โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธีมใหม่ Met Gala 2025 ที่จะส่องไฟ ให้กับ ‘Black Dandyism’ การแต่งกายโก้หรูของสุภาพบุรุษคนดำ ที่ใช้แฟชั่นเพื่อหลุดออกจาก ‘ความเป็นทาส’

Mirror Thailand

อัพเดต 10 ต.ค. 2567 เวลา 06.11 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2567 เวลา 06.11 น.
ภาพไฮไลต์

นิตยสาร Vogue เพิ่งประกาศธีมของงาน Met Gala 2025 ในวันพุธที่ผ่านมา และธีมของนิทรรศการในปีหน้านี้ก็คือ “Superfine: Tailoring Black Style” ที่ตั้งใจจะเชิดชูแฟชั่น Black Dandyism หรือการแต่งกายโก้หรูของเหล่าผู้ชายคนดำ ที่มาพร้อมกับนัยยะทางการเมืองเรื่องการแสดงตัวตนที่หลุดพ้นออกจากความเป็นทาส อันเป็นประวัติศาสตร์แสนเจ็บปวดของพวกเขา

ภาพไฮไลต์

เรียกได้ว่าเรื่องเล่าที่เราจะได้เห็นในปีหน้า น่าจะเข้มข้นยิ่งกว่าธีมในปีนี้อย่าง Sleeping Beauties : Reawakening Fashion เพราะธีมใหม่นี้มากับประวัติศาสตร์การค้าทาสที่เป็นบาดแผลใหญ่ของอเมริกา ที่ส่งต่อมาถึงมูฟเมนต์สำคัญอย่าง Black Lives Matter ทั้งยังเป็นครั้งแรกในรอบ 21 ปี ที่นิทรรศการของ Met หรือ Metropolitan Museum of Art หันกลับมาโฟกัสที่เสื้อผ้าผู้ชายอีกครั้ง นับตั้งแต่ปี 2003 ที่เคยเล่นธีม Men is Skirts
โดยธีมของนิทรรศการในปีหน้านี้ มาพร้อมกับการรับตำแหน่ง Curator in Charge เป็นปีแรกของ Andrew Bolton ผู้เคยประจำที่ British Museum มาก่อน เมื่อมาทำงานที่ Met เขาได้หยิบเอาแรงบันดาลใจจากหนังสือ Slaves to Fashion: Black Dandyism and the Styling of Black Diasporic Identity (2009) ของ Monica L. Miller ศาตราจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านแอฟริกันศึกษาแห่งมาวิทยาลัยโคลัมเบีย โดยจะมีการจัดแสดงเสื้อผ้า Black Dandy ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 จนถึง Black Dandyism ในยุคปัจจุบันที่ถูกบอกเล่าทั้งบนรันเวย์และในภาพยนตร์

Black Dandyism เริ่มขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ที่เหล่าผู้ชายคนดำในยุโรปและอเมริกา เลือกหยิบเอาสไตล์ Dandy หรือการแต่งกายแบบสุภาพบุรุษของคนขาว ที่จะใช้เสื้อผ้าหรูๆ แพงๆ มีการตัดเย็บอย่างดีมาสวมใส่ เพื่อแสดงออกว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในสถานะทาสอีกต่อไป และสามารถเข้าถึงทรัพยากรและรสนิยมที่ดีได้ไม่ต่างจากพวกคนขาว จากนั้นสไตล์นี้ก็ขยายไปถึงเหล่าคนดำในแอฟริกาอย่างกาน่าหรือคองโก รวมถึงแผ่ขยายไปสู่ street style และยิ่งผ่านกาลเวลา พวกเขาก็ยิ่งแต่งตัวสไตล์ Dandy ได้อย่างมีเอกลักษณ์ทั้งยังสนุกขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสีฉูดฉาดตัดกับสีผิว การเติมกลิ่นอายแอฟริกันลงไป หรือการเล่นใหญ่ด้วยแอคเซสซอรี่หรือซิลูเอตแปลกตา

Monica L. Miller นิยาม Black Dandyism ว่าเป็น “การแต่งกายอย่างชาญฉลาดและผ่าเผย” และคือ “กลยุทธ์และเครื่องมือ ในการคิดคำนึงถึงตัวตนแบบใหม่ ในการเห็นภาพตัวเองในบริบทที่ต่างออกไป ในการถ่างขยายขอบเขตที่เคยมี โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งการค้าทาส มันคือการขยายขอบเขตเดิมๆ ที่เคยเอาไว้ตัดสินว่าใครบ้างที่ควรถูกนับเป็นมนุษย์” และเรื่องราวสุดแข็งแรงนี้เองที่จะเป็นแนวคิดสำคัญในการจัดนิทรรศการของ Met ในปี 2025

และหากจะว่ากันที่พรมแดง ย้อนไปก่อนหน้านี้ เหล่าศิลปินคนดำหลายคนก็เคยนำเอา Black Dandyism (แบบสุดขั้ว) มาเฉิดฉายบนพรมแดงของ Met Gala กันมาแล้ว ตั้งแต่ Billy Porter ที่มาในชุดธีมเทพแห่งแสงอาทิตย์ในงานปี 2019 กับธีม ‘Camp’ หรือจะเป็น A$AP Rocky ที่มากับงานแพทช์เวิร์กที่ไม่เหมือนใครในปี 2021 กับธีม ‘In America: A Lexicon of Fashion’ รวมถึง Lil Nas X ที่มาในชุดสีขาวปักคริสตัลชวารอฟสกี 50,000 เม็ดในงานปีนี้ที่เพิ่งผ่านพ้นไป

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือบรรดา Co-Chair หรือผู้ร่วมจัดงาน Met Gala ปีหน้า ที่ล้วนแต่เป็นชายคนดำผู้ทรงอิทธิพลทางแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็น Colman Domingo นักแสดงคนดำมือรางวัล Pharrell Willaim แรปเปอร์ผู้เป็นที่จดจำจากเซนส์แฟชั่นอันแรงกล้าจนทำให้เขาได้เป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ให้กับ Louis Vuitton อีกหนึ่งแรปเปอร์อย่าง A$AP Rocky รวมถึง Lewis Hamilton นักแข่งรถจากอังกฤษ และ LeBron James นักบาสเก็ตบอล NBA

จึงเป็นที่น่าติดตามเสียแล้ว ว่าเหล่าคนดังที่ไปร่วมเดินพรมแดงปีหน้า ไม่ว่าจะเป็นคนดำ คนขาว หรือจะมีสีผิวหรือเพศไหน จะตีความธีมนี้และถ่ายทอดมันออกมาอย่างไร เพราะสุดท้าย มันก็จะมีการเมืองอยู่ในนั้นอยู่ดี

อ้างอิง

https://www.vogue.com/article/superfine-tailoring-black-style-costume-institute-spring-2025-exhibition

https://www.standard.co.uk/lifestyle/met-gala-2025-theme-b1186900.html

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...