โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เอาชีวิตรอดในโลกแฟนตาซีด้วยความรู้ยุค2000+

นิยาย Dek-D

อัพเดต 13 เม.ย. 2568 เวลา 03.21 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2567 เวลา 02.19 น. • Darklizard
เมื่อชายหนุ่มผู้ชอบการท่องโลกอินเทอร์เน็ต ได้มาเกิดใหม่ในโลกแฟนตาซี เวทมนต์ มังกร ยุคกลาง เอลฟ์ คนแคระ โว้ววว แต่ชีวิตต้องดิ้นรนเหมือนเดิม อาหารการกินก็ล้าหลังสุดๆ เป็นไงเป็นกัน เพื่อชีวิตสโลว์ไลฟ์

ข้อมูลเบื้องต้น

เกี่ยวกับชายหนุ่มคนนึง ที่ได้ไปเกิดในต่างโลกแฟนตาซี เอาความรู้ที่บังเอิญได้ดูในอินเตอร์เน็ตมาใช้เอาตัวรอดในโลกใบใหม่ ที่เคยแค่อ่านเจอในเว็บหรือนิยาย เนื้อเรื่องจะค่อยๆดำเนินไปเรื่อยๆ คนเขียนก็เขียนไปเรื่อยๆ ตอนจะไม่ยาวมาก ตรวจทานลำบาก แต่บางทีก็อาจจะยาวแล้วแต่เรื่องราวในแต่ละตอน และที่สำคัญ มันคือโลกแฟนตาซี ไม่ได้อ้างอิงประวัติศาสตร์ขนาดนั้นครับ

ถ้าไม่ติดธุระมากจะพยายามอัพทุกวันนะ เจอคำผิดหรือมีข้อมูลอะไร ก็บอกได้นะครับ

อัพไม่เป็นเวลานะครับ จะพยายามอัพให้ได้วันละตอน ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่าน และขอบคุณทุกกำลังใจครับ

บทนำ

" เห้อออ ตื่นสายอีกแล้ว "
เสียงบ่นจากชายหนุ่มที่กำลังวิ่งไปหยิบผ้าขนหนูเพื่ออาบน้ำไปทำงาน เป็นกิจวัตรที่เค้าทำแทบทุกวัน ในเวลาประมาน 6 โมงเย็น
" ไม่น่าท่องเว็บจนเที่ยงเลย แก้ไม่หายจริง ๆ "
ชายหนุ่มยังคงบ่นในใจในขณะอาบน้ำแบบลวก ๆ นิสัยที่แก้ไม่หายเลยของเขาคือการที่พอได้เสาะแสวงหาความรู้หรือสนใจกับอะไร เค้าจะติดแหงกอยู่กับมัน เขาไม่ใช่คนฉลาดล้ำเลิศ แต่ก็ไม่ได้หัวทึบอะไรมากนัก ยิ่งพอได้มาอาศัยอยู่กับเพื่อนรุ่นน้องที่สนิทกันมากตั้งแต่เด็ก ๆ ซึ่งมีคอมพิวเตอร์สภาพและสมรรถนะดีเยี่ยมอยู่ 1 เครื่อง ยิ่งไปกันใหญ่
" พี่ใช้ไปเลยนะคอมอะ ต้องใช้ทำงานนี่ "
" แล้วไม่ใช้หรือไงละ เวลาจะเล่นเกมก็บอกพี่ก็ได้ "
" ผมซื้อแทบเล็ตมาเล่นละ กลัวพี่เหงา ทำงานเสร็จอยากเล่นนั่นเล่นนี่หรืออยากหาไร ก็เล่นไปเถอะ "
น้ำตาจะไหล T^T ซึ้งกินใจเมื่อคิดถึงอดีต เมื่อครั้งรุ่นน้องให้มาพักอาศัยด้วยใหม่ ๆ
เมื่อก่อนสมัยเด็ก ชายหนุ่มกับเพื่อนรุ่นน้องคนนี้ อาศัยอยู่ในละแวกนี้ คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมา เลยสนิทกันมาก ๆ พอย่างเข้าสู่วัยรุ่น ก็แยกย้ายกันไปตามทางเดินของแต่ละคน ครอบครัวของชายหนุ่มย้ายตามน้องสาวไปเพราะน้องสาวได้งานทำ ซึ่งอยู่อีกจังหวัด ในขณะนั้นชายหนุ่ม ก็เช่าห้องอยู่ที่เดิมไม่ได้ตามไป เพราะเพื่อนร่วมงานของเขาต่างอยู่กันแถวนี้ เขาทำงานเป็นนักดนตรีกลางคืน ไม่ได้มีพรสวรรค์อะไร แค่หลงไหลอะไรจะคลั่งไคล้ เลยเริ่มทำวงกับเพื่อน ๆ และเริ่มตระเวนหางาน ส่วนทางด้านครอบครัวชายหนุ่มก็ไม่ร่ำรวยอะไรเลย การแสวงหาความรู้ย่อมยากเย็น

