคู่กัน ใบหน้าแต่งแต้มให้ดูสวยเฉี่ยวลุคนางพญาที่ดูร้ายกาจ

“คุณน้องนี่เหมาะกับลุคนางร้ายมากเลยนะคะ ทุกอย่างของน้องมันดูเข้าไปหมดเลย”

“ขอบคุณคะพี่เหมย”

ตื๊ดๆ ๆ ๆ

เสียงโทรศัพท์ดังโชว์ชื่อผู้ติดต่อคือผู้จัดการส่วนตัวของเธอโทรมานั่นเอง

“ค่ะ พี่ถิง

“ว่าไงเรา แต่งหน้าแต่งตัวเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ไม่ให้พี่ให้รถตู้เข้าไปรับแน่เหรอเรา”

“ค่ะพี่ พอดีหนูว่าจะไปต่างเมืองต่อพอดีว่าจะไปทำบุญวันครบรอบค่ะ”

“ให้พี่ไปเป็นเพื่อนไหม”

“ไม่เป็นไรค่ะ วันหยุดพี่ทั้งทีอยู่กับครอบครัวเถอะคะ แค่นี้นะคะ เจอกันที่งานค่ะ”

“โอเค เจอกันที่งานจ๊ะ”

หลังจากที่คุยโทรศัพท์เสร็จเธอลงลิฟท์ไปลานจอดรถ เมื่อมาถึงรถเธอจึงขับออกไปที่งานทันที เมื่อถึงงานเธอให้คนนับรถไปจอดพร้อมกับขึ้นรถที่ทางงานเตรียมไว้เข้าไป เมื่อมาถึงงานหญิงสาวปรับอารมณ์เมื่อเปิดประตูลงจากรถสายตาของเธอก็ปะทะกับแสงแฟลชจำนวนมาก เธอยิ้มรับพร้อมโบกมืออย่างมืออาชีพ แล้วจึงเดินเข้าไปในงาน ครั้งนี้ก็เป็นเหมือนทุก ๆ ครั้งเธอได้รางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมสาขานางร้ายอีกแล้วเมื่องานจบขณะที่เธอขับรถเพื่อไปยังต่างเมืองต่อเพราะพรุ่งนี้เป็นวันครบรอบวันตายของพ่อแม่เธอ ขณะที่เธอขับไปบรรยากาศกลางคืนที่เงียบสงบเธอได้ยินเสียงที่อยู่ในหัว

‘ช่วยด้วย’

“ใครกัน”

‘ช่วยด้วย’

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันทำบุญไปให้นะ”

‘ช่วยด้วย’

“จะให้ช่วยอะไร”

หลังจากที่เธอพูดจบเสียงในหัวก็หายไปจนเธอขับรถมาถึงที่พักที่เธอได้จองไว้และเป็นที่พักประจำเมื่อเธอมาทำบุญ เมื่อถึงห้องพักเธอจึงอาบน้ำแต่งตัวและเข้านอนในทันทีด้วยความเพลียจากงานรับรางวัลและการขับรถทางไกล เธอจึงหลับไปอย่างรวดเร็ว

ภายในความฝันเธอฝันถึงทุ่งหญ้าที่เขียวที่กว้างสุดลูกหูลูกตา อากาศที่สดชื่นเย็นสบายแต่ภายในฝันกลับมีหญิงสาวอีกคนอยู่ด้วย เธอยืนหันหลังดูจากชุดของเธอเหมือนย้อนกลับไปยุค 70 เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ ๆหญิงสาวที่ยืนอยู่ก็หันหน้ามาหาเธอ หน้าตาของหญิงสาวคนนั้นดูคล้ายกับเธอมากจนเธออึ้งไปจนได้ยินเสียงของหญิงสาวเรียกจึงกลับมามีสติอีกครับ

“ช่วยด้วย”

“เธอนั่นเอง แล้วเธอจะให้ฉันช่วยยังไง”

“ช่วยไปใช้ชีวิตแทนฉันที ฉันทำผิดกับคนในตระกูลมากมายเหลือเกิน ช่วยเปลี่ยนตอนจบของฉันที ได้โปรด”

“ฉันก็อยากจะช่วยนะ แต่ฉันต้องทำยังไง”

“เมื่อเวลาของเธอในโลกนี้หมดลงเธอจะรู้เอง”

“หมายความว่าไง”

ยังไม่ทันได้คำตอบร่างหญิงสาวที่ยืนอยู่ก็หายไปพร้อมกับรอยยิ้มของเธอและปากที่อ้าออกแต่ไร้เสียงโดยอ่านได้เพียงว่า

‘ขอบคุณ’

เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อมองนาฬิกาก็พบว่าเช้าแล้ว เธอจึงอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมไปทำบุญ ยามปกติเธอทำบุญบ่อย ๆเมื่อมีเวลาเมื่อทำบุญเสร็จ หญิงสาวก็ไปยังหลุมศพของพ่อและแม่ ซึ่งท่านได้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ในช่วงที่เธอเรียนมัธยมปลาย ทำให้เธอต้องเข้าวงการเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเทอมจนเรียนจบมหาลัย และยังคงเป็นนักแสดงอยู่จนถึงตอนนี้

