รวมหนังข้ามเวลาต้อนรับ Taklee Genesis
LSA Thailand
อัพเดต 02 มิ.ย. 2568 เวลา 14.37 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2567 เวลา 02.14 น. • Lifestyle Asia Thailandการเดินทางข้ามเวลาไม่ว่าจะเป็นการกลับไปในสู่อดีต หรือการข้ามไปสู่อนาคต เป็นหนึ่งในพล็อตหนังที่มีการผลิตออกมามากที่สุดในบรรดาหนังฮอลลีวู้ด แต่สำหรับวงการภาพยนตร์ไทยแล้ว Taklee Genesis (ตาคลี เจเนซิส) ของผู้กำกับมากฝีมือ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ถือเป็นเรื่องแรกที่ตั้งใจสรรค์สร้างเล่าเนื้อหาถึงเรื่องนี้โดยตรง เป็นการเปิดเส้นทางใหม่ ๆ ให้กับวงการ และยกระดับคุณภาพการถ่ายทำให้ถึงขีดสุด
เนื่องในโอกาสที่หนังกำลังเข้าฉายและได้กระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยมจากนักวิจารณ์ ทำให้ผู้ชมสนใจในเรื่องการข้ามเวลา เราจึงขอคัดเลือกหนังดังที่น่าสนใจแนวเดียวกันนี้มากฝากทุกคนกัน
Photo Credit: เนรมิตรหนังฟิล์ม
TENET (2020)
ผู้กำกับ: คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan)
นักแสดงนำ: John David Washington (จอห์น เดวิด วอชิงตัน) , Robert Pattinson (โรเบิร์ต
แพตทินสัน) , Elizabeth Debicki (เอลิซาเบธ เดบิคกิ)
ภาพยนตร์ไซไฟที่เต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่นสุดตื่นเต้นที่เล่นกับกฎของเวลาในรูปแบบที่ซับซ้อน ซึ่งเรียกร้องให้ผู้ชมต้องใช้สมาธิในการตามดูเรื่องราวที่เดินไปข้างหน้าและข้างหลังพร้อมกัน เรื่องราวยากต่อการสรุปเล่าให้ผู้อื่นฟังแบบเข้าใจง่าย ชนิดที่ตัวนักแสดงนำอย่างโรเบิร์ต แพตทินสันเองยังเคยออกมายอมรับเลยว่าตัวเขาก็งงกับเรื่องเหมือนกันและไม่แน่ใจว่าเข้าใจความตั้งใจของผู้กำกับโนแลนถูกต้องหรือไม่
หนังว่าด้วยเรื่องของ “พระเอก-The Protagonist” เจ้าหน้าที่ซีไอเอหนุ่มที่นำทีมของเขาเข้าช่วยเหลือตัวประกันระหว่างการปิดล้อมของกลุ่มก่อการร้ายที่โรงละครโอเปร่าในเคียฟ แต่แล้วกลายเป็นว่าสถานการณ์นี้เกิดขึ้นเพื่อคัดตัวเขาเข้าร่วมองค์กรลับชื่อ “TENET – เทเน็ท” เพื่อหยุดยั้งเหตุการณ์ที่จะนำไปสู่การทำลายล้างโลก พระเอกต้องใช้เทคโนโลยี “การย้อนกลับของเวลา” (time inversion) เป็นตัวช่วยในการทำภารกิจสุดอันตรายนี้ โดยมีคู่หูเป็นหนุ่มหล่อปริศนาชื่อ “นีล” ซึ่งจะคอยอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
เกร็ดน่ารู้: แม้ TENET จะเป็นหนังไซไฟที่มีฉากตื่นตาตื่นใจมากมายแต่ คริสโตเฟอร์ โนแลนกลับใช้ CGI น้อยกว่าภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเขา และเน้นใช้เทคนิคการถ่ายทำจริง หนังเรื่องนี้โนแลนคิดพล็อตเอาไว้กว่า 20 ปี และใช้เวลากว่า 5 ปีในการเขียนบท โดยแนวคิดของเรื่องได้รับแรงบันดาลใจมาจากทฤษฎีทางฟิสิกส์ เช่น เอนโทรพี’ (entropy) second law of thermodynamics, Maxwell’s demon และ the grandfather paradox ซึ่งโนแลน ได้ทำงานร่วมกับ Kip Thorne (คิป ธอร์น) นักฟิสิกส์ชื่อดัง เพื่อให้แน่ใจว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีความถูกต้องทางวิทยาศาสตร์มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
Photo Credit : IMDB © Photo by Melinda Sue Gordon – © 2014 Warner Bros. Entertainment, Inc. and Paramount Pictures Corporation. All Rights Reserved.