พอได้มาอยู่กับเพื่อนรุ่นน้องคนนี้ เหมือนเปิดโลกพร้อมกับผลักดันนิสัยที่ว่าจะดีก็ดีจะเสียก็เสีย ให้เติบโตยิ่งขึ้นไป หลังจากทำงานกลับบ้านมาเด็กหนุ่มก็จะกลับมาแกะเพลง หาความรู้ทางด้านดนตรี เพื่อฝึกฝน แม้ไม่มีอุปกรณ์ฝึก แต่นักร้องไง สบาย ๆ หมกตัวในห้องแหกปากเอา ท่าทางก็ดูในกระจกเอา ' แต่เพราะ อินเตอร์เน็ตนี่แหละ ทำให้เค้า พอเจออะไรสงสัยหรืออยากรู้อะไรก็ หา หา หา และค้นหา !!
" ทำงานมาตั้งนาน มีไมค์ตัวเดียว 555 " ชายหนุ่มขำปนเศร้ากับตัวเอง เขาทำงานนี้มาเป็น 10 ปีแล้วและเขาก็อยู่กับรุ่นน้องคนนี้มาเกือบๆ10ปีละ หลังละจากเรื่องดนตรี ชายหนุ่มก็นั่งดูนั่นนี่ต่อ ในช่วงเกือบเที่ยง ๆ ของวันนี้
" ผัดกะเพราทำยังไงอร่อยสุดนะ " Enter

" ใช้ใบกะเพราแบบไหนดีสุด " Enter

" ใบเล็ก ใบใหญ่ดีกว่า แบบไหนหอมกว่า " Enter

บลาๆๆ Enter
Enter
Enter
Enter
นี่แค่เรื่องกะเพรานะ แต่ไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียวที่ชายหนุ่มค้นหา เขาค้นหาไปทั่วทุกเรื่อง สากกะเบือยันเรือรบ อยากรู้ไปเรื่อย มีความรู้ดีกว่าไม่มีละนะ ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดชัดๆ เขาคิด
" พี่ดูอะไรอยู่นั่น ไม่ทำงานไง ไม่หลับไม่นอน " เพื่อนรุ่นน้องเอ่ยถามเมื่อเห็นชายหนุ่มนั่งจ้องจอคอมไม่วางตา
" ทำ แต่มันแค่อยากรู้ มันเลยไหลไปเรื่อย "
" เรื่องไรนิ " เพื่อนรุ่นน้องเดินมาดู "กะเพรา อยากรู้อะไรนั่นจะขายไง"
" เปล่า แค่อยากรู้ ดั่งคำคมจีนที่ว่า ตราบใดที่พยายามอย่างหนัก คุณก็จะประสบความสำเร็จ "
" กะเพราเกี่ยวกับงานพี่ตรงไหนก่อน ฮัลโหล แล้วทำไมต้องจีน ไทยก็มีไหมแต่ชั่งเหอะ พี่โอเคก็ดีละ " รุ่นน้องกล่าว
" บางครั้งในขณะที่คุณดำเนินชีวิตอยู่ คุณสามารถหาเพื่อนพิเศษได้ 1 คน เค้าเป็นเพียงแค่เนื้อหาส่วนนึงในการดำเนินชีวิตของคุณ แต่กลับสามารถเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตของคุณได้ " อยู่ ๆชายหนุ่มก็เอ่ยคำคมขึ้นมาอีก 1 ตับ
" ผมว่าพี่เพลาเพลาท่องเน็ตบ้างนะ หนักละนะสติอะ เล่นดนตรีแต่ค้นหาเรื่องกะเพราบ้างแหละ ผมว่าพี่เริ่มชื้น* นะ นอนบ้างไรบ้างเหอะ "
ตัดกลับมา ณ เวลาปัจจุบัน ชายหนุ่มกำลังเร่งรีบแต่งตัวเพื่อเดินออกไปรอเพื่อนร่วมวงตรงหน้าปากซอยบ้าน ซึ่งติดกับถนนใหญ่ ชายหนุ่มต้องข้ามถนนไปอีกฝั่ง เขาก็เดินข้ามตามปกติทุกวัน ฝั่งตรงข้ามก็มีกลุ่มคนเดินข้ามมาตามปกติ ก่อนจะถึงเกาะกลางถนนที่มีไม้พุ่มเล็กๆปลูกไว้ยาวตลอดเกาะกลาง ยกเว้นตรงที่เป็นทางม้าลายที่คนทั้ง2ฝั่งถนนจะสวนกัน ชายหนุ่มคิดในใจว่า