“พ่อคะ แม่คะ ตอนนี้หนูมีชีวิตที่ดี สบายดีพ่อแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”

หญิงสาวพูดคุยเรื่องราวที่ผ่านมาในช่วงหนึ่งปีกับหลุมศพราวกับว่าพูดคุยกับพ่อแม่ของเธอจนเวลาผ่านไปใกล้ช่วงเย็นหญิงสาวจึงเดินออกมา ก่อนจะกลับเธอรับรู้ถึงความอบอุ่นภายในใจราวกับการได้รับการโอบกอดของพ่อกับแม่น้ำแต่เธอไหลออกมา ทั้งรอยยิ้ม ก่อนจะหันกลับไปที่หลุมศพ และโบกมือพร้อมลอยยิ้มเพื่อลาพ่อกับแม่ของเธอ

ขณะที่เธอขับรถกลับคอนโดที่อยู่อีกเมือง ตอนนี้แสงจากดวงอาทิตย์ได้หายไปจนหมด หญิงสาวขับรถไปตามปกติแต่อยู่ ๆ กลับมีร่างของหญิงสาวยืนกลางถนนทำให้เธอตกใจ หักหลบแต่ระหว่างนั้นมีรถบรรทุกสวนทางมาทำให้รถของเธอประสานงานกับรถบรรทุกอย่างแรง สติของเธอใกล้จะสิ้นลง ลมหายใจขาดช่วง หัวใจของเธอเริ่มเบาลง ๆ ทุกทีบ่งบอกว่าวาระสุดท้ายของเธอใกล้จะถึงแล้ว สายตาที่พล่ามัวมองเห็นหญิงสาวในยืนอยู่ไกล ๆ เธอจึงร้องขอความช่วยเหลือ

“ช่วย..”

ยังไม่ทันพูดจบสติสุดท้ายของเธอก็หายไป จนเวลาไม่กี่ชั่วโมงได้มีการออกข่าวทุกช่องว่า “นางร้ายอันดับหนึ่งได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์คาดว่าจะเกิดจากการหลับใน” เมื่อข่าวออกมาทำให้เหล่าแฟนคลับ และเพื่อน ๆ พี่ ๆในวงการที่สนิทโศกเศร้าไปตาม ๆกัน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ณ บ้านหลังใหญ่

บนเตียงนอนมีหญิงสาวนอนหลับสนิทร่างกายเธอถูกคลุมด้วยผ้าห่มอย่างดี แต่ใบหน้าสวยของเธอกลับขาวซีด เม็ดเหงื่อเต็มกรอบหน้า คิ้วขมวดด้วยความทรมาน

เฮือก!!

หญิงสาวสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างตกใจ เมื่อมองไปรอบ ๆที่ไม่คุ้นตาทำให้เธอสับสนเป็นอย่างมากเธอที่ควรจะตายไปแล้วกลับมาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ แต่เพียงไม่นานก็มีความทรงจำเป็นฉาก ๆผ่านเข้ามาในหัวของเธอ แต่ความทรงจำนั้นกลับไม่ใช่ความทรงจำของเธอ คล้ายกับเป็นของหญิงสาวที่เธอพบในฝัน เมื่อเรียบเรียงความทรงจำที่ได้รับมาเธอก็รู้ได้ทันทีว่า หญิงสาวที่ขอให้เธอช่วยก็คือนางร้ายในนิยายที่เธอพึ่งอ่านจบไปนี่เองและเธอก็ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยาย แต่ความทรงจำนี่ทำไม่เรื่องราวไม่ค่อยจะเหมือนในนิยายเลย ตอนนี้เธออยู่ในฉากที่พระเอกกับนางเอกเริ่มทำความรู้จักกัน ในนิยายบอกว่าเธอผลักนางเอกตกน้ำแต่พลัดตกน้ำไปด้วย แต่พระเอกผ่านมาเห็นเข้าจึงกระโดดไปช่วยนางเอกส่วนนางจมลงไปในสระแต่ดีที่มีคนมาช่วยนางเอาไว้ทันจนนางต้องมารักษาตัวอยู่ที่บ้าน แต่ความจริงคือ นางเอกนัดเธอไปคุยบอกว่ามีเรื่องเกี่ยวกับคู่หมั่นของเธอมาบอก แต่เมื่อเธอไปถึง แม่นางเอกก็ดึงมือเธอลงน้ำไปพร้อมกัน เป็นเวลาที่พระเอกมาเห็นพอดี กลายเป็นเข้าใจว่าเธอพลักแม่นางเอกตกน้ำ และวันพรุ่งนี้เขาก็จะเอาเรื่องนี้มาเพื่อขอถอนหมั้นกับเธอ

“หึ ๆ ว่าแล้วนางเอกที่ไหนจะแย่งคู่หมั้นคนอื่น เราได้เจอกันแน่ ‘แม่ดอกบัวขาว’แล้วเธอจะรู้ว่านางร้ายตัวจริงเป็นอย่างไร”

แอ๊ดดดด..

