โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดใจสาว ไม่สนคำดูถูก เล่าวิธีฮีลใจ แตกต่างไม่ได้แปลว่าน่ารังเกียจ

Khaosod

อัพเดต 22 ก.พ. 2567 เวลา 07.54 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2567 เวลา 07.19 น.
เปิดใจสาว ไม่สนคำดูถูก เล่าวิธีฮีลใจ แตกต่างไม่ได้แปลว่าน่ารังเกียจ

แค่แตกต่าง ไม่ได้แปลว่าน่ารังเกียจ สาวมือผิดรูป สุดเก่ง ทำงานฝีมือได้อย่างสวยงาม เผย ไม่สนคำดูถูก ใช้ชีวิตในแบบของตัวเองอย่างมีความสุข เล่าวิธีฮีลใจ

จากคลิปของผู้ใช้ติ๊กต็อก ชื่อว่า "paweena.new_19" ที่มีการแชร์เรื่องราวของตัวเองที่มือผิดรูปมาตั้งแต่กำเนิด โดนบูลลี่มาหลายรูปแบบแต่ไม่เก็บมาคิด และด้วยบุคลิกที่น่ารักสดใสของเธอ ทำให้ชาวเน็ตแห่ชื่นชม และติดตามเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 22 ก.พ.2567 น.ส.ปวีณา อินทมนต์ หรือ นิว เปิดใจกับ "ข่าวสดออนไลน์" ว่า ตนมือผิดรูปมาตั้งแต่กำเนิดแล้ว ซึ่งตั้งแต่เล็กจนโตก็เคยโดนสังคมบูลลี่ในทุกช่วงวัยเลย ตั้งแต่ช่วงเรียนอนุบาลก็จะพูดตรง ๆ เลยว่าทำไมมือเป็นแบบนี้น่ารังเกียจ

แค่แตกต่าง ไม่ได้แปลว่าน่ารังเกียจ สาวมือผิดรูป สุดเก่ง ทำงานฝีมือได้อย่างสวยงาม เผย ไม่สนคำดูถูก

แค่แตกต่าง ไม่ได้แปลว่าน่ารังเกียจ สาวมือผิดรูป สุดเก่ง ทำงานฝีมือได้อย่างสวยงาม เผย ไม่สนคำดูถูก

พอเข้าสู่ช่วงประถมก็มีบอกว่ามือตนคล้ายกับรถแบคโฮ พอเข้าสู่ชั้นมัธยมก็ไม่ค่อยได้ยินคำพูดพวกนี้แล้ว มีแค่สายตาที่มองมาที่ตน และถึงตนจะเป็นคนที่มือไม่เหมือนคนอื่น แต่ก็เป็นคนที่ชอบแต่งตัว แต่งหน้า รักสวยรักงาม ก็เคยมีคนมาบอกว่าเป็นแบบนี้ทำไมไม่รู้จักเจียมตัว ทำไมยังกล้าแต่งหน้าอีก

พอเข้าสู่ช่วงมหาวิทยาลัยวัยทำงานเป็นช่วงที่ความคิดเติบโตแล้วเพื่อน ๆ และสังคมก็ดีมาก ๆ ตนเจอคนรอบข้างที่ดี ช่วงโตมาเลยไม่ค่อยมีการบูลลี่หนักเท่าไหร่ แต่ก็มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ตอนเข้าไปมหาวิทยาลัยใหม่ ๆ เจอสังคมใหม่ เพื่อนใหม่ ตนบังเอิญไปได้ยินเพื่อนคุยกันว่าทำไมมือของตนเป็นแบบนี้ จะยังคบกันต่อดีไหม

พอกลับมาที่หอพักตนก็เสียใจอยากร้องไห้มาก แต่ตนก็มีวิธีฮีลใจโดยการไปอยู่ในสังคมของคนที่เป็นผู้พิการทางสายตา ชอบไปเล่นด้วย ไปทำการบ้าน ซื้อขนมไปให้ ก็เป็นการฮีลใจอย่างหนึ่ง เพราะมันทำให้รู้สึกว่าตนไม่ใช่คนเดียวในโลกที่เป็นแบบนี้

ซึ่งเมื่อโดนบูลลี่มาทุกรูปแบบ ตนก็อยู่ได้ด้วยการยอมรับว่าตนเป็นแบบนี้ ต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้อยู่แล้ว เพราะตนไม่เคยเอาใจลงไปเล่นกับคนพวกนี้ ถ้าเอาใจลงไปเล่นสุดท้ายแล้วคนที่ทุกข์ใจหรือลำบากใจก็เป็นตน เลยคิดว่าตนเป็นแบบนี้เป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอ

ตนใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป ครอบครัวบอกกับตนตลอดว่าตนไม่ใช่คนพิการ ตนแค่มีสิ่งที่คนอื่นไม่มี มันเป็นสิ่งที่พิเศษอยู่ที่ว่าจะทำให้มันพิเศษยังไง กว่าจะมาถึงจุดนี้ก่อนที่จะก้าวผ่านความกลัวของตัวเองมา มันก็ยากพอสมควร

แต่คุณลุงบอกกับตนว่า ตนเป็นคนที่พิเศษไม่ได้ขาดอะไร อยู่ที่ว่าจะทำจุดด้อยของเราให้พิเศษยังไงให้คนรับรู้ ให้คนชื่นชอบยังไง การที่ออกมามีตัวตนในโลกโซเชียลแบบนี้จะต้องมี 2 ด้านอยู่แล้ว ทั้งคนบูลลี่และคนชื่นชม อยู่ที่ตัวเราเองว่าจะเลือกมองแบบไหน

การที่ตนออกมาอยู่ในโลกโซเชียลเพราะอยากเป็นตัวอย่างให้คนที่เป็นแบบตน ได้ใช้ชีวิตของตัวเอง เพราะต่อให้ตนจะนั่งทุกข์ใจหรือใช้ชีวิตในโลกของตัวเอง สุดท้ายก็ไม่มีประโยชน์ เพราะมันเลือกเกิดไม่ได้ ทำให้แต่ละวันมีความสุข ให้คนได้ชื่นชอบ ซึ่งตนมีความสุขที่ได้เข้าไปอ่านคอมเมนต์และได้เป็นกำลังใจให้กับทุกคน และอยากขอบคุณทุกคนมาก ๆ ทุกคนก็เป็นกำลังใจให้ตนเช่นเดียวกัน

น.ส.ปวีณา กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ตนเติบโตมากับคุณยายซึ่งคุณยายเป็นช่างงานฝีมืออยู่แล้ว ตอนสมัยเรียนประถมทางโรงเรียนได้มีการหานักเรียนไปประกวดหัตถกรรม ตนจึงได้เป็นตัวแทนในการไปประกวด และได้รางวัลที่ 2 กลับมา

หลังจากนั้นตนก็พยายามพัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งทำตะกร้า ทำบายศรี จนกลายเป็นช่องทางในการมีรายได้ในทุกวันนี้ เวลาที่ตนได้ทำงานฝีมือมันทำให้ตนได้อยู่กับตัวเอง ได้ศรัทธาตัวเอง และเข้าใจตัวเองดีที่สุด

https://www.tiktok.com/@paweena.new_19/video/7333643085324225797?r=1&t=8k5WrrohTPU

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดใจสาว ไม่สนคำดูถูก เล่าวิธีฮีลใจ แตกต่างไม่ได้แปลว่าน่ารังเกียจ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...