" ลืมทาโรลออน ไม่ได้ยกแขนชั่งแม่มเถอะ คงหอมอยู่ " พลันเดินแบบมั่นอกมั่นใจ ชายหนุ่มหันมามองรถอีกฝั่งเพื่อจะดูว่าสามารถข้ามไปได้ไหม พอเห็นว่ามีรถบรรทุกวิ่งมา 1 คันไกล ๆ ด้วยความเร็วเล็กน้อย คงเพราะต้องทำเวลา ไหนจะเวลาที่ต้องส่งงานที่รับไว้ที่ได้ตกลงกับคู่ค้า ไหนจะเรื่องเวลาใช้ถนนของรถบรรทุก ก็พอเข้าใจได้ ชายหนุ่มจึงวิ่งข้ามมาด้วยสปีดที่สุด ๆ ของเค้า

" O.O "
ในขณะที่ชายหนุ่มวิ่งเกือบถึงอีกฝั่งของถนน ในขณะนั้นมีคุณยาย 1 คนเดินต้วมเตี้ยมสวนเขาไป นี่มันอันตรายไปแล้วนะเดินแบบนั้น ข้ามไม่ทันหรอก ชายหนุ่มจึงตะโกนไปทางยาย
" ยายกลับมาก่อนข้ามไม่ทันหรอกอันตราย " แต่หญิงชราก็ก้มหน้าเดินต่อไป ชายหนุ่มคิด นี่ไม่ดีแล้ว เอาไงดีวะ ต่อมคนดีเกิดทำงานขึ้นมา แต่สันดานเสียเห็นแก่ตัวก็พยายามปิดกั้นมันไว้ ในสมองตีกันไปมา คนอื่น ๆ ทั้งเกาะกลางและริ่มฝั่งถนนต่างกรีดร้อง ตะโกนโหวกเหวกโวยวาย แต่คุณยายก็หาได้ยินไม่ ยังคงก้มหน้าเดินต่อไป ด้วยความเร็วแบบเต่ากัดตรีน แกคงหูตึงตามประสาคนแก่จัด
" เป็นไงเป็นกันวะ " ตริ้ง !! ต่อมคนดีชนะ เทวดาในใจกู่ก้องร้องสรรเสริญ " เอาวะ สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ "

ไม่ทันความคิดจะจบลง ชายหนุ่มขยับตัววิ่งไปหาหญิงชราคนนั้นเต็มสปีด รถบรรทุกคันนั้นใกล้เข้ามา ชายหนุ่มใกล้ถึงยาย เขากระโดดชาร์จยายเต็มแรง
แป๊นนนนนนนนนนนน !!!
เสียงแตรรถบรรทุกบีบยาว คงสงสัยว่า เสียงแตรคนอื่นเค้าเขียน ปี้นๆ นี่รถบรรทุกแตรลมนะ จะปี้น ๆ ได้ไง 555
โครมมม !?#!!
เสียงรถสิบล้อชนเข้ากับข้างทางเพราะหักหลบ แล้วพลิกหลายตลบ แล้วไถลต่อ
โครมมม เพล้งงง ครืดดดด !!