“คุณหนูฟื้นแล้ว ฮึก ๆ”

เมื่อคนรับใช้ที่คอยเข้ามาเช็ดตัวเห็นว่าคุณหนูของตนฟื้นขึ้นมาก็ดีใจทันที ถึงเธอจะเป็นคนเอาแต่ใจแต่กลับใจดีต่อคนในบ้านเป็นอย่างมากทำให้มีแต่คนรักเธอ

“คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างคะ”

“ฉัน….”

“ต้องไปบอกคุณท่านก่อน”

“ดะ..”

“ต้องตามหมอด้วย ใช่ ๆ”

ยังไม่ทันที่เธอจะตอบอะไรคนรับใช้ก็จัดแจงทุกอย่างเรียบร้อย เธอได้แต่นั่งมองคนรับใช้ที่กระวนกระวายออกจากห้องไป

เวลาผ่านไป

“คุณหนูไม่เป็นอะไรมาก แค่พักผ่อนให้มาก ๆ ถ้ามีอะไรให้ติดต่อผมได้ตลอดนะครับท่าน” หมอพูดด้วยความเคารพ เนื่องจากไป่ลู่คงพ่อของไป่หนิงฮวาเป็นนักธุรกิจ ที่ทำธุรกิจกับรัฐทำให้มีอิทธิพลมากมาย

“ขอบใจหมอมาก”

เมื่อตรวจอาการเสร็จแล้วคุณหมอก็เดินจากไป พร้อมกับกำชับเรื่องยาและอาหารสำหรับผู้ป่วย

“เฮ้อ ไม่เป็นไรก็ดีแล้วนะลูก ว่าแต่จะบอกพ่อได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”

“เดี๋ยวหนูจัดการเองค่ะ คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วง”

เมื่อเห็นแววตาที่แน่วแน่ของลูกสาวก็ทำให้เขาไม่ซักไซ้ต่อ และปล่อยให้เธอพักผ่อน

“งั้นลูกนอนพักผ่อนนะ”

“ค่ะ คุณพ่อ”

ด้วยวิญญาณนักแสดงทำให้เธอไม่หลุดอาการของเธอเลยด้วยความเหนื่อยล้าของร่างกายทำให้เธอค่อย ๆ หลับไปในที่สุด

…โปรดติดตามตอนต่อไป….

ตอนที่ 2 เรื่องราว

ตอนที่ 2 เรื่องราว

ยามเช้ามาเยือนไป่หนิงฮวาได้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาและทบทวนเรื่องราวหลังจากที่เธอตายและทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่เธออ่านเธอได้เข้ามาอยู่ในร่างของนางร้ายของเรื่องที่ชื่อเดียวกับเธอและเป็นนางร้ายไร้สมอง เกรด C มีนิศัยเอาแต่ใจคอยแต่จะกรี๊ด ๆ ทั้งที่ชีวิตของนางก็ดีกว่านางเอก แต่ก็หาเรื่องให้นางเอก เพราะคู่หมั้นไปหลงรักนางเอกเข้า นางรู้สึกถูกหักหลัง ทำให้นางหาทางรังแกนางเอกสารพัดแต่ก็เข้าตัวเองตลอด จนตอนจบพาให้ชีวิตของนางและตระกูลต้องมาพังเพราะพระเอกเข้ามาแก้แค้นแทนนางเอก จนตระกูลของนางล่มจม แต่นั่นมันแค่บทบาทที่คนอ่านเห็นแต่จากที่เธอรับรู้จากความทรงจำนั้นเป็นอีกเรื่องเธอเป็นคนเอาแต่ใจก็จริง ปากร้าย(กับคนอื่น) ใจดี(กับคนของตัวเอง) ไม่ได้บ้าอำนาจ(มั้ง)และโหดร้าย(น่าจะนะ) สังเกตจากที่คนรับใช้รอบตัวไม่ได้กลัวเธอเลยกลับรักเธอมาก ก็เป็นนางร้ายจะดีร้อยเปอร์เซ็นก็ใช่เรื่องแต่เธอไม่เคยหาเรื่องใครก่อน และจากเรื่องที่เธอและนางเอกตกน้ำแสดงว่าในเรื่องราวที่เธอร้ายเพราะเจอแม่ดอกบัวขาวยั่วยุทำให้เธอเก็บอารมณ์ไม่อยู่บวกกับพระเอกไม่เชื่อเธอทำให้ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

