โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเส้นทาง'พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย' จากเดินดินจนยีนส์ขาด สู่ขุนพล'บิ๊กโจ๊ก'สางคดีกำนันนก

แนวหน้า

เผยแพร่ 09 ก.ย 2566 เวลา 17.00 น.

เป็นคดี “สะเทือนขวัญ” และ “เขย่าวงการสีกากี” กับเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 6 ก.ย.2566 ที่ ต.ตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐม ในงานเลี้ยงของ “กำนันนก” ประวีณ จันทร์คล้าย ซึ่งเปิดบ้านสังสรรค์กับตำรวจหลายสิบนาย และ “หน่อง” ธนัญชัย ท่าผา ลูกน้องกำนันนก ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สารวัตร สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกํากับการ 2 กองบังคับการตํารวจทางหลวง เสียชีวิต

และแม้ “หน่อง” จะถูกวิสามัญฆาตกรรมไปเมื่อเช้าวันที่ 8 ก.ย.2566 ขณะตำรวจเข้าปิดล้อมบริเวณโรงเจล้างหลังวัดพระแท่นดงรัง ต.พระแท่น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี หลังระดมกำลังไล่ล่าและสืบทราบว่าไปหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว แต่คดีนี้ยังไม่จบง่ายๆ โดยเฉพาะคำถามจากสังคมประเด็นความสัมพันธ์ระหว่าง “กำนันนก” กับกลุ่มตำรวจที่ไปร่วมงานเลี้ยง รวมไปถึงความร่ำรวยของกำนันนก ถึงขั้นที่ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้ามาดูแลการสืบสวนด้วยตนเอง

หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีนี้ ปรากฎชื่อของ “ผกก.เปียก” พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี ซึ่ง “บิ๊กโจ๊ก” ดึงมาร่วมทีม เป็นอีกหนึ่งใน “มือปราบ” ที่ผ่านงานสำคัญมาแล้วหลายหน้าที่ ไล่ตั้งแต่เริ่มรับราชการตำแหน่งพนักงานสอบสวน สบ.1 สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง , รองสารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน , รองสารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน , รองสารวัตรงานตรวจพิสูจน์มลภาวะกองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจจราจร , นายเวร สบ.2 ผู้บัญชาการศึกษา ,

สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 6 เกาะกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง , สารวัตรกองกำกับการสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 , สารวัตรกองกำกับการสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 , รองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางกอกใหญ่ , รองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง , ผู้กำกับการ สภานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา จ.ชลบุรี , ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านกร่ำ จ.ระยอง , ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตราด จนล่าสุดดำรงตำแหน่งผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี

รวมถึงงานราชการพิเศษ อาทิ หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามการฉ้อโกงผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , ชุดปฏิบัติการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีการพนันออนไลน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์และจักรยานยนต์กองบัญชาการตำรวจนครบาล , หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามการแข่งรถในทางสาธารณะกองบัญชาการตำรวจนครบาล

พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย เป็นบุตรชายของ พ.ต.อ.สำพันธ์ พิศมัย และ นางรัศมี พิศมัย สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 35 นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 51 ในขณะที่ศึกษาที่โรงเรียนเตรียมทหาร ได้สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนเตรียมทหารโดยเป็นหัวหน้าทีมรักบี้ฟุตบอลของโรงเรียนเตรียมทหารนำทีมเข้าแข่งขันรายการชิงให้ชนะเลิศแห่งประเทศไทย ได้รับรางวัลชนะเลิศและได้รับคัดเลือกเป็นนักกีฬายอดเยี่ยมของนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 35

ย้อนไปเมื่อเดือน พ.ค.2563 พ.ต.อ.เขมรินทร์ ขณะดำรงตำแหน่งผู้กำกับการ สภานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เคยให้สัมภาษณ์กับรายการ “ตำรวจอินดี้” ว่า สมัยเรียนชั้น ม.4 ที่ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ตนนั้นเป็นนักกีฬารักบี้ของโรงเรียน เวลานั้นมีการเปิดรับสมัครนักเรียนเตรียมทหารในโครงการ “นักกีฬาช้างเผือก” จึงเข้าไปสมัครสอบในโควตาดังกล่าว และไม่ใช่เรื่องยากในการปรับตัว เพราะคุ้นชินกับระบบการฝึกวินัย ระบบรุ่นพี่-รุ่นน้อง มาตั้งแต่เป็นนักเรียน ร.ร.วชิราวุธวิทยาลัย

“จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจในปี 2541 ตำแหน่งแรกที่เลือกลง สมัยนั้นก็ยังให้เลือกลงจากลำดับที่สอบ จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจปี 4 ผมจบที่ 35 จากประมาณ 300 คน ผมก็เลือกลงเป็นพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง อยู่นางเลิ้งได้ 1 ปี 8 เดือน ก็รู้สึกตัวเองกับงานสอบสวนเคมีไม่ค่อยจะตรง ไม่ค่อยจะถูกจริตกับผมเท่าไร ผมไม่ชอบนั่งตั้งรับ ทำงานอยู่ในสำนักงานนั่งโต๊ะ ก็เลยขอย้ายตัวเองไปอยู่เป็นรอง สวป.สน.มักกะสัน ตรงนี้ก็เริ่มได้เรียนรู้ที่จะปกครองบังคับบัญชาลูกน้องหน่วยเล็กๆ แล้ว 10 - 20 คน เป็นหัวหน้าสายตรวจ” พ.ต.อ.เขมรินทร์ กล่าว

หลังรับราชการอยู่หลายปี พ.ต.อ.เขมรินทร์ ค้นพบว่า “งานสืบสวน” เป็นงานที่ “ตรงใจ” ตนเองมากที่สุด โดยมองว่าเป็นงานที่สามารถออกแบบแนวทางการทำงานได้เอง “คดีเดียวกันนักสืบแต่ละคนอาจทำงานต่างวิธีกัน” และมีความท้าทายกับเป้าหมายที่ต้องค้นหาพยานหลักฐานให้เพียงพอที่เมื่อส่งฟ้องแล้วผู้ต้องหาจะได้รับโทษตามกฎหมาย แน่นอนหลายครั้งยอมรับว่าเหนื่อยกับปัญหาที่พบระหว่างการทำงาน แต่ก็ไม่เคยท้อแท้จนถึงขั้นอยากเลิกทำหน้าที่

พ.ต.อ.เขมรินทร์ เล่าย้อนไปเมื่อครั้งเริ่มงานฝ่ายสืบสวน ในตำแหน่งรองสารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน ว่า นักสืบสมัยก่อนเริ่มต้นจาก “การเดิน” และเป็นการเดินอย่างจริงจังจนบางครั้งกางเกงยีนส์ที่ใส่นั้นขาด ลัดเลาะไปตามชุมชนต่างๆ ตลอดจนสถานที่อโคจร เป็นระยะทางหลายกิโลเมตรต่อวัน “อะไรไม่รู้ก็ต้องเรียนรู้” นายตำรวจชั้นประทวน “จ่า-ดาบ” เหล่านี้เป็น “ครู” ได้ทั้งสิ้น แม้กระทั่งคดีดังๆ ที่เป็นข่าว ซึ่งตำรวจท้องที่อื่นๆ สามารถจับกุมคนร้ายได้ ตนก็ยังพยายามหาช่องทางเข้าไปพูดคุยกับชุดสืบสวนที่คลี่คลายคดีนั้น เพื่อศึกษาและเก็บเป็น “คลังความรู้” นำมาปรับใช้ในการทำงานของตนเองต่อไป

สำหรับ “ความกลัว” ในการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากงานสืบสวนหลายครั้งต้องเข้าปิดล้อมจับกุมคนร้าย และมักตามด้วยการใช้อาวุธต่อสู้กัน พ.ต.อ.เขมรินทร์ ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “กลัว..แต่ก็ต้องใช้ความกลัวเป็นสิ่งเตือนใจ” เตือนไม่ให้ประมาท การวางแผนต้องรอบคอบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การติดตาม การเฝ้า การสืบสวนหาข่าว การเข้าเกลียววางสาย ทุกอย่างไม่อาจเชื่อใครได้ จนกว่าจะได้พิสูจน์ทราบด้วยทีมงานของตนเอง หรือด้วยหูและตาของตนเท่านั้น

“ถ้าเรากลัวเรายิ่งต้องละเอียด เราต้องไม่ประมาท แต่ไม่ใช่ว่ากลัวแล้วไม่ทำ กลัวยิ่งต้องทำ ถ้าตำรวจกลัวภัยอันตรายโจรผู้ร้าย แล้วสังคมจะอยู่อย่างไร ตำรวจไม่ทำแล้วใครจะทำ” พ.ต.อ.เขมรินทร์ กล่าว

- 006

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...