" กรี๊ดดดดๆๆๆ เห้ยยยยยย " เสียงกรีดร้องทั้งผู้หญิงผู้ชาย ดังระงมไปหมด ชายหนุ่มลืมตาขึ้น เห็นยายที่นอนแอ้งแม้งเลยเขาไปหน่อยนึงที่เกาะกลางถนน
มีคนหลายคนเดินมาดูยายและก็ตัวเขา หลายคนเดินมาชื่นชมและถามไถ่เขาว่ามีตรงไหนเป็นอะไรไหม ชายหนุ่มรู้สึกปวดที่ขาเลยตอบออกไปและหันไปมองรอบๆ เหตุการณ์ใหญ่โต ร้านรวงข้างทางพังยับ เสียหายยับเยินแต่นอกจากเขากับยายคนนั้น ไม่มีคนบาดเจ็บ โชคดีแฮะที่ไม่มีคนมาขายของ
" คิดว่าหูหนวก โว๊ะ " ชายหนุ่มบ่นเมื่อหันไปเห็นคุณยายลุกขึ้นมา ถามหาแต่หูฟังไร้สายของโทรศัพท์ยี่ห้อนึง แล้วดันใส่ 2 ข้างข้ามถนนด้วยนะ เพื่ออออ
เสียงไซเรนดังเข้ามาเรื่อย ๆ จนมาหยุดตรงที่เกิดเหตุ รถมูลนิธิ รถพยาบาล และรถเจ้าหน้าที่ มากันเยอะแยะไปหมด เจ้าหน้าที่เดินไปหาคุณยาย และบางคนเดินมาหาชายหนุ่ม
" เจ็บตรงไหนไหมครับน้อง ใจกล้าและโชคดีมากจริงๆนะ ดีที่ไม่เป็นไรมาก " เจ้าหน้าที่ปฐมพยาลปรี่เข้ามาหา และเอ่ยถามชายหนุ่ม เจ้าหน้าที่ได้ฟังเรื่องคร่าว ๆ จากคนรอบ ๆ แล้ว " รอดมาได้ก็บุญละ โชคดีจริง ๆ "
" คิดว่าเจ็บขานะครับ นิดหน่อยพอยืนได้ " ชายหนุ่มพูดพร้อมยกตัวยืนขึ้น
ฟุ่บ !!
ชายหนุ่มล้มลงไป เพราะขาที่แพลงของเขาทำให้ไม่มีแรง
ป็อกกก !!
" เห้ยยย !!! "
เสียงหัวของเขากระทบเข้ากับขอบปูนเกาะกลางถนนอย่างแรงพร้อมกับเสียงเจ้าหน้าที่ที่ร้องพร้อมกับกระโดดมาหาตัวเค้า
" ไม่น่าลืมทาโรลออนเลย " ชายหนุ่มพึมพำ และคิดในใจว่าโชคดีตรงไหนฟร๊ะ ยังอยากรู้อยากทำอะไรตั้งหลายอย่าง ในขณะที่สติกำลังเลือนรางและดับไป
******************
ชื้น* คือ ศัพท์วัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง ใช้เรียกคนที่มีอาการเอ๋อ ๆ อึน ๆ

ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น

" อาาา ปวดหัวชะมัด" ชายหนุ่มบ่นพร้อมกับเอามือขึ้นมาจับหัว และพยายามลืมตาขึ้น

ชายหนุ่มกระพริบตาถี่เมื่อพยายามเปิดตาแต่มีแสงสว่างแยงตาเขา ชายหนุ่มจึงกระพริบตาเพื่อเป็นการปรับสายตา