เรื่องราวต่อจากนี้เฉินเฟยหรงพระเอกของเรื่องและแม่ดอกบัวขาวนางเอกของเรื่อง จะมาหาเธอที่บ้านพร้อมกับต่อว่าเธอให้เธอขอโทษนางเอก แต่เธอไม่ยอมเพราะเธอเป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่พระเอกก็ขู่เธอว่าจะถอนหมั้นเธอจึงจำยอมขอโทษ แต่แม่ดอกบัวขาวก็ยิ้มเยาะเธอทำให้เธอสติแตก ด่ากราดแม่นางเอกพร้อมจะเข้าไปทำร้ายก็ถูกพระเอกผลักล้ม เธอได้แต่นั่งร้องไห้ด้วยความเจ็บใจที่มองดูคู่หมั้นของเธอปกป้องคนที่เธอเกลียด จนถึงวันที่เธอต้องไปเป็นยุวชน ถามว่าบ้านเธอมีอิทธิพลขนาดนี้ทำไมเธอถึงต้องไปเพราะว่า ตามพระเอกไป ซึ่งพระเอกนั้นตามนางเอกไป เธอก็คอยกลั่นแกล้งรังแกนางเอกสารพัด (ตามบทในนิยาย) พระเอกก็จะคอยมาช่วยนางเอกเสมอ ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มใกล้ชิดกันจนก่อให้เกิดเป็นความรัก

“นางร้ายหรือกามเทพ” เธอบ่นออกมาเบา ๆ

ส่วนนางเอกของเรื่องชื่อจางลี่ถัง เกิดในตระกูลฐานะปานกลาง หน้าตาน่ารักดูอ่อนหวาน บอบบาง เจอกับพระเอกตอนที่เรียนอยู่ในเมืองก่อนที่ต้องไปเป็นยุวชน ที่ชนบท เนื่องจากฐานะของตระกูลนางไม่ได้ดีมาก พอไปอยู่ที่ชนบทนางเริ่มใกล้ชิดกับพระเอกมากขึ้น(ตอนโดนนางร้ายรังแก)จนหลงรักกันตามเนื้อเรื่อง ตอนจบได้แต่งงานกับพระเอกและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่ขึ้นชื่อว่านางเอกจะมีแค่พระเอกได้ยังไง เธอมีหยางซีหยุน นายทหารหนุ่มยศพันตรี ต้องไปทำภารกิจอันตรายนานหลายเดือน ช่วงนั้นเป็นเวลาที่นางเอก พระเอก และนางร้ายต้องไปเป็นยุวชนทำงาน นางเอกไปเจอกับหยางซีหยุนที่กำลังบาดเจ็บจึงช่วยรักษาแผลจนหายดีเขาจึงหลงรักนางเอกเพราะความดีที่ช่วยชีวิต คอยปกป้องนางเอกในเงามืดตลอดจนเขา เมื่อนางเอกรับรักพระเอกบทของเขาก็หายไปจากเนื้อเรื่อง

“เฮ้อ จะเอาอะไรไปสู้ นางเอกมีนิ้วทองคำเป็นพระเอก และพระรอง ส่วนนางมือเปล่า”

พูดจบก็แบมือออกมา แต่กลับเห็นรอยสักเล็ก ๆรูปลูกบาศก์ส่องแสงออกมา ทำให้เธออดแปลกใจขึ้นมา

“หรือว่านี่คือนิ้วทองคำของฉัน”

เมื่อคิดได้เธอก็ดีใจเป็นอย่างมากจึงรีบทดลองใช้ในทันที

“ระบบ” “ค่าสถานะ” “โอมมะลึ๊กกึ๊กกึ๊ย” “System” “Status Open”

เงียบบบบบ….

หลังจากลองมาหลายวิธีก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เห้อ เก็บไว้….”

ผ้าห่มในมือของเธอก็หายไปทันที และเมื่อเธอคิดถึงผ้าห่มและคิดให้ออกมาผ้าห่มก็ออกมา ด้วยความบังเอิญทำให้เธอรับรู้ว่านิ้วทองคำของเธอคือมิติเก็บของสามารถเก็บของไว้ได้ เมื่อตั้งสมาธิเพื่อสำรวจพื้นที่ภายในก็พบกับข้าวของจำนวนมาก เมื่อเธอสังเกตดี ๆก็พบว่าเป็นสิ่งของที่เธอทำบุญมาตลอดชีวิตของเธอ ทั้งอาหาร เสื้อผ้า และยารักษาโรค

“อย่างน้อยฉันก็สามารถเอาชีวิตรอดในชนบทได้แล้ว”

เมื่อตรวจดูมิติเก็บของของเธอจนพอใจแล้วเธอจึงไปจัดการธุระส่วนตัวของเธอเพื่อเตรียมรับมือกับพระเอกกับนางเอกของเรื่องเมื่อกล้ามาหาเรื่องกันถึงที่ขนาดนี้ ถ้าเธอไม่เล่นด้วยสักหน่อยก็คงจะเสียมารยาทแย่เลย

