โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ธนาคาร-สถาบันการเงิน "ฟอกเขียว" พุ่ง 70% ส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ต.ค. 2566 เวลา 06.26 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2566 เวลา 13.43 น.
การประท้วงการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่ Place de la Republique ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสระหว่างการประชุมสุดยอดสนธิสัญญาการเงินระดับโลก เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2023 (ภาพโดย Thomas SAMSON / AFP)

พบการ “ฟอกเขียว” ของภาคธุรกิจธนาคารและสถาบันการเงิน เพิ่มขึ้นมากถึง 70% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เป็นรองเพียงธุรกิจน้ำมันและก๊าซเท่านั้น โดยส่วนใหญ่เป็นธนาคาร-สถาบันการเงินในทวีปยุโรปซึ่งมีกฎหมายสิ่งแวดล้อมเข้มงวด

วันที่ 3 ตุลาคม 2023 สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานอ้างอิงรายงานของ เรปริสก์ (RepRisk) บริษัทให้บริการข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) รายใหญ่ระดับโลกว่า จำนวนกรณีการฟอกเขียว (green washing) ของธนาคารและธุรกิจให้บริการทางการเงินทั่วโลกในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2022-กันยายน 2023) เพิ่มขึ้น 70% เมื่อเทียบกับ 12 เดือนก่อนหน้านั้น (ตุลาคม 2021-กันยายน 2022)

RepRisk กล่าวว่า ภาคการธนาคารและบริการทางการเงินมีการฟอกเขียวมากเป็นอันดับสอง เป็นรองเพียงภาคอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ

ในรายงานบันทึกข้อมูลว่าว่า มีการฟอกเขียว 148 กรณีจากภาคการธนาคารและบริการทางการเงินทั่วโลกในช่วง 12 เดือนล่าสุด (ตุลาคม 2022-กันยายน 2023) เพิ่มขึ้นจาก 86 กรณีในช่วง 12 เดือนก่อนหน้านั้น (ตุลาคม 2021-กันยายน 2022) คิดเป็นเพิ่มขึ้น 70%

จากทั้งหมด 148 กรณีนั้น มีจำนวน 106 กรณีที่มาจากสถาบันการเงินในทวีปยุโรป

ทั้งนี้ ข้อมูลเผยว่า องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเขียวมักจะเป็นองค์กรที่กล่าวอ้างเกี่ยวกับ “ความยั่งยืน” โดยจงใจลวงตานักลงทุนหรือผู้บริโภคให้เข้าใจผิด (ว่าบริษัทได้ดำเนินการอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อมจริง) ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นการทำเพื่อเพิ่มชื่อเสียงและกำไรขององค์กร

RepRisk กล่าวว่า กว่า 50% ขององค์กรที่มีความเสี่ยงที่จะฟอกเขียวในเรื่องสภาพภูมิอากาศมีการกล่าวถึงเชื้อเพลิงฟอสซิล หรือมีการเชื่อมโยงระหว่างสถาบันการเงินกับบริษัทน้ำมันและก๊าซ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้ถูกปล่อยให้เกิดขึ้นโดยไม่มีใครสนใจ หน่วยงานกำกับดูแลต่างก็เพิ่มความตระหนักถึง “ขนาดของปัญหา” มากขึ้น

บรรดาองค์กรเฝ้าระวังและตรวจสอบ (watchdog) ในสหภาพยุโรป (EU) กล่าวเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า ธนาคาร บริษัทประกันภัย และบริษัทด้านการลงทุนทั่วทั้งสหภาพยุโรป มีการกล่าวอ้างหรือจงใจลวงตานักลงทุนเกี่ยวกับหนังสือรับรองความยั่งยืน (sustainability credentials)

การตรวจสอบของ RepRisk พบว่า การฟอกเขียวกำลังเพิ่มขึ้นในวงกว้าง โดย 25% ของเหตุการณ์ที่เป็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศนั้นเชื่อมโยงกับการฟอกเขียว ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 20% ในปีที่แล้ว

ขณะเดียวกันก็พบว่า ประมาณ 33% ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการ “ฟอกเขียว” (green washing) นั้นพัวพันกับสิ่งที่เรียกว่า “social washing” ซึ่งหมายถึงการแสร้งทำเป็นว่ามีความรับผิดชอบต่อสังคม แต่แท้จริงปกปิดประเด็นปัญหาทางสังคมเอาไว้ เช่น ปกปิดผลกระทบต่อชุมชนที่เกิดจากการดำเนินงานของบริษัท หรือปกปิดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกระบวนการผลิต เป็นต้น เพื่อปกป้องชื่อเสียงและผลการดำเนินงาน

“การสื่อสารที่จงใจทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ไม่เพียงแต่ขัดขวางความก้าวหน้าในการบรรลุเป้าหมายร่วมกัน แต่ยังทำลายความไว้วางใจของผู้บริโภคและนักลงทุนด้วย” RepRisk กล่าวในรายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...