" โรงบาลไหนวะเนี่ย เปิดไฟสว่างชะมัด " ชายหนุ่มกระซิบกับตัวเอง พร้อมคิดถึงคำๆหนึ่งในหนังที่เคยดู
" มันจ้าาา ซะเหลือเกิน " ชายหนุ่มพูดพร้อมกับขำในใจ
" ตื่นแล้วซินะ " มีเสียงทักขึ้นมา เสียงมาจากทางข้างหลังของเขา เป็นเสียงผู้ชายมีอายุที่ดูใจดี ชายหนุ่มจึงหันหลังกลับไปทางต้นเสียง จนได้พบกับเจ้าของเสียงที่เอ่ยทักเขา
" อิหยังวะ " ชายหนุ่มพึมพำ ลุกขึ้นยืนหรี่ตาลงพร้อมกับผงะและเอามือบังสายตาไว้ หลังจากหันมาแล้วพบเจอกับ แสงที่สว่างจ้ามากกว่าเดิม ซึ่งมีรูปร่างคล้ายๆคนใส่เสื้อผ้าพริ้วๆ มั้งนะ
" ท่าทางจะมีอะไรสงสัยเยอะไปหมดเลยซินะ ถามมาได้นะ " แสงสว่างนั้นเอ่ยขึ้นมาราวกับรู้ความคิดเขา
" เอ่อ ค่ารักษาพยาบาลยังต้องจ่ายไหมครับ "
" ??? " - -'
" เอิ่ม ไม่น่าใช่คำถามที่อยากรู้จริงๆใช่ไหม ถ้าใช่ก็ขอตอบว่า คงไม่ต้องแล้วแหละนะ คิดว่าที่นี่เหมือนสถานที่ที่เจ้าเรียกว่าโรงพยาบาลหรอ " แสงสว่างนั่นผายมือไปด้านข้าง ชายหนุ่มจึงตั้งสติแล้วมองไปรอบ ไม่เจออะไรนอกจาก ตัวเขา แสงสว่างที่คุยกับเขา นอกจากนั่นก็มีแต่ความโล่งที่สว่างจ้า
จริง ๆ ชายหนุ่มก็รู้ตัวตั้งแต่หันมาเจอตัวตนที่สว่างไสวตนนั้นแล้วว่าที่นี่แปลกๆ ไม่ใช่สถานที่ปกติที่จะมีอะไรอาศัยได้มั้ง แต่ด้วยที่ปกติไม่ใช่คนร่ำรวยอะไร พร้อมกับในใจตอนนั้นคิดว่าตัวเองต้องอยู่โรงพยาบาลแน่ ในใจเป็นกังวล จึงโพล่งคำที่ดูงี่เง่าออกไป
" ไม่ต้องเดาก็รู้ตามพล็อตเรื่องนิยาย หรือ เมะใช่ไหมครับ " ชายหนุ่มเอ่ยถาม
" อย่างที่เจ้าเข้าใจนั่นหละ ตามสิ่งที่เรียกว่าพล็อตนิยายในโลกที่เจ้ามานั่นแหละ เข้าใจอะไรเร็วดีนะ "
" ปกติไม่ใช่คนรู้อะไรเร็วหรอกครับ แต่อ่านเจอในเว็บบ่อย ๆ เผอิญว่าง ๆ ก็ติดอ่านพวกนี้แหละครับ สนุกดี บางเรื่องที่พระเอกก็ดูน่าหงุดหงิดบื้อ ๆ มาเกิดใหม่อีกโลกส่วนใหญ่มาจากประเทศ…..ไม่พูดดีกว่า มาอีกประเทศพระเอกก็กระจอกก่อนแล้วหลัง ๆ ก็เทพเว่อร์เข้าเกทไปช่วยโลก อีกประเทศก็ พระเอกจนผู้หญิงทิ้ง ได้ระบบเซียนนั่นนี่ หลัง ๆไม่ค่อยมีความเห็นใจใคร แอ็คสุด " ชายหนุ่มร่ายยาวถึงสิ่งที่เขาติดยามพักผ่อนหย่อนใจหลังจากการทำงาน
" อย่างนั้นก็เข้าเรื่องเลยละกัน ใช่เจ้ากำลังจะได้เกิดใหม่ในโลกอื่นที่อยู่อีกมิตินึงอย่างที่เจ้ารู้แหละ " แสงสว่างบอก
" แต่ผมไม่ได้เป็นคนดีอะไร หรือไปกู้ชาติมาเลยนะครับ ถึงได้มีสิทธิพิเศษขนาดนี้ " เขาสงสัยจริง แต่จริง ๆ ก็แอบตื่นเต้น
" เราต้องการคนธรรมดา มีจริงหรือที่ๆมีแต่คนดี หรือมีแต่คนเลว ในความมืดยามค่ำคืนก็ยังมีแสงดาว ความสว่างยามเช้าก็มีเงามืดปะปนอยู่ แต่เราก็หวังว่าเจ้าจะไม่เอนเอียงไปทางที่ไม่ดีหรอกนะ " แสงสว่างนั้นร่ายยาว