เมื่อออกจากห้องน้ำเธอจึงหาเสื้อผ้าภายในตู้ที่มีมากมายหลายสไตล์เนื่อจากเจ้าของร่างก็เป็นคนที่ชอบแต่งตัวเหมือนกัน แต่ชุดที่มีนั้นมันดูเชยเป็นอย่างมากเธอซึ่งอยู่ในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยแฟชั่นชั้นนำมากมายรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากจึงหาชุดภายในมิติของเธอ ที่ดูไม่ทันสมัยมากเพราะจะนำความสงสัยให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นกี่เพ้าสีแดงสดยาวเหนือเข่าขึ้นมาบวกกับทรวดทรงของเธอที่เซ็กซี่ทำให้เธอดูร้อนแรง

เมื่อเธอลงมาชั้นล่างพาให้คนในบ้านดูเธออย่างตกตะลึกด้วยความแปลกใหม่ของชุด และความเข้ากันของเธอมันดูลงตัวเป็นอย่างมาก

“อรุนสวัสดิ์ค่ะคุณพ่อ”

“วันนี้ลูกแต่งตัวได้สวยมาก ชุดแบบนี้พ่อไม่เคยเห็นเลย”

“พอเป็นชุดที่สั่งตัดพึ่งได้มาพอดีค่ะ”

“มากินข้าวกัน เดี๋ยวพ่อจะไปดูงานสักหน่อย”

“ค่ะ”

เมื่อพ่อลูกทานอาหารเช้าบรรยากาศแสนอบอุ่นก็กระจายออกมา เมื่อทานเสร็จไป่ลู่คงก็ออกไปดูงานข้างนอกบ้าน เพราะวันนี้เขาไม่อยู่บ้านทำให้เฉินเฟยหรงกล้าที่จะรังแกไป่หนิงฮวา หากเขาอยู่ด้วยความรักลูกสาวมากของเขาทั้งตระกูลของเขาคงล้มละลายเป็นแน่ และด้วยความรักทำให้ไป่หนิงฮวาสั่งให้ใครห้ามพูดเรื่องนี้โดยเด็ดขาด

จนถึงเวลาที่พระเอกและนางเอกจะเข้ามา ด้วยความที่พระเอกเป็นคู่หมั้นของดธอทำให้สามารถเข้ามาในบ้านของเธออย่างง่ายดาย เธอจึงนั่งจิบชารอที่โต๊ะในห้องนั่งเล่น

ตึก ตึก ตึก

เสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมามองพบกับชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างสูงโปร่งเดินเคียงคู่กับหญิงสาวหน้าตาน่ารักดูอ่อนหวาน บอบบางที่เดินก้มหน้าตัวสั่นเหมือนกับนกน้อยที่กำลังหวาดกลัวพาให้ชายหนุ่มอยากโอบกอดและปกป้องเธอไว้ เธอรับรู้ได้ทันทีว่าคนที่รอคอยได้มาถึงแล้ว เธอมองดูพร้อมเหยีดยิ้ม ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรชายหนุ่มที่เดินเข้ามาเปิดปากต่อว่าเธอทันที

“ไป่หนิงฮวา เธอทำเกินไปแล้วนะลี่ถังไปทำอะไรให้เธอทำไมถึงต้องทำกับเธอขนาดนี้ด้วย”

เมื่อฟังคำเรียกที่ออกมาจากคู่หมั้นหนุ่มของเธอเธอถึงกับขมวดคิ้วทันที เธอที่เป็นคู่หมั้นเรียกชื่อเต็มแต่กับคนนอกที่พามากลับเรียกอย่างสนิทสนม

“หึ ๆ ฉันทำอะไร”

“ก็ที่เธอผลักลี่ถังตกน้ำไง อย่ามาทำเป็นไขสือ”

“ฮ่า ๆ ๆ แล้วยังไง”

“เธอนี่มันไม่สำนึกเลยจริง ๆ ถ้าลี่ถังไม่ขอร้องว่าไม่อยากให้เรื่องมันใหญ่โตฉันคงแจ้งเจ้าหน้าที่มาจับเธอไปแล้ว”

“เฟยหรงไม่เป็นอะไรหรอก ฉันต้องการแค่คำขอโทษก็เพียงพอแล้ว” แม่นางเอกที่เงียบอยู่นานได้เอ่ยปากขึ้นมาน้ำเสียงที่ดูอ่อนแอ แต่แววตาของเธอที่มองมาเต็มไปด้วยความท้าทาย

“ได้ยินแล้วใช่ไหม ขอแค่เธอขอโทษลี่ถังเรื่องก็จะจบเพียงเท่านี้”

“ขอโทษ? ไม่มีทาง” เธอตอบออกมาอย่างเย้ยหยัน

“เธอนี่มัน ได้ถ้าเธอไม่ยอมขอโทษฉันจะถอนหมั้นกับเธอ”

ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างเหลืออดเมื่อเห็นท่าทางของคู่หมั้นสาวของตน และทุกครั้งที่เขาเอาเรื่องถอนหมั้นขึ้นมาขู่เธอจะต้องยอมเขาเสียทุกครั้ง และครั้งนี้ก็จะเป็นเช่นเคย

เมื่อไป่หนิงฮวาได้ยินก็ยกยิ้มขึ้นทันทีและตอบออกไปว่า

….โปรดติดตามตอนต่อไป….

