โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ปรีดี แปลก อดุล : คุณธรรมน้ำมิตร (28)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 24 ก.ย 2567 เวลา 07.25 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2567 เวลา 02.22 น.

จดหมายท้ารบจอมพล ป.พิบูลสงคราม ของขุนศรีศรากรมีเนื้อความต่อไปว่า…

“6. เต็มไปด้วยอิจฉา ข้าพเจ้าสังเกตดูในเวลาหลายปี เฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ระยะเวลาที่ท่านได้เป็นจอมพลเป็นต้นมา ท่านจอมพลเพิ่มความอิจฉาริษยาขึ้นในนิสัยสันดานอีกเป็นอันมาก ทั้งนี้เพราะท่านจอมพลเห็นแก่ตัวเหลือเกิน ซึ่งแต่เก่าก่อนโน้นจอมพลไม่เห็นแก่ตัว นายร้อยเอกแปลก ขีตสังคะ หัวหน้ากองตรวจอากาศ กรมจเรทหารปืนใหญ่ ไม่มีความอิจฉาริษยาและเห็นแก่ตัวอย่างใดเลย มีแต่คนรักและเคารพ แต่ในขณะนี้จอมพลแปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้มีแต่การเห็นแก่ตัว มีความอิจฉาริษยาอย่างรุนแรง

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2487 นั้น ท่านจอมพลพูดแต่เรื่องส่วนตัว จอมพลรำพึงรำพันแต่ความดีของตัวที่ทำไว้ แสดงความเสียใจที่ว่าไม่มีใครมองเห็นความดีของจอมพล ข้าพเจ้าทราบดีว่าจอมพลทำความดีไว้มากมายจริง และข้าพเจ้าก็ได้ทราบดีว่าจอมพลได้ทำความเลวไว้มากเช่นเดียวกัน

จอมพลควรจะพรรณนาถึงความชั่วที่ตัวทำไว้ด้วย ไม่ควรรำพันแต่ความดีเท่านั้น เป็นธรรมดาอยู่มากที่ปุถุชนได้ปกปิดความชั่วของตน พยายามสาธยายแต่ความดีของตน และการพยายามบรรยายแต่ความดีก็เพื่อปกปิดความชั่วของตนเช่นนี้เป็นธรรมหรือ”

“ความชั่วของจอมพลนั้นมิใช่ว่าข้าพเจ้าจะทราบแต่เพียงผู้เดียว ความจริงใครๆ ก็ทราบกันทั้งนั้น และก็มิใช่ว่าจะไม่มีใครตักเตือน ข้าพเจ้าได้ตักเตือนท่านจอมพลหลายสิบครั้ง แต่ท่านจอมพลไม่ได้เชื่อคำเตือนของข้าพเจ้าเลย อธิบดีกรมตำรวจคือ อ.อดุลเดชจรัส ก็พยายามทักเตือนท่านจอมพลให้เว้นความชั่ว ให้ทำแต่ความดี อดุลเดชจรัสจะพยายามเตือนและคัดค้านท่านจอมพลเพียงใด ท่านก็หาเชื่อถือคนอย่างอดุลเดชจรัสไม่ ตรงกันข้ามท่านจอมพลแสดงท่าทีว่าไม่ชอบท่าน อ.อดุลเดชจรัส ท่านจอมพลอิจฉาและกลัวว่า อ.อดุลเดชจรัสจะทำการช่วงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปจากจอมพล เช่นนี้คือจอมพลเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา

คนอย่างอดุลเดชจรัสไม่อิจฉาริษยาใครและไม่กันท่าใคร มีนิสัยสนับสนุนเพื่อนเสียด้วยซ้ำ แต่เพื่อนของหลวงอดุลฯ เขาไม่ดีเท่าหลวงอดุลฯ เพื่อนหลวงอดุลฯ กลับมารังแก เช่น มีการด่าถึงบ้าง นินทาถึงบ้าง พูดกระทบฝากคนอื่นไปบ้าง เป็นต้น ถ้าอดุลเดชจรัสทราบแล้วคงจะเสียใจ แต่ตรงกันข้าม อ.อดุลเดชจรัสกลับกล่าวว่าช่างเขาเถิด เขาคงจะมัวเมาอะไรสักอย่างเป็นแน่ ความอิจฉาของจอมพลมีอยู่ในคนอื่นๆ อีก ถ้าใครโตหรือมีชื่อเสียงดีคนนิยมเท่าตัวเป็นไม่ได้ เฉพาะอย่างยิ่งท่านปรีดี พนมยงค์ ด้วยแล้วจอมพลอิจฉามาก ชอบเรียกเขาว่า ‘อีตาขรัว’ บ่อยๆ ซึ่งแสดงว่าท่านจอมพลมีความอิจฉาริษยาท่านปรีดี พนมยงค์ เสียอย่างจริงจัง

คนเราเป็นปุถุชนด้วยกันทุกคน คนในสมัยโบราณนั้นแม้จิ้งจกร้องเขาก็เข้าใจว่าจิ้งจกทักท้วงไว้ เขาก็ยินยอมทำตามคำท้วงของจิ้งจก ถ้าเป็นแม่ทัพเขาก็ไม่ยอมเคลื่อนกองทัพ แต่จอมพลแปลกเป็นคนแปลกสมชื่อ คนหลายคนทักท้วง เพื่อนซื่อสัตย์หลายคนทักท้วง ทั้งผู้ใหญ่หลายคนก็ไม่เห็นด้วย แต่จอมพลก็หาเชื่อฟังไม่ ข้าพเจ้าไม่เข้าใจได้ว่ามันเป็นเพราะอะไร จะเป็นเพราะประตูแห่งความพินาศล่มจมของประเทศได้เปิดอ้าออกแล้วหรือ และใครล่ะที่นำกุญแจมาไขประตูนำความพินาศล่มจมนั้นเข้ามา

ข้าพเจ้ามองเห็นกุญแจแห่งความพินาศล่มจมอยู่เช่นนี้ ข้าพเจ้าจึงต้องเขียนจดหมายเรียนทักท้วงมาอีก ซึ่งจดหมายฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายและถือว่าเป็นการตักเตือนกันในครั้งสุดท้ายแห่งชีวิต ข้าพเจ้าได้พูดให้รู้สึกตัวตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคมแล้ว แต่ข้าพเจ้าต้องการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้ง ความจริงนั้น เฉพาะความปรีชาสามารถของท่านจอมพลที่มีอยู่ในตัวจอมพล จอมพลก็ควรจะสามารถฟังคำพูดของข้าพเจ้าที่พูดกันบนเขาน้ำโจนและก็ควรจะสามารถพิจารณาได้เป็นอย่างดีแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าได้ทราบข่าวต่อๆ มาว่าท่านจอมพลมิได้มีท่าทีดีขึ้นอีกเลย ข้าพเจ้าจึงจำเป็นต้องทักท้วงมาเป็นอักษรอีกครั้ง และข้าพเจ้ากล่าวแล้วว่าเป็นการทักท้วงครั้งสุดท้ายแห่งชีวิตของข้าพเจ้า”