" แต่ท่านนี่ขาวโอโม่สว่างจ้าจนลืมตาไม่ขึ้นเลยนะนั่น " ชายหนุ่มคิดในใจ
" ภายในแสงสว่างนี้ก็มีสีอื่น ๆ นะเจ้าแค่มองไม่เห็น ไม่เคยค้นหาในสิ่งที่เจ้าเรียกว่าอินเตอร์เน็ตหรือไง "
O.o? ชายหนุ่มอึ้ง รู้ได้ไง
" ตามนั้นแหละ เราอ่านใจได้ อ่านนิยายมาเยอะไม่ใช่หรือไง ไม่เอะใจหรือ ^^ "
เหอ ๆ ขิง* ซะด้วย
" เราขิงได้อีกเยอะนะ "
" ผมว่าท่านเลิกอ่านใจแล้วตอบดีกว่านะครับ ไม่งั้นได้ตอบผมทั้งวันแหละ แหม่บางเรื่องผมแค่คิดเฉย ๆ แหละ"
" เอาตามนั้นก็ได้ เอาละเข้าเรื่องจริง ๆ จัง ๆ กันดีกว่า เราจะส่งเจ้าไปเกิดในโลกของเรา โลกใบนั้นล้าหลังกว่าโลกที่เจ้าจากมามาก ถ้าให้เทียบก็คงเป็นยุคโบราณเปลี่ยนถ่ายเป็นยุคกลาง แค่คล้าย ๆ กันแหละ ที่เราเลือกเจ้าเพราะความดีที่เจ้าทำในวันสุดท้ายของเจ้านั่นแหละ จึงสนใจตัวตนเจ้า เราอยากให้เจ้าใช้ความรู้ที่เจ้าชอบค้นหาอินเตอร์เน็ตอะไรนั่นมาช่วยพัฒนาหน่อย " ตัวตนที่สว่างไสวบอกชายหนุ่ม
" เอ่อ คือว่า ใช่ครับผมค้นหาอะไรเยอะแยะก็จริงครับ แต่ที่ผมดูเยอะเพราะผมอยากเข้าใจแต่เอาจริง ๆ มันไม่ค่อยเข้าใจเลยดูซ้ำไปซ้ำมา วนเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ ครับ ง่าย ๆ คือ โง่นะครับ " ชายหนุ่มบอก " แต่ว่าเวทมนตร์จะเรียนรู้ยากไหมครับ "
" เราจำได้ว่ายังไม่ได้บอกเจ้านะว่ามีเวทมนตร์ด้วย "
" ท่านพึ่งยอกย้อนผมว่าอ่านนิยายมาเยอะไม่ใช่ไง เมื่อกี้นี่ครับ "
O.o
-
-
" อะแฮ่ม ๆ เอาละมีเวทมนตร์จริง ๆ นั่นแหละ นอกจากนั้นยังมีเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาอีกหลายเผ่าแหละนะ อ่านนิยายเยอะคงไม่ต้องอธิบายเพิ่มละนะ เดี๋ยวก็รู้เองมีเผ่าไหนบ้าง เราจะส่งเจ้าเข้าไปสวมร่างพร้อมกับพรสวรรค์ 1 อย่าง " ตัวตนนั้นบอก
" ไม่ต้องเป็นผู้กล้าปราบจอมมารอะไรแบบนั้นใช่ไหมครับ แล้วเจ้าของร่างที่ส่งผมไปเค้า…เป็นยังไงต่อครับ" ชายหนุ่มถาม
" ไม่ต้องเป็นผู้กล้าหรอก แต่คนไม่ดีย่อมมีแน่นอน หากเจ้าอยากปราบปรามถ้ามีความสามารถก็ทำได้ ส่วนเจ้าของร่าง จิตเขาได้กลับสู่อ้อมกอดแห่งเราแล้วแหละ ไม่ต้องถามต่อแล้ว ไปเรียนรู้ต่อในตอนที่ฟื้นขึ้นมาในร่างนั้นเถอะ เราจะส่งเจ้าไปแล้วนะ " เขาพูดดักชายหนุ่มที่คิดจะถามนั่นนี่ต่อ
" งั้น..ผมขอถามคำถามสุดท้าย " ชายหนุ่มต่อรอง
" -_- ! อะไรละ "
" ผมจะเรียกท่านว่าอะไรดีครับ " ชายหนุ่มถาม
" โลกใบนี้เราสร้างคนเดียว เจ้าอยากเรียกอะไรก็ตามใจเจ้า เอาตามเหมาะสมละกัน ไปได้แล้วหละ "
" ไว้เจอกันใหม่ครับ ' ท่านเทพ ' " ชายหนุ่มเอ่ยลา
พรึ่บ ร่างชายหนุ่มหายไป
" คิดว่าจะเรียกชื่อเท่ ๆ ซะอีก อุส่าคาดหวัง !!! "
***********
ขิง* ในที่นี้คือคำศัพท์ที่หมายถึงอาการเกทับอีกฝ่าย ไม่ใช่ ขิง ที่เป็นพืชล้มลุก