ตอนที่ 3 ถอนหมั้น

ตอนที่ 3 ถอนหมั้น

เมื่อไป่หนิงฮวาได้ยินก็ยกยิ้มขึ้นทันทีและตอบออกไปว่า

“ก็เอาสิ”

“เมื่อเธอเข้าแล้ว….เธอว่าอย่างไรนะ” ชายหนุ่มถามด้วยความตกใจไม่คิดว่าเธอจะเห็นด้วยกับการถอนหมั้น เขาก็อยากถอนหมั้นกับเธอ แต่ยังไม่ใช่ช่วงเวลานี้เพราะตระกูลเขาต้องพึ่งอิทธิพลของตระกูลเธออยู่

“ถอนหมั้นไง” เธอตอบด้วยรอยยิ้ม

“ได้เธอพูดเองนะ แล้วอย่ามาง้อทีหลังก็แล้วกัน” ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอเขาอยู่และความเคยชินที่หญิงสาวคอยไล่ตามทำให้เขาไม่สามารถรั้งเธอไว้ และคิดว่าหญิงสาวจะตามมาง้อขอคืนดีกับเขาแน่นอน

“ฮ่า ๆ ส่วนเธอแม่ดอกบัวขาวถ้าจะแจ้งเจ้าหน้าที่ก็ตามใจเธอนะ” ไป่หนิงฮวาพูดจบก็เดินไปใกล้จางลี่ถังก่อนจะกระซิบเบา ๆ

‘แถวนั้นน่าจะมีกล้องอยู่ด้วยนะ’

เมืิ่อได้ยินจางลี่ถังถึงกับหน้าซีดทันทีด้วยความกลัว แต่เมื่อเฉินเฟยหรงเห็นจางลี่ถังหน้าซีดก็เข้าใจว่าเธอถูกไป่หนิงฮวาข่มขู่ทำให้กลัวจึงเข้าไปปลอบทันที

“ลี่ถังไม่ต้องกลัว ต่อให้เธอมีอิทธิพลมากมายแค่ไหนก็สู้เจ้าหน้าที่ไม่ได้หรอก”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ เฟยหรงฉันไม่เป็นไรเรากับกันเถอะ”

“ทำไมละ เธอไม่ต้องกลัวนะ”

“ฉันขอร้อง” เมื่อเห็นจางลี่ถิงขอร้องทั้งน้ำตาเขาก็จำต้องถอยกลับไปพร้อมกับเธอและส่งสายตาเกลียดชังไปยังไป่หนิงฮวาและเดินออกไป

เมื่อคนทั้งสองออกไปความสงบก็กลับมาอีกครั้งไป่หนิงฮวาก็กลับลงไปนั่งจิบชาอย่างสบายใจแบบเดิมโดยไม่สนสายตาแปลกใจของคนในบ้าน เพราะปกติไม่ว่าเฉินเฟยหรงจะพูดอะไรคุณหนูของพวกตนก็ยอมเสียหมดแต่ครั้งนี้กลับไม่เป็นอย่างเคย แต่พวกเขาก็โล่งใจที่คุณหนูของพวกตนจะได้ไม่ต้องมาเสียใจกับคนที่ไม่ได้รักเธอ และจากที่ดูแล้วก็สามารถดูออกมาชายหญิงที่เข้ามาเมื่อสักครู่มีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างแน่นอน

เมื่อเธออยู่คนเดียวก็นั่งคิดว่าจะเอายังไงต่อเรื่องถอนหมั้นเธอจัดการได้ง่ายมาก เพราะพ่อตามใจเธอเป็นอย่างมากและอีกอย่างคือการหมั้นปากเปล่าไม่มีของหมั้นหรือหนังสือที่เป็นลายลักษณ์อักษร และด้วยอิทธิพลของตระกูลไป่ทางฝั่งนั้นไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้ แต่เรื่องที่ต้องไปเป็นยุวชนนั้นเธอลงชื่อไปแล้วไม่สามารถยกเลิกได้ต่อให้เป็นพ่อของเธอก็ตาม

“เฮ้ออออ” เธอได้แต่นั่งถอนหายใจจนถึงช่วงเย็นที่ไป่ลู่คงกลับมาเธอจึงเข้ามาหาเขาและเล่าเรื่องที่เธอจะถอนหมั้นกับชายหนุ่ม

“ลูกต้องการถอนหมั้นจริง ๆใช่ไหม” เขาถามลูกสาวอย่างจริงจังเพราะตอนที่จะหมั้นเธอก็มาขอร้องอ้อนวอนเขา เดิมทีเขาไม่เห็นด้วยและมองว่าชายคนนี้ไว้ใจไม่ได้

