ตลาดหลักทรัพย์ เปิดข้อมูลนักลงทุน "อิสราเอล-อิหร่าน" ถือครองหุ้นไทย
ตลาดหลักทรัพย์ เปิดข้อมูลนักลงทุน “อิสราเอล-อิหร่าน” ถือครองหุ้นไทย รวมกันแค่ 141 ล้านบาท บริษัทจดทะเบียนแห่งเดียวที่มีบริษัทย่อยในอิสราเอล รายได้ 1.5 หมื่นล้านบาท ประมาณ 0.26% ของรายได้จากต่างประเทศเท่านั้น
วันที่ 20 เมษายน 2567 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานว่า หุ้นไทยปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 19 เม.ย. 2567 ดัชนี SET Index ปรับลง 28.94 จุด หรือลดลง 2.13% จากวันก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 1,332.08 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 57,497.73 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นเอเชียและตลาดหุ้นทั่วโลก จากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะบานปลาย หลังจากอิสราเอลได้โต้ตอบอิหร่าน
ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อาทิ ราคาทองคำและน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งหากพิจารณาตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2567 ถึงสิ้นวันที่ 19 เม.ย. (ณ เวลา 17.00 น.) พบว่า
- ดัชนี VNINDEX ของเวียดนาม ลดลง 6%
- ดัชนี NIKKEI ของญี่ปุ่น ลดลง 0%
- ดัชนี TWSE ของไต้หวัน ลดลง 9%
- ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกง ลดลง 1%
- ดัชนี SET Index ของไทย ลดลง 6%
- ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ ลดลง 3%
- ดัชนี PCOMP ของฟิลิปปินส์ ลดลง 5%
- ดัชนี JCI ของอินโดนีเซีย ลดลง 7%
- ดัชนี NIFTY ของอินเดีย ลดลง 7%
- ดัชนี STI ของสิงคโปร์ ลดลง 6%
- ดัชนี FBMKLCI ของมาเลเซีย ลดลง 4%
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงตามตลาดหุ้นอื่น ๆ เนื่องจากความขัดแย้งรอบนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดหลักหุ้นไทยปิดทำการ ขณะที่ตลาดหุ้นอื่น ๆ ในภูมิภาครับทราบข่าวไปแล้ว ดังนั้นเมื่อตลาดหุ้นไทยเปิดซื้อขายหลังวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ จึงรับรู้ข่าวและปรับลดลงในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นอื่น ๆ ประกอบกับยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง อาทิ การกำหนดวันจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ เป็นต้น
ผลกระทบทางตรงต่อบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยมีไม่มาก โดยจากฐานข้อมูลการลงทุนและรายได้จากต่างประเทศ ของฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่รวบรวมจากแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีและรายงานประจำปี (56-1 One Report) และจากหมายเหตุประกอบงบการเงิน ประจำปี 2565 พบว่า
มีเพียงบริษัทเดียวที่มีการเปิดเผยข้อมูลว่า มีบริษัทย่อยในอิสราเอล และบริษัทย่อยแห่งนี้มีรายได้ 1.5 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 0.26% ของรายได้จากต่างประเทศ รวมของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยที่การเปิดเผยข้อมูลในปี 2565
และจากฐานข้อมูลการถือครองหุ้นรายสัญชาติชุดล่าสุด ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2566 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า นักลงทุนอิสราเอลและนักลงทุนอิหร่าน มีมูลค่าการถือครองหุ้นรวมกันในตลาดหุ้นไทยเพียง 141 ล้านบาท แบ่งเป็นนักลงทุนอิสราเอล 117 ล้านบาท และนักลงทุนอิหร่าน 24 ล้านบาท
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ตลาดหุ้นไทยมีส่วนเกี่ยวข้อง (Exposure) กับทั้ง 2 ประเทศนี้ค่อนข้างต่ำ สอดคล้องกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ที่คาดว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยไม่มากนักหากไม่ขยายวงกว้าง
ผลกระทบทางอ้อมต่อบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย อาจเกิดขึ้นจากความยืดเยื้อของความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ ที่ส่งผ่านห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) อาทิ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมัน ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงราคาวัตถุดิบ ต้นทุนการขนส่ง เป็นต้น และความผันผวนในตลาดหุ้นไทยจากความกังวลของนักลงทุน
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ผู้ลงทุนติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ วิเคราะห์รอบด้าน และใช้วิจารณญาณในการพิจารณาซื้อขายให้เหมาะสมกับสถานการณ์
- อิหร่านไม่ยอมรับว่าโดนอิสราเอลโจมตี และกล่าวว่ายังไม่มีแผนตอบโต้
- ก.ล.ต.- ดีอี จ่อปิดกั้นเว็บ Binance – Bybit สกัดโจรไซเบอร์
- พบรอยร้าวบ่อฝังกลบกากแคดเมียมของ เบาด์ แอนด์ บียอนด์
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตลาดหลักทรัพย์ เปิดข้อมูลนักลงทุน “อิสราเอล-อิหร่าน” ถือครองหุ้นไทย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net