โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ผู้เสียหายร้องหุ้น STARK รมว.ยุติธรรม ปมถูกตัดสิทธิชดเชยความเสียหายจากการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 เม.ย. 2567 เวลา 07.44 น. • เผยแพร่ 04 เม.ย. 2567 เวลา 07.37 น.

ผู้เสียหายหุ้น STARK ร้อง รมว.ยุติธรรม คืนความเป็นธรรม ปมถูกตัดสิทธิไม่ได้รับชดเชยความเสียหายจากการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด อ้างการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ชี้รายย่อย 2 หมื่นราย มูลค่าความเสียหาย 7หมื่นล้านกลายเป็นศูนย์ ไม่ใช่ความเสี่ยงปกติ แต่เกิดจากการตกแต่งปลอมแปลงบัญชีเท็จ ด้าน “ทวี” กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้องให้รอบคอบรัดกุม หวังกอบกู้ฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้ตลาดทุนไทย

วันที่ 4 เมษายน 2567 รายงานข่าวว่า ตัวแทนของกลุ่มนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯที่ตกเป็นเหยื่อเสียหายจากหุ้น STARK จำนวนมากกว่า 20,000 คน มูลค่าความเสียหายรวมกันมากกว่า 73,000 ล้านบาท ได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องอำนวยความยุติธรรมคืนให้กับผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

โดยต้องนับเป็นผู้เสียหายโดยตรงที่ต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิโดยจ่ายชดใช้สินไหมทดแทน “จะยกเหตุอ้างว่า การลงทุนในตลาดหุ้นย่อมมีความเสี่ยง เมื่อเกิดความเสียหายมาก็ต้องยอมรับ” ย่อมไม่ได้เพราะกรณีนี้ไม่ใช่การลงทุน และความเสี่ยงตามปกติธุรกิจ แต่เกิดจากการตกแต่งปลอมแปลงบัญชีเท็จ หลอกลวงผู้ลงทุน และทุจริตฉ้อโกงประชาชนอย่างผิดกฎหมาย ??

นายประเสริฐ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้แทนของกลุ่มผู้ลงทุนที่เสียหายร้องเรียนต่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่า ครอบครัวของตนเสียหายจากการลงทุนในหุ้น STARK จำนวน 140 ล้านบาท และมีผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่น ๆ อีกราว 20,000 คน ที่ได้รับความเสียหาย โดยมูลค่าหุ้นตามราคาตลาดเคยสูงถึงราว 73,000 ล้านบาท ตอนนี้ไม่เหลือมูลค่า

เมื่อมีการดำเนินคดีต่อ STARK และผู้บริหาร ตอนแรกก็ดูจะได้รับความเป็นธรรม เพราะสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แจ้งว่าได้อายัดทรัพย์จากผู้กระทำผิดเบื้องต้นราว 3,000 ล้านบาท มาชดเชยให้กับผู้เสียหาย แจ้งให้ผู้ลงทุนในตลาดหุ้น STARK ยื่นคำร้องขอความคุ้มครองสิทธิ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 20 พฤษศจิกายน 2566 ( https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/12935.pdf ) โดยให้แจ้งบัญชีซื้อขายหุ้น และมูลค่าการซื้อขาย หลักฐานการซื้อขายหุ้นมายัง ปปง.ภายในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567

แต่แล้วในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางกรมสอบสวนพิเศษ (DSI) มีหนังสือแจ้งมายังผู้เสียหายที่เป็นผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ไม่เข้าข่ายเป็นผู้เสียหายโดยตรงในความผิดอาญาฐานฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่จะพิสูจน์ได้ว่าบริษัท STARK กับพวกได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ลงทุนหุ้นสามัญ STARK จึงไม่สามารถระบุความเสียหายทางอาญาได้

นอกจากนั้น ไม่เพียงแต่ DSI แต่ส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง คือ ปปง. และกรมบังคับคดี ต่างก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือ เห็นว่า ผู้ลงทุนในตลาดหุ้นนั้นย่อมทราบดีอยู่แล้วว่า ”การลงทุนในหลักทรัพย์ย่อมมีความเสี่ยง” เมื่อเกิดผลเสียหายอันเกิดจากการลงทุนก็ย่อมต้องยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุน ซึ่งผู้เสียหายจากการลงทุนในหุ้น STARK ไม่ได้เห็นเช่นนั้น เนื่องจากเหตุผลดังต่อไปนี้

1.กรณี STARK ไม่ได้เป็นการลงทุนและความเสี่ยงตามปกติในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่ผู้บริหารบริษัทได้ยอมรับในภายหลังว่าเกิดจากการตกแต่งปลอมแปลงบัญชีเท็จ หลอกลวงให้ผู้ลงทุนเข้าใจผิด จากผลการดำเนินงานจริงขาดทุนมหาศาล แต่แจ้งเท็จว่ามีผลกำไรมหาศาล ทำให้ผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯหลงเชื่อเข้ามาซื้อหุ้นลงทุน

