โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

ให้ลูกฉลาดตั้งแต่ในท้อง: 5 เทคนิคเพิ่มความฉลาดให้ลูกโดยไม่ต้องรอคลอด

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 21 ส.ค. 2566 เวลา 00.51 น. • Features

นอกจากร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงแล้ว ถ้าเป็นไปได้คุณพ่อคุณแม่ย่อมอยาก ให้ลูกฉลาดตั้งแต่ในท้อง โดยเฉพาะคุณแม่ ทันทีที่รู้ว่าจะมีเจ้าตัวเล็กอยู่ในท้อง นอกจากตื่นเต้นดีใจแล้ว คุณแม่ทุกคนก็อยากจะเตรียมความพร้อมให้ลูกที่กำลังจะเกิดมาได้เติบโตมาเป็นเด็กที่แข็งแรงสมบูรณ์ทุกด้านความฉลาด หมายถึงความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหา ซึ่งสัมพันธ์กับการทำงานของสมองโดยตรง ซึ่งปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความฉลาด หรือประสิทธิภาพของสมองมี 3 ประการ ได้แก่ กรรมพันธุ์ สุขภาพและการดูแลอาหารการกินของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์และสุขอนามัยลูกหลังคลอด และสุดท้ายคือการเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อม ดังนั้น ไม่ต้องรอให้ลูกคลอด คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถกระตุ้น ให้ลูกฉลาดตั้งแต่ในท้อง ได้เช่นกันKatie Friedman กุมารแพทย์ในฟลอริดากล่าวว่า “เรากลายเป็นแม่ตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ ดังนั้นการเลือกสิ่งต่างๆ ในชีวิตของเราจะส่งผลต่อพัฒนาการและการเจริญโตของลูกในท้องอย่างแน่นอน” นั่นหมายความว่า หากต้องการกระตุ้น ให้ลูกฉลาดตั้งแต่ในท้อง คุณแม่ต้องพิถีพิถันและคัดสรรแต่สิ่งดีๆ ให้ตัวเองเพื่อผลดีต่อลูกในระยะยาว1. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายทำให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นโดรฟิน หรือสารแห่งความสุข เป็นสารที่เพิ่มการไหลเวียนของเลือดและกระตุ้นพัฒนาการของลูก ปกติแล้วคุณแม่ท้องสามารถเต้นแอโรบิก หรือเล่นโยคะเบาๆ โดยไม่หักโหมเกินไปได้ แต่ถ้าคุณแม่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนการตั้งครรภ์ ควรได้เข้ารับคำแนะนำจากแพทย์อย่างใกล้ชิด2. พูดคุยและอ่านหนังสือให้ลูกฟัง

งานวิจัยระบุว่าการพูดคุยหรืออ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่ในท้อง จะช่วยพัฒนาอารมณ์และทักษะด้านการสื่อสารของลูกได้ดี ยิ่งไปกว่านั้น การพูดคุยกับลูกในท้องบ่อยๆ ยังส่งเสริมเรื่องการใช้ภาษาและความจำที่ดีให้กับลูกได้งานศึกษามากมายที่แสดงให้เห็นว่า ทารกสามารถจดจำเสียงของคุณแม่ได้ตั้งแต่แรกคลอด ดังนั้นการพูดคุยและอ่านหนังสือให้ลูกในท้องฟังบ่อยๆ จะช่วยให้ลูกรู้สึกคุ้นเคยกับคุณพ่อคุณแม่ ปลอบประโลมให้ลูกรู้สึกปลอดภัย ซึ่งเป็นผลดีต่อการพัฒนาสมองได้3. หลีกเลี่ยงสารเคมีและสารเสพติด

คุณแม่ควรอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท ไม่ควรอยู่ใกล้โรงงานหรือสถานที่ที่ปล่อยควันและสารพิษเป็นเวลานาน ถ้าเป็นไปได้ คุณแม่ควรเลี่ยงการทำความสะอาดบ้านด้วยการใช้น้ำยาถูพื้น น้ำยาล้างห้องน้ำ หรือน้ำยาอื่นๆ ที่มีส่วนผสมของสารเคมีอันตรายและยิ่งไปกว่านั้น คุณแม่ต้องงดบุหรี่ แอลกอฮอล์หรือสารเสพติดอื่นๆ ขณะตั้งครรภ์ เพราะมีโอกาสที่สารเสพติดจะทำลายสมองของลูกทำให้ลูกมีไอคิวต่ำ สมาธิสั้น อารมณ์ร้อน จนไปถึงการทำให้อาจเกิดมาพิการได้เลยทีเดียว4. ใส่ใจเรื่องการกินอาหาร

อาหารการกินเป็นเรื่องสำคัญของคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่ควรดื่มน้ำเยอะๆ เน้นรับประทานปลาและไข่ ที่มีส่วนช่วยให้ลูกมีความจำดี มี IQ สูง รวมถึงการกินอาหารที่มีกรดโฟลิก (folic acid) สูง เช่น ผักโขม บร็อกโคลี อะโวคาโด ฟักทอง ซึ่งช่วยให้ลูกมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ เสริมโครงสร้างเซลล์สมองของลูก และหากคุณแม่ต้องการกินอาหารเสริมหรือวิตามินอื่นๆ เพิ่มเติม ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป จนอาจเป็นอันตรายกับลูกได้นะคะ5. จัดการกับความเครียด

มีผลงานวิจัยมากมายยืนยันว่า ความเครียดและวิตกกังวลของคุณแม่ตั้งครรภ์ จะส่งผลต่อความเครียดของลูกได้ ในทางตรงข้ามหากคุณแม่อารมณ์ดีและมีความสุข ลูกที่เกิดมาก็จะเป็นเด็กอารมณ์ดีและสุขภาพจิตดีตามไปด้วยนอกจากนั้นความเครียดของคุณแม่ยังมีผลต่อพัฒนาการของลูก เช่น ทำให้ลูกที่เกิดมามีน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์ มีความเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนด ดังนั้นระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ควรรับมือและจัดการความเครียดด้วยการหากิจกรรมที่ผ่อนคลาย พยายามรักษาจิตใจตัวเองให้ปกติและมีความสุขอยู่เสมอนะคะอ้างอิงThe BumpVery Well Family

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...