“ค่ะ หนูคิดดีแล้ว เราไม่สามารถบังคับให้ใครมารักเราได้” เมื่อได้ยินคำตอบของลูกสาวก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ใช่ว่าเขาจะไม่รับรู้เรื่องที่ชายหนุ่มทำกับลูกสาวของเขาแต่เพราะลูกสาวห้ามเขาเอาไว้แต่ตอนนี้ถอนหมั้นแล้วเขาจะคิดบัญชีให้สาสม

“แล้วคุณพ่อไม่ต้องลงมือทำอะไรนะคะ” ไป่หนิงฮวาพูดดักทางเอาไว้เพราะรู้ว่าพ่อของเธอจะต้องลงมือเล่นงานทั้งตระกูลเขาแน่นอน

“พ พ่อไม่ทำหรอก ว่าแต่ลูกไม่แค้นบ้างเหรอที่ผ่านมาเขาทำให้ลูกเจ็บช้ำมากมาย” เขารีบปฏิเสธทันที

“แค่ประกาศเรื่องถอนหมั้น ก็จะมีคนจัดการพวกเขาแทนเราเองค่ะ” เธอตอบด้วยรอยยิ้ม

เมื่อฟังคำตอบจากลูกสาวเขาก็คิดตามได้ทันที ว่าถ้าไม่มีชื่อตระกูลไป่เขาคอยคุ้มครอง ตระกูลเฉินก็ไม่สามารถยืดอกได้เหมือนทุกวันนี้

“ฮ่า ๆ สมกับเป็นลูกสาวของพ่อจริง ๆ” เขาหัวเราะอย่างพอใจ

“แล้วเรื่องยุวชนลูกจะทำอย่างไร ให้พ่อช่วยไหม”

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูต้องรับผลการตัดสินใจของตัวเอง”

“ถ้ามีเรื่องอะไรให้พ่อช่วยก็บอกนะ” เมื่อเห็นลูกสาวเติบโตขึ้นหัวอกคนเป็นพ่อก็ดีใจ และเคารพการตัดสินใจของลูกแต่เขาคอยดูแลเธออยู่ห่าง ๆต่อให้ลูกจะโตแค่ไหนเธอก็ยังเป็นเด็กในสายตาพ่อแม่อยู่เสมอ

“คุณพ่อกลับมาเหนื่อย ๆไปอาบน้ำแล้วเราจะได้ทานข้าวเย็นกัน”

“จ้า ๆ”

สองพ่อลูกทานมื้อเย็นด้วยกันบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุขผิดกับอีกตระกูลที่ไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้พวกตนจะต้องเจอกับความปวดหัวที่เข้ามา

เช้าวันใหม่ข่าวการถอนหมั่นของสองตระกูลได้กระจายไปทั่วทั้งเมืองด้วยความรวดเร็วเพราะไป่ลู่คงตั้งใจให้ข่าวกระจายไวที่สุดเมื่อตระกูลใหญ่หลายตระกูลทราบข่าวก็พากันแสดงท่าทีต่างกันออกไปบางตระกูลที่ไม่เกี่ยวข้องก็เฉย ๆบางตระกูลที่อยากผูกมิตรกับตระกูลไป่ก็ดูลูกหลานที่เหมาะสมและจัดเตรียมแม่สื่อ บางตระกูลที่เข้าหาตระกูลเฉินเพราะตระกูลไป่ก็เริ่มยกเลิกการร่วมมือต่าง ๆทันที

ณ ตระกูลเฉิน

ภายในห้องประชุมของครอบครัวเดิมทีตระกูลเฉินเป็นตระกูลขนาดกลางที่มีฐานะพอจะร่ำรวย แต่เมื่อได้รับการสนับสนุนจากตระกูลไป่ทำให้สามารถไต่เต้าขึ้นมาเป็นตระกูลขนาดใหญ่ขึ้นมาได้ แต่บัดนี้เหล่าคนสำคัญในตระกูลต่างนั่งหน้าดำค่ำเครียดกันเนื่องจากข่าวการถอนหมั้นของสองตระกูลออกมาซึ่งพวกเขาก็รู้พร้อม ๆกับตระกูลอื่น

“เฉินกงมันเกิดอะไรขึ้นทำไมลูกชายของคุณถึงถอนหมั้นกับคุณหนูไป่” หนึ่งในผู้อาวุโสกล่าวถามหัวหน้าตระกูลที่เป็นพ่อของเฉินเฟยหรง

“คุณลุกผมก็พึ่งจะทราบข่าวเหมือนกัน ใครก็ได้ไปตามเฟยหรงเข้ามา”

ผ่านไปสักพักเฉินเฟยหรงก็เดินเข้ามา

“มีอะไรครับคุณพ่อ”

“ทำไมถึงถอนหมั้นกับคุณหนูไป่ละ เกิดอะไรขึ้นหรือป่าว”