จอมพล ป.ถอยทัพ

การแสดงท่าทีอย่างชัดเจนตรงไปตรงมาโดยปราศจากความเกรงกลัวเช่นนี้ มิได้มีแต่เพียงขุนศรีศรากรเท่านั้น แต่รวมทั้งจากหลวงอดุลเดชจรัส และพลพรรคเสรีไทยซึ่งเข้มแข็งขึ้นทุกขณะภายใต้การนำของนายปรีดี พนมยงค์ อีกด้วย อีกทั้งยังมีความพยายามอีกทางหนึ่งจากนายพลนากามูระ ผู้บัญชาการทหารญี่ปุ่นประจำประเทศไทยซึ่งไม่เห็นด้วยหากจอมพล ป.จะไม่ปฏิบัติตามวิถีทางประชาธิปไตยจนถึงกับเดินทางด้วยตนเองไปขอให้พระยาพหลพลพยุเสนาช่วยหาทางออก และยังเดินทางมาพบจอมพล ป.พิบูลสงคราม ด้วยตัวเองที่ลพบุรีอีกด้วย ทั้งหมดนี้จึงสร้างแรงกดดันรอบด้านต่อจอมพล ป.พิบูลสงคราม

ใน “ทหารเรือกบฏแมนฮัตตัน” ของ นิยม สุขรองแพ่ง มีบันทึกด้วยว่า “หลังรัฐบาลแพ้มติเมื่อกรกฎาคม พ.ศ.2497 ในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งหนึ่งเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2487 จอมพล ป.ได้นำสารจาก พล.ท.นากามูระ เม่ทัพหน่วยงิ มาให้รัฐมนตรีทุกคนอ่าน มีข้อความสำคัญว่า ‘ขอร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มิฉะนั้นญี่ปุ่นจะจัดการตามที่เห็นสมควร'”

“พล.ร.ท.สินธุ์ กมลนาวิน รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่และผู้บัญชาการทหารเรือก็เสนอต่อนายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ให้ปลดจอมพล ป.พิบูลสงคราม ออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด จะเห็นได้ว่า ทหารเรือเปิดเผยท่าทีออกมาอย่างชัดเจนว่า ล่มหัวจมท้ายกับฝ่ายพลเรือนเพื่อโค่นล้มจอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่งมีทหารบกและทหารอากาศสนับสนุน”

ในที่สุด รัฐบาลนายควง อภัยวงษ์ ก็ตัดสินใจด้วยการใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีประกาศยุบตำแหน่ง“ผู้บัญชาการทหารสูงสุด” ที่มีจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นผู้บัญชาการ แล้วตั้งตำแหน่ง “แม่ทัพใหญ่” ขึ้นแทน มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.ท.พจน์ พหลโยธิน (พระยาพหลหลพยุหเสนา) เป็นแม่ทัพใหญ่ และให้ พล.ท.ชิต มั่นศิลป์ สินาดโยธารักษ์ (หลวงสินาดโยธารักษ์) เป็นรองแม่ทัพใหญ่ ทำหน้าที่แทนแม่ทัพใหญ่ซึ่งป่วยเป็นอัมพาต

พระยาพหลพลพยุหเสนา ขึ้นรถพยาบาลไปพักตัวในพระราชวังเดิม กองบัญชาการกองทัพเรือ เช่นเดียวกับนายควง อภัยวงษ์ ส่วนนายปรีดี พนมยงค์ ก็เข้าพักชั่วคราวในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ขุมกำลังของเสรีไทยอย่างลับๆ เพื่อความปลอดภัย

เป็นการสิ้นสุดบทบาทของจอมพล ป.พิบูลสงคราม ทั้งทางการเมืองและการทหารนับแต่บัดนั้น

จากนี้ไป มิตรภาพอันเหนียวแน่นยาวนานระหว่าง “แปลก-อดุล” ก็เป็นอันสิ้นสุดลงและจะแยกทางกันเดินอย่างชัดเจนไม่เหลือเยื่อใยต่อกัน ส่วนมิตรภาพ “แปลก-ปรีดี” แม้จะสิ้นสุดลงเช่นเดียวกัน แต่ยังคงเหลือ “เยื่อใย” ระหว่างกันไม่น้อย

ขณะที่ได้เกิดมิตรภาพใหม่ระหว่าง “ปรีดี-อดุล” ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากมิตรภาพที่เคยมีระหว่างกันของ “แปลก-อดุล”

