โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศรีสะเกษเตรียมรับไทย-กัมพูชา เปิดจุดผ่อนปรนเขาพระวิหาร

INN News

เผยแพร่ 10 มี.ค. 2567 เวลา 02.52 น. • INN News

สำรวจความพร้อม ศรีสะเกษ เตรียมการรับทางการไทย-กัมพูชา เจรจาเปิดจุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยวช่องทางขึ้นเขาพระวิหาร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะรัฐมนตรีจากกระทรวงในการกำกับหลายกระทรวงลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เป็นช่วงเวลาที่ประเด็นการเจรจาเพื่อเปิดจุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยวช่องทางขึ้นเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึง และอยู่ในความสนใจของประชาชนในวงกว้างอีกครั้ง โดยเฉพาะคนในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษที่เฝ้ารอโอกาสนี้มานาน เพราะนี่หมายถึงการได้กลับมาไปมาหาสู่ของคนทั้ง 2 ประเทศ ที่ในระดับพื้นที่เองเรียกว่ามีความสัมพันธ์อันดี แนบแน่น และเป็นโอกาสของการกลับมาฟื้นฟู เศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ที่ซบเซาไปเป็นเวลากว่า 16 ปี นับแต่ปี 2551 ที่มีปัญหาความขัดแย้งและปิดจุดผ่อนปรนฯ

โดยนายอนุพงษ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ทางจังหวัดศรีสะเกษได้ติดตามประเด็นการเปิดจุดผ่อนปรนฯ จากระดับนโยบายของรัฐบาล และดำเนินการเตรียมความพร้อมโดยมีการประชุมส่วนราชการ และหน่วยงานความมั่นคง ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย ซึ่งขณะนี้ถือว่าในพื้นที่มีความพร้อมในทุกด้านทั้งการบริหารจัดการ จำนวนบุคลากรสนับสนุนกรณีที่ระดับนโยบายของทั้ง 2 ประเทศ บรรลุข้อเจรจาได้สำเร็จ

ด้านนางจิตร อาจสัญจร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร กล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดศรีสะเกษได้มีการตั้งคณะทำงานเตรียมความพร้อม ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ด่านตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) ศุลกากร อุทยานฯ ซึ่งการหารือของทุกฝ่ายตอนนี้มองว่าในระดับพื้นที่มีความพร้อมหมดแล้ว รอเพียงระดับนโยบายเท่านั้น ในส่วนของอุทยานฯ เรามีการเตรียมการในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มีการพูดคุย ทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการร้านค้าที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 40 ราย

รวมถึงดูแลจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวบนอุทยานฯ ให้พร้อมรองรับนักท่องเที่ยว คาดว่าถ้ามีการกลับมาเปิดจุดผ่อนปรนฯ จะช่วยให้จำนวนนีกท่องเที่ยวกลับเข้ามาเหมือนอดีตที่เคยสูงสุด 5-7 แสนคนต่อปี จากปัจจุบันในช่วงที่ยังปิดจุดผ่อนปรนฯ จะมีนักท่องเที่ยวคนไทยขึ้นมาเที่ยวอยู่ประมาณ 1.7-2.2 แสนคนต่อปีและอุทยานฯ จัดเก็บรายได้จากค่าเข้า และค่าธรรมเนียมต่างๆ ได้ประมาณ 7-10 ล้านบาทต่อปี

ด้านนายสวัส ลุนผง หัวหน้าฝ่ายจัดการทรัพยากรธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร กล่าวว่า ส่วนตัวได้รับมอบหมายให้ดูแลงานที่เกี่ยวกับจุดท่องเที่ยวในอุทยานฯ มาตั้งแต่ปี 2539 อยากเห็นจุดผ่อนปรนฯ กลับมาเปิดอีกครั้ง เพราะจะส่งผลโดยตรงกับรายได้ของคนในพื้นที่ โดยเศรษฐกิจของ อ.กันทรลักษ์ และพื้นที่ต่อเนื่องกันจะดีขึ้นทันที เห็นได้จากจากข้อมูลโดยปกติที่รายได้ของชุมชนที่เกิดต่อเนื่องจากนักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาบนอุทยานฯ เช่น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่พัก พาหนะเดินทาง ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก จะอยู่ที่ประมาณ 15 เท่า ของรายได้ที่อุทยานฯจัดเก็บได้ เช่น ปัจจุบันที่อุทยานจัดเก็บรายได้ได้ประมาณ 10 ล้านบาทต่อปี ก็สร้างรายได้ต่อเนื่อง 150 ล้านบาท ซึ่งหากจุดผ่อนปรนฯ กลับมาเปิดอีกครั้ง รายได้ต่อเนื่องจะเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล

ในส่วนของแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ บนอุทยานฯ ตอนนี้ถือว่ามีความพร้อมในทุกจุด ซึ่งทางอุทยานฯ เองอยากให้นักท่องเที่ยวขึ้นมาเที่ยว เพราะที่นี่มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม อย่างผามออีแดง จุดชมพระอาทิตย์ที่สวยที่สุดจุดหนึ่งของประเทศ หรือที่เรียก จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น 3 แผ่นดิน เนื่องจากบริเวณผามออีแดงจะสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในบริเวณ “สามเหลี่ยมรวงผึ้ง”

ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่าง 3 ประเทศ ไทย กัมพูชา และ สปป.ลาว และยังเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามมากในฤดูฝน ตลอดจนเป็นจุดชมดาว ที่สามารถมองเห็นทางช้างเผือกในช่วงเดือนต.ค.-เม.ย. ของทุกปี ซึ่งทางอุทยานฯ ได้จัดกิจกรรมดูดาวให้กับผู้สนใจด้วย สามารถติดต่อมายังสำนักงานอุทยานฯ โดยจะมีวิทยากรคอยแนะนำการดูดาว การใช้แอปพลิเคชั่นในการสนับสนุนการดูดาวได้ด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ในพื้นที่อุทยานฯยังเป็นที่ตั้งของแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ อารยธรรมที่น่าสนใจ เช่น ปราสาทโดนตวล ที่ประวัติการก่อสร้างมีความเก่าแก่ใกล้เคียงกับปราสาทนครวัด และรายละเอียดของตัวปราสาทยังเป็นแหล่งเรียนรู้อารยธรรมมากมาย รวมไปจนถึงสถูปคู่ ที่มีประวัติความเป็นมาเกี่ยวเนื่องกับปราสาทโดนตวล และ ภาพแกะสลักนูนต่ำ อยู่บริเวณผาอีมอแดง ที่คาดว่าเป็นการภาพที่ช่างได้แกะเป็นต้นร่าง ก่อนจะแกะสลักจริงบนเขาพระวิหาร

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...