2.ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท STARK ได้กระจายขายหุ้นที่เคยถืออยู่มากกว่า 95% ออกมายังผู้ลงทุนประเภทสถาบัน และรายใหญ่ จากนั้นก็แจ้งผลการดำเนินงานอันเป็นเท็จ และผู้บริหารให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานอันเป็นเท็จ ทำให้ผู้ลงทุนรายย่อยเข้ามาซื้อหุ้นต่อจากผู้ลงทุนสถาบัน และรายใหญ่ที่จำหน่ายกันมาเป็นทอด ๆ ผลประโยชน์ก็ย่อมไปตกอยู่กับผู้ถือหุ้นใหญ่ของ STARK ที่เป็นผู้กระทำความผิด ดังนั้นผู้ลงทุนรายย่อยย่อมถือเป็นผู้เสียหายโดยตรง

3.ต่อมา STARK ได้จำหน่ายขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจงให้กับผู้ลงทุนประเภทสถาบันจำนวน 1,500 ล้านหุ้น หุ้นละ 3.72 บาท รวม 5,580 ล้านบาท อ้างว่าจะนำไปซื้อกิจการในประเทศเยอรมนีเพื่อขยายการลงทุน ซึ่งผู้ลงทุนประเภทสถาบันก็นำหุ้นที่ได้มา ขายในตลาดหลักทรัพย์ฯให้แก่ผู้ลงทุนรายย่อยเป็นทอด ๆ ก็ย่อมนับได้ว่าผู้ลงทุนรายย่อยคือผู้เสียหายโดยตรงในความผิดอาญาฐานฉ้อโกงประชาชน

“การที่ส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจไม่ถูกต้อง และได้ปฏิเสธที่จะชดใช้สินไหมทดแทนความเสียหายให้แก่ผู้ลงทุนรายย่อย ทั้งที่เป็นผู้เสียหายโดยตรงจากการตกแต่งปลอมแปลงบัญชีเท็จ หลอกลวงให้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงประชาชนดังกล่าว ย่อมมีผลกระทบทางลบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อตลาดทุนไทย

จะเห็นได้ว่าหลังกรณีนี้ มูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯได้หดตัวลงอย่างหนัก นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศพากันหยุดหรือชะลอการลงทุน และตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนติดลบมากที่สุดในโลก มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเสียหายไปมากกว่า 4 ล้านล้านบาท จึงขอวิงวอนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้โปรดอำนวยความยุติธรรมให้แก่ผู้ลงทุนรายย่อยในตลาดหลักทรัพย์ฯ และฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดทุนไทยโดยเร็ว”

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการะทรวงยุติธรรม กล่าวกับตัวแทนของผู้เสียหายที่เข้าพบหลังรับทราบปัญหาว่า จะได้ประสานงานกับส่วนที่เกี่ยวข้องในการกำกับของกระทรวงและส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น DSI กรมบังคับคดี และ ปปง.ได้พิจารณาอย่างรอบคอบรัดกุม

เนื่องจากกรณีนี้ผู้เสียหายมีหลายส่วน ทั้งเจ้าหนี้สถาบันการเงิน เจ้าหนี้หุ้นกู้ สถาบันกองทุนที่ซื้อหุ้นลอตใหญ่จากเข้าของ STARK ผู้ลงทุนที่ซื้อกองทุน LTF ที่ลงทุนใน STARK และรวมทั้งผู้ลงทุนรายย่อยที่ลงทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ การที่จะอำนวยความยุติธรรมชดใช้ความเสียหายให้เพียงผู้เสียหายบางกรณี และไม่อำนวยความยุติธรรมให้กับบางกรณีนั้น ไม่อาจกระทำได้ รัฐบาลจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อฟื้นฟูกอบกู้ความเชื่อมั่นกลับคืนสู่ตลาดทุนไทย

ในวันเดียวกัน ตัวแทนผู้เสียหายจากการลงทุนหุ้น STARK ได้เดินทางเข้าพบผู้บริหารของ DSI เพื่อเรียกร้องให้พิจารณาทบทวน โดยขอให้อำนวยความยุติธรรมคืนให้กับผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯโดยต้องนับเป็นผู้เสียหายโดยตรงที่ต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิโดยจ่ายชดใช้สินไหมทดแทน ซึ่งผู้แทนของ DSI กล่าวว่า อาจจะได้ประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสำนักงานอัยการสูงสุด โดยอาจขอให้ทบทวนใส่ในหมายเหตุท้ายฟ้อง รวมผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นผู้เสียหายโดยตรงด้วย อย่างไรก็ตามขึ้นกับการพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุดด้วยว่าจะพิจารณาเป็นประการใด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้เสียหายร้องหุ้น STARK รมว.ยุติธรรม ปมถูกตัดสิทธิชดเชยความเสียหายจากการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...