มิตรภาพ “แปลก-อดุล” มีมิติทั้งด้าน “ส่วนตัว”และ “หน้าที่” ขณะที่มิตรภาพ “ปรีดี-อดุล” มีเพียงมิติเดียวคือ “หน้าที่”

เข้าร่วมเสรีไทย

นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 หลวงอดุลเดชจรัสกับนายปรีดี พนมยงค์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในคณะราษฎรย่อมมีความคุ้นเคยกันมาตามลำดับในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่มีบันทึกใดๆ ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ส่วนตัวซึ่งแตกต่างจากความสัมพันธ์ของ “แปลก-ปรีดี”

มิตรภาพ “ปรีดี-อดุล” มีเรื่องราวของเสรีไทยเป็นฉากหลัง

หลวงอดุลเดชจรัสมีจุดยืนอย่างชัดเจนที่ไม่เพียงแต่เป็นศัตรูกับญี่ปุ่นเท่านั้น หากความรู้สึกชิงชังยังได้แผ่ไปถึงคนไทยที่เป็นพวกของญี่ปุ่นด้วย โดยเห็นว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นคนขายชาติ แต่หลวงอดุลเดชจรัสก็ปกปิดไว้มิได้แสดงบทบาทในการต่อต้านญี่ปุ่นออกมาอย่างเปิดเผยแต่อย่างใด

ในชั้นต้น หลวงอดุลเดชจรัสยังไม่ได้เข้าร่วมเสรีไทยซึ่งรวมตัวก่อตั้งกันทันทีในเย็นวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2484 แต่ได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวที่มีนายปรีดี พนมยงค์ เป็นหัวหน้าอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด

หลวงอดุลเดชจรัสซึ่งให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับงานด้านการข่าวมีความต้องการติดต่อกับโลกภายนอกเพื่อทราบสถานการณ์ที่จะส่งผลกระทบมาถึงไทย และต้องการทราบความรู้สึกต่อประเทศไทยที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น รวมทั้งอยากทราบว่าคนไทยมีความคิดประการใด ในฐานะอธิบดีกรมตำรวจ

หลวงอดุลเดชจรัสจึงติดตามข่าวทุกกระแสทำให้ทราบว่ามีการจัดตั้งเสรีไทยขึ้นในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา รวมทั้งทราบว่ามีผู้ใดร่วมอยู่ในขบวนการบ้างจากคนไทยและนักเรียนไทยที่เดินทางกลับประเทศจากการแลกเปลี่ยนเชลยเมื่อมีการประกาศสงคราม

หลวงอดุลเดชจรัสมีแฟ้มประวัตินักเรียนไทยทั้งสายอังกฤษและอเมริกาที่ไม่ประสงค์จะเดินทางกลับบ้านเหล่านั้น และสามารถจำชื่อและใบหน้าจากรูปถ่ายได้ทุกคน

ต้นปี พ.ศ.2487 หลังจากที่เสรีไทยในประเทศสามารถติดต่อกับกองบัญชาการฝ่ายสัมพันธมิตรซึ่งตั้งอยู่ในประเทศอินเดียได้แล้ว รวมทั้งเสรีไทยสายอเมริกาที่เดินทางจากตอนใต้ของจีนเข้าประเทศไทยเป็นผลสำเร็จ ฝ่ายสัมพันธมิตรก็ตกลงกับนายปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าเสรีไทยในประเทศ

เพื่อจัดส่งเสรีไทยจากนอกประเทศที่ผ่านหลักสูตรการรบมาแล้วแทรกซึมเข้าสู่ประเทศไทยด้วยวิธีการต่างๆ ร่วมต่อต้านญี่ปุ่นที่ขณะนั้นเริ่มเพลี่ยงพล้ำในสงครามแปซิฟิกและตกเป็นฝ่ายรับมาตามลำดับ

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปรีดี แปลก อดุล : คุณธรรมน้ำมิตร (28)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...