ตอนที่ 2 โลกใหม่แต่แบบเดิม

" ตื่น ๆ ๆ ๆ ๆ ตื่นได้แล้วนะ " เสียง ๆ หนึ่ง ปลุกเขาพร้อมเขย่าร่างเขาเบา ๆ
" อืมม " เขาส่งเสียง ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาพร้อมคิดในใจ เรามาเกิดใหม่แล้วซินะ พร้อมยกมือยกไม้ขึ้นมาดู แสงตอนนั้นพอเริ่มมีบ้าง เพราะจะเป็นช่วงรุ่งเช้าละมั้ง แต่ในนี้เขาสงสัยว่า ไม่มีคบเพลิงกันรึไง
" คงเป็นร่างกายของเด็กซินะ แต่ผอมแห้งจัง " ชายหนุ่มคิดในใจเมื่อได้เห็นมือที่ตนยกขึ้นมา มันดูเล็กแล้วที่สำคัญคือผอมมากเรียกได้ว่าหนังหุ้มกระดูกก็ได้ หลังจากนั้นจึงหันไปมองทางต้นเสียงที่ปลุกเขา
" ลุกได้แล้ว ใกล้ถึงเวลารายงานตัวรับอาหารแล้วนะ "
เจ้าของเสียงที่พูด เป็นเด็กชาย อายุประมาณ 7-10 ปี จากการเดา สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ มอซอ และแน่นอน ผอมแห้งเช่นเดียวกับเขา ภายในบริเวณนั้นยังมีเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเขาอีกหลายคน สภาพไม่ต่างกันสักคน
" ฟิลยุคกลาง คลาสสิคสุด ๆ " เขาเผลออุทานออกมาเบา ๆ
" บ่นอะไรของเจ้าน่ะ รีบลุกแล้วไปกันเถอะ " เด็กชายคนนั้นคะยั้นคะยอให้เขาลุกขึ้น
" ไปไหนอะ ? " ชายหนุ่มในร่างเด็กได้ถามขึ้นมา ทันใดนั้น ความทรงจำคร่าว ๆ ของเจ้าของร่างก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองของเค้า
" โอ้ย!! " ชายหนุ่มร้องเสียงหลง เขาเอามือจับหัว นี่ซินะความเจ็บที่สัมผัสไม่ได้ในตอนอ่านนิยาย เจ็บขั้นสุด
" นี่ นี่ เป็นอะไร เจ็บตรงไหนเหรอ ? " เด็กชายคนนั้นทำหน้าเหวอและแสดงท่าทีตกใจ พลันเข้ามาจับตัวเขาไว้
" ม ม ไม่ ๆ ไม่เป็นไรหรอก " เขาตอบกลับเด็กตรงหน้า ร่างที่เขาเข้ามาแทนที่นั้น ได้ตายไปแล้วเมื่อคืนจากการทนความหิวไม่ไหวและปวดท้องจากการกินอะไรแปลก ๆ เข้าไป

เขาเอาอาหาร ซึ่งก็คือขนมปังเนื้อหยาบ ๆ แห้ง ๆ ที่เขากำลังจะไปรับกัน ซึ่งได้รับทุกวันในตอนเช้าแค่ 2 ก้อนเท่านั้น!! ใหญ่ประมาณฝ่ามือผู้ใหญ่ ไปให้เด็กคนที่มาปลุกเขาเพราะเด็กคนนั้นไม่สบาย เขากลัวสหายที่อยู่ด้วยกันจะเป็นอะไรไป จึงให้ไปหมดเพราะหลังจากได้รับแจกอาหารแล้ว พวกเขาจะหางานในหมู่บ้านหรือเข้าเมืองไปหางานจิปาถะทำเล็ก ๆ น้อย ๆ เจ้าของร่างคิดว่าคงหางานได้อาจจะได้กินขนมปังซักนิดหน่อยหรือคุ้ยหาเศษอาหารที่พอกินได้ แต่มันก็ลงเอยอย่างที่รู้ล่ะ คงเดาได้ว่าไม่เป็นแบบที่คิด

ส่วนพ่อของเขาสูญหายไปในสงครามสักที่ไหนที่หนึ่ง พอสิ้นเสาหลักของบ้าน แม่ของเขาก็ตายเพราะลูกชายของนางคนนี้แหละ นางเก็บอาหารให้ลูกส่วนใหญ่ ตัวเองกินเล็กน้อยหวังให้ลูกได้กินอิ่ม สารอาหารน้อยย่อมส่งผลให้ไม่แข็งแรง ป่วยบ่อย เลยตายไป

สถานที่ที่พวกเขาอยู่ตอนนี้ คือสถานที่ ที่เรียกว่าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ได้ สร้างจากไม้ เป็นห้องโถงกว้าง ๆ สภาพก็ยังดีอยู่ ไม่มีเตียงนอน มีหมอนเก่า ๆ ยุบ ๆ ผ้าห่มขาด ๆ ให้ เพราะเจ้าเมืองที่นี่ก็พอจะเอาใจใส่ประชาชนอยู่ แต่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี้ อยู่ในหมู่บ้านที่แยกออกจากตัวเมืองมาอีกนิดหน่อย บ้านนอกสุด ๆ

จริง ๆ ก็ไม่ใช่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหรอก เหมือนที่ให้คนไร้บ้านมาอาศัยแหละ แต่ส่วนใหญ่จะมีแต่เด็กที่พ่อแม่ตายจากทั้งสงครามหรือความหิวโหย สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจะมีแต่ตามหมู่บ้านเล็ก ๆ ในหมู่บ้านใหญ่ ๆ หรือตัวเมืองจะไม่มี คงเพราะดูสะอาดตามั้ง แต่ก็อนุญาตให้เข้าไปหางานทำอยู่ดี สงสัยในความคิดแท้ เมืองนี้มีทั้งป่าและภูเขาล้อมรอบ ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์สุด ๆ

