ททท.จันทบุรีแก้ลำไยราคาตกต่ำ จัดอีเวนต์อาหารเพิ่มมูลค่า 16-18 ก.พ.นี้
ททท.จันทบุรี ผุดไอเดียช่วยเกษตรกรผู้ปลูกลำไย อ.โป่งน้ำร้อน อ.สอยดาว แก้ปัญหาราคาตกต่ำ จัดงาน Chanthaburi Art & Camp Under the Moon Light ธีม “ชวนกันมาลำไย” 16-18 ก.พ. 67 ดึงคนรุ่นใหม่ใช้นวัตกรรมรังสรรค์เมนู “สำรับจันท์” หลากไอเดีย บาร์บีคิว เมนูสุขภาพ เครื่องดื่มแนวใหม่ สปาร์กลิ้งลำไย ไซเดอร์ลำไย ชูเป็นโมเดลใหม่ให้เกษตรกรมีช่องทางเลือก ไม่ต้องพึ่งพาขายล้งอย่างเดียว
นายศักดิ์สกุล ศุภกฤตอนันต์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดจันทบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยใน อ.โป่งน้ำร้อน อ.สอยดาว ประสบปัญหาขายลำไยให้ล้ง และถูกปัดร่วงตกเกรดได้ราคาต่ำมาก ดังนั้น ททท.ถือเป็นกลไกหนึ่งในการสนับสนุนคุณภาพสินค้าตามแวลูเชน การยกระดับสินค้า การแปรรูปและนวัตกรรมอาหารชูความเป็นเลิศด้านอาหารภายใต้สำรับจันท์มานานแล้ว
จึงเล็งเห็นว่า ลำไยของจังหวัดจันทบุรีมีคุณภาพ สามารถนำการท่องเที่ยวมายกระดับเพิ่มมูลค่าเชื่อมต่อกับวิถีเกษตรได้ จึงจัดงาน “Chanthaburi Art & Camp Under the Moon Light” ภายใต้ธีมงานตอน “ชวนกันมาลำไย” ระหว่างวันที่ 16-18 กุมภาพันธ์ 2567 ณ เดอะเนเชอรัล การ์เดน รีสอร์ท อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี
โดยชูลำไยเป็นพระเอกในความหมาย 2 นัย นัยแรกอยากชวนทุกคนมามีความสุข สนุกกับงาน มาคุย เมาท์มอยกัน ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงาม โอบล้อมด้วยภูเขา และอีกนัยคือ การนำลำไยมาชูเป็นพระเอก โดยนำการท่องเที่ยวมายกระดับเพิ่มมูลค่า จัดทำนวัตกรรมด้านอาหาร เป็น “เมนูรังสรรค์” สำรับจันท์ที่สร้างสรรค์ขึ้นมา
โดยคนรุ่นใหม่ ๆ หลากหลายไอเดีย เช่น บาร์บีคิว คุกกี้ลำไย รวมถึงเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ เครื่องดื่มแนวใหม่สปาร์กลิ้ง (Sparkling) ลำไย ไซเดอร์ลำไย เพื่อให้เข้ากับงานแคมปิ้งที่เป็น Art & Camp มีเรื่องของศิลปะ DIY งานคราฟต์ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มครอบครัวและกลุ่มวัยรุ่น โดยร้านอาหารที่นำมาจัดงานจะมาจาก อ.สอยดาวและ อ.โป่งน้ำร้อน สามารถยกระดับลำไยเพิ่มมูลค่าได้ ต่อไปเกษตรกรไม่จำเป็นต้องปลูกลำไยเพื่อไปขายล้งเพียงอย่างเดียว
“การจัดงาน Chanthaburi Art & Camp เป็นอีกหนึ่งกิจกรรม ซึ่ง ททท.เข้าไปหนุนเสริมให้เกษตรกรมีช่องทางมากกว่าเดิม ไม่ต้องพึ่งพาวงลูปเดิม ๆ คือ การปลูกลำไยส่งขายล้ง ปัดร่วงตกเกรด ราคาตกต่ำมาก ซึ่ง ททท.หวังว่าจะเป็นพลังเล็ก ๆ ให้เกษตรกรมีมิติกินดีอยู่ดี ตามแนวทาง BCG (Bio-Circular-Green Economy) จริง ๆ ฤดูกาลลำไยเริ่มเดือนพฤศจิกายน-เมษายน
แม้การจัดงานเพียง 3 วัน แต่ ททท.มีพิกัดให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมเยือนชมสวนลำไยตลอดฤดูกาลได้อีก 2 เดือน ต่อจากนั้นมีผลไม้ มะม่วง ทุเรียน ถ้าต่อไปท้องถิ่นและเกษตรกรร่วมกันตามโมเดลนี้ สามารถนำสินค้าเกษตรมาต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าได้ แทนที่จะส่งล้งในราคาที่ต่ำมาก
อย่างน้อย ททท.เป็นจุดเล็ก ๆ ที่ช่วยจุดประกาย มั่นใจว่าถ้าโมเดลนี้เกิดขึ้น นักท่องเที่ยวเข้ามาซื้อโดยตรงในสวน อย่างน้อยเป็นหมุดหมายที่ดีให้ชุมชน ท้องถิ่นนำไปต่อยอดเปิดตลาดชุมชนได้ด้วย เพื่อให้ท้องถิ่นเข้มแข็ง เห็นประโยชน์นำไปตั้งงบประมาณต่อยอดทางการท่องเที่ยวได้ ททท.หวังผลต่อเนื่อง หลังจากการจัดอีเวนต์นี้ตลอดฤดูกาลลำไย คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนประมาณ 5,000 คน จากนี้ไปลำไยที่เติบโตแล้วส่งเข้าล้งและถูกปัดเศษตกจะไม่มีอีกต่อไป แม้แต่ลำไยลูกเล็ก ๆ ยังนำมาทำอาหารได้”
นายศักดิ์สกุลกล่าวต่อไปว่า จันทบุรีเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลาย ทั้งภูมิประเทศและวัฒนธรรม ทำให้มีโปรดักต์ทางการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์เฉพาะตัว ครบตั้งแต่ภูเขายันท้องทะเล (จากภูผาสู่มหานที) และมีความหลากหลายของชาติพันธุ์ต่าง ๆ ทั้งไทย ญวน จีน และชาวชอง รวมถึงความอุดมสมบูรณ์ของอาหาร จึงนำ Soft Power มาชูเรื่องของ Food
รวมถึงจังหวัดจันทบุรี กำลังผลักดันและส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านอาหาร โดยใช้วัตถุดิบ พืช สมุนไพร ผลไม้ ฯลฯ นำร่องและขับเคลื่อนจังหวัดจันทบุรีเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO พัฒนา ต่อยอดอาหารถิ่นภาคตะวันออก “สำรับจันท์” ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
จึงอยากเชิญชวนทุกคนมาเที่ยว พักผ่อนในบรรยากาศสไตล์ Camping สบาย ๆ เพลิดเพลินกับดนตรี และชิมเมนูเด็ดรังสรรค์จากลำไย
- เปิดศึกชิงแรงงานลำไยไปจีน ล้งปาดหน้าจ่ายค่าหัวเพิ่มสูงสุด 40,000 บาท
- ปั้นสามเหลี่ยมเศรษฐกิจลำไยทองคำ-ออกกฎหมายเฉพาะ อุ้มชาวสวน 33 จังหวัดด่วน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ททท.จันทบุรีแก้ลำไยราคาตกต่ำ จัดอีเวนต์อาหารเพิ่มมูลค่า 16-18 ก.พ.นี้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net