“คุณพ่อทราบได้อย่างไรครับ เดี๋ยวเธอก็คงมาง้อขอคืนดีผมเหมือนเดิมแหละครับ”

“ข่าวการถอนหมั้นกระจายไปทั่วแล้ว”

“อะไรนะครับ” เมื่อได้ยินดังนัั้นเฉินเฟยหรงถึงกับหน้าซีดทันที และเขารู้ถึงผลที่จะตามมาของเรื่องนี้

“แกต้องไปหาทางคืนดีให้ได้ ไม่งั้นพวกเราแย่แน่”

“คุณพ่อเราไม่มีตระกูลไป่ พวกเราก็อยู่ได้”

เพี๊ยยย! เมื่อเห็นลูกชายยังไม่เข้าใจอะไรเขาถึงกับโมโหควบคุมตัวเองไม่อยู่ถึงกับลงมือตบหน้าลูกชายทันที

“แกอย่ามาเถียง ฉันให้ทำอะไรก็ทำซะ”

“ไม่ ผมไม่ทำ เดิมทีผมก็ไม่อยากจะหมั้นกับไป่หนิงฮวาอยู่แล้ว” พูดจบชายหนุ่มก็เดินออกไปทันที

เมื่อเห็นว่าลูกชายเดินออกไปผู้เป็นพ่อก็หมดแรงทันที ถ้าเรื่องมันเล็กอย่างที่ลูกชายคิดเขาก็คงไม่โมโหขนาดนี้หรอกต่อให้กลับไปอยู่จุดเดิมก็ไม่เป็นไร แต่เพราะกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ตระกูลเฉินได้เหยียบย้ำตระกูลต่าง ๆมากมายแต่ะเพราะมีตระกูลไป่เป็นเกราะกันภัยทำให้ไม่มีใครกล้าทำอะไร แต่ตอนนี้เกราะหันภัยได้หายไปแล้วตระกูลเฉินต้องรับการแก้แค้นจากตระกูลต่าง ๆมากมายทั้งตระกูลอาจไม่เหลือแม้แต่ชีวิตก็เป็นไปได้

“เราจะทำยังไงต่อไปดี”

“เฮ้อ ทำเท่าที่ทำได้ก็แล้วกัน” ในตอนนี้ก็มีเพียงแต่ต้องทำอย่างนี้เท่านั้น จะให้พวกเขาไปเรียกร้องอะไรจากตระกูลไป่ก็ไม่กล้าและไม่สามารถทำได้เพราะเป็นเพียงการหมั้นหมายด้วยการพูดคุยเท่านั้น

จนเวลาผ่านไป 1 เดือนครบกำหนดที่จะต้องส่งพวกหนุ่มสาวไปเป็นยุวชนทำงานต่าง ๆ เนื่องจากอาหารขาดแคลนแต่ถ้าบ้านไหนมีรายได้เยอะ หรืออิทธิพลมากพอสามารถยกเว้นการส่งบุตรหลานไป โดยการบริจาคพวกอาหารแทนก็ได้เช่นตระกูลใหญ่ต่าง ๆตระกูลไป่ก็เช่นกัน

ทางตระกูลเฉินที่พบเจอกับมรสุมต่าง ๆตลอด 1 เดือนมานี้จากตระกูลใหญ่กลายเป็นตระกูลขนาดกลางเท่าเดิมเฉินเฟยหรงก็ไม่เดือนเนื้อร้อนใจใด ๆเพราะตอนนี้เป็นผลกระทบเดิมที่เขาคาดการณ์เอาไว้แต่เขาไม่รู้เลยว่ามันพึ่งเป็นจุดเริ่มต้นเพียงเท่านั้น

ทางด้านตระกูลไป่

สองพ่อลูกได้ล่ำลากันอยู่นานนี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะต้องห่างจากลูกสาวไปนานขนาดนี้ และเป็นครั้งแรกที่ลูกสาวจะต้องทำงานและดูแลตนเอง

“ฮึก ดูแลตัวเองดี ๆนะลูกรัก ถ้าขาดเหลืออะไรให้ส่งจดหมายมาหาพ่อนะ ไม่ ๆพ่อจะไปด้วยดีกว่า”

“คุณพ่อ ไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะคะ อีกอย่างพ่อยังต้องดูแลงานทางนี้หนูสัญญาจะส่งจดหมายมาหาบ่อย ๆนะคะ”

“ถ้าลูกว่าอย่างนั้นก็ได้” ถึงจะต้องฝืนใจก็จำต้องปล่อยให้ลูกสาวไป

“คุณพ่อก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ หนูรักพ่อนะคะ”

“พ่อก็รักลูก”

เมื่อล่ำลาเสร็จไป่ซิ่วอิงก็เดินไปต่อแถวเช็ครายชื่อเพื่อเตรียมขึ้นรถไฟไปยังหมู่บ้านที่ทางการกำหนดระหว่างทางเธอก็พบกับ…..

…..โปรดติดตามตอนต่อไป….

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...