" เจ้าหายดีแล้วหรอ ? " ชายหนุ่มในร่างเด็กถามเด็กชายที่เป็นเพื่อนเจ้าของร่าง พร้อมคิดว่าอุตส่าห์เกิดใหม่ จนหนักกว่าเดิมอีก ใช้คำว่ายากจนข้นแค้นได้เลย
" น่าจะมีแรงพอจะออกไปหาอะไรทำได้แล้วล่ะ " เด็กชายคนนั้นตอบกลับ " เป็นเพราะเจ้าเลย ' แนช ' ขอบคุณเจ้ามาก "
แนชคือชื่อเจ้าของร่างเดิมที่เขาเข้ามาแทนที่ จากนี้ไปเขาคงต้องใช้ชีวิตในฐานะของแนชแล้วซินะ แต่ช่างมันเหอะ ท่านเทพบอกจะมอบพรสวรรค์ให้ แต่คืออิหยังวะ ดันลืมถามซะด้วย แล้วเวทมนตร์อีก
" เราจะใช้เวทมนตร์ได้ยังไงนะ แล้วจะรู้พรสวรรค์ได้ไงอีก" แนชพึมพำกับตัวเองในขณะที่เดินไปรายงานตัวรับอาหาร
" เจ้าสนใจหรอแนช ? " เด็กชายเดินข้าง ๆ เขา พอดีได้ยินจึงถามกลับ
" นายไม่สนหรอไทนี่ " หึหึ ชื่อเหมาะกับตัวชะมัด
" ใครก็สนกันทั้งนั้นแหละ แต่คนแบบพวกเรา จะอิ่มท้องยังลำบากเลยนะ จะเอาเวลาไหนไปศึกษาเวทมนตร์ล่ะ ไหนจะต้องมีคนสอนอีก ถ้าโชคดีเกิดเป็นอัจฉริยะ สัมผัสมานาเองได้ ก็ว่าไปอย่าง ส่วนเรื่องพรสวรรค์ถ้าอยากรู้ ต้องไปให้นักเวทย์ที่มี เวทมนต์ ' ประเมิน ' ดูให้ว่าเรามีพรสวรรค์แบบไหน ไปติดต่อทางกิลด์พ่อค้า กิลด์นักผจญภัย หอคอยเวทมนตร์หรือทางวิหารก็ได้ แต่ก็ต้องใช้เหรียญเงินบ้างละนะ เด็กชนชั้นสูงอายุพอ ๆ กับพวกเราส่วนใหญ่เขารู้กันแล้วว่ามีพรสวรรค์อะไร เพราะครอบครัวจะได้ส่งเสริมการเรียนไปในทางนั้น " ไทนี่ตอบกลับ
" คงมีขั้นมีตอนของมันซินะ นายนี่รู้เยอะดีนะ " แนชพูดพร้อมยกยิ้มให้ไทนี่ ในขณะที่ไทนี่ก็ยิ้มกลับ เด็กชายทั้งคู่เดินมาจนถึงประตูทางเข้า เดินผ่านประตูออกไปสู่ด้านนอก ภาพที่เห็นทำให้แนช ตื่นตาตื่นใจ แม้จะมีความทรงจำจากเจ้าของร่างเดิมก็ตาม

หมู่บ้านที่เหมือนกับในหนังหรือซีรีย์ยุคกลาง บ้านทำจากไม้ ถนนดิน ตามทางมีคบเพลิง หญ้าเขียวขจีไกลสุดสายตา ทั้งยังมีเรือกสวนไร่นา ลมผัดเอื่อย ๆ ไม่ไกลจากตรงนี้มากนักเป็นหมู่ต้นไม้ต้นใหญ่ใบเขียวครึ้ม ฉากหลังต้นไม้ มีภูเขาใหญ่ มีลำธารน้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลาพาดผ่าน พร้อมแสงยามรุ่งอรุณเบิกฟ้า โผล่ขึ้นมาจากท้องฟ้าเล็กน้อย
" ชีวิตหลักสิบแต่วิวหลักล้านนะคร้าบ " แนชคิดพร้อมผิวปาก
" อารมณ์ดีมาจากไหนหรอ หรือว่าฝันดี ? " มีเสียงเด็กสาวเอ่ยถามขึ้นมาจากด้านหลัง

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...