Interstellar
ผู้กำกับ: คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan)
นักแสดงนำ: แมทธิว แมคคอนาเฮย์ (Matthew McConaughey) , แอน แฮททาเวย์ (Anne Hathaway) , เจสสิกา แชสเทน (Jessica Michelle Chastain)
หนังเล่าเรื่องในอนาคต โลกกำลังเผชิญกับวิกฤติอาหารและสภาพอากาศที่เลวร้ายอย่างหนัก พืชผลทางการเกษตรล้มเหลวและทรัพยากรธรรมชาติใกล้หมดสิ้น ทำให้มนุษยชาติกำลังเผชิญหน้ากับการสูญพันธุ์ คูเปอร์ อดีตนักบินอวกาศและวิศวกรเกษตรกรรม ค้นพบรูหนอนลึกลับที่เชื่อมต่อกับกาแล็กซีอื่น เขาได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในทีมนักบินอวกาศที่จะเดินทางผ่านรูหนอนเพื่อค้นหาดาวเคราะห์ดวงใหม่ที่มนุษย์อาศัยอยู่ได้ ซึ่งเขาไม่อยากทิ้งลูก ๆ ไป แต่ก็ต้องทำเพื่ออนาคตที่ดีของลูก
เกร็ดน่ารู้: ฉากที่ตัวละครเดินทางผ่านหลุมดำเป็นหนึ่งในฉากที่ได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงามและน่าทึ่งที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ และได้รับการชื่นชมอย่างมากจากเหล่านักฟิสิกส์- นักดาราศาสตร์ Interstellar ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 87 ถึง 5 รางวัล และได้รางวัล Best Visual Effects มาครอง หนังทำรายได้ค่อนข้างดีทำเงินไปกว่า 705.2 จากทั่วโลก
Photo Credit : IMDB
Time Machine (2002)
ผู้กำกับ: ซิมอน เวลล์ (Simon Wells)
นักแสดงนำ: Guy Pearce (กาย เพียร์ซ) , Samantha Mumba (ซามานธา มุมบ้า)
หนังสร้างจากนวนิยายเรื่องดังของ H. G. Wells (เอช.จี. เวลส์) ซึ่งเขียนตั้งแต่ปี 1895 แต่เนื้อเรื่องนั้นล้ำสมัยเหนือกาลเวลา และเป็นต้นกำเนิดของคำว่า “time machine” ที่ใช้ในสื่อไซไฟต่างๆนับจากนั้น
เรื่องราวที่นิวยอร์กในปี 1899 ด็อกเตอร์ อเล็กซานเดอร์ นักประดิษฐ์และอาจารย์มหาวิทยาลัยผู้กำลังเผชิญกับความเศร้าโศกจากการจากไปของเอ็มมา คู่หมั้นของเขาที่ถูกโจรฆ่าตาย ด้วยความต้องการที่จะกลับไปแก้ไขอดีต เขาจึงทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการสร้างเครื่องข้ามเวลา โดยหวังว่าจะกลับไปช่วยคนรักได้แต่เมื่อทำเครื่องสำเร็จเขาได้ลองกลับไปแก้ไขอดีตแต่พบว่าไม่ว่าจะยังไงเอ็มมาก็ตายอยู่ดี เขาจึงเดินทางท่องเวลาไปในอีกหลายไทม์ไลน์เพื่อหาวิธีแก้ไข จนกระทั่งเดินทางข้ามไปในอนาคตปี 802,701 ซึ่งที่นี่ทำให้เขาได้พบกับการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่จะทำให้เขาได้เรียนรู้ที่จะปล่อยวางอดีตและอยู่กับปัจจุบัน
เกร็ดน่ารู้: โปรเจ็คนี้เดิมทีแล้วมีการวางตัวไว้ให้ Steven Spielberg เป็นผู้กำกับแต่เขาหันไปงานโปรเจ็คอื่นแทน หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมือผู้กำกับมาหลายคน จนกระทั่ง Simon Wells ผู้กำกับอนิเมชั่นดัง อย่าง An American Tail: Fievel Goes West (1991) และ The Prince of Egypt (1998) ได้ขอเสนอตัวว่าเขาน่าจะเป็นคนที่เหมาะที่สุดที่จะทำโปรเจ็คนี้ เพราะว่าแท้จริงแล้วเขาคือเหลนของ H. G. Wells ในเมื่อทายาทตัวจริงมาเองแบบนี้ทางโปรดิวเซอร์เลยไฟเขียวให้เขา กำกับหนัง Live -Action เป็นครั้งแรกในชีวิต
แต่อย่างไรก็ตามในช่วง 18 วันสุดท้ายของการถ่ายทำเกิดเหตุ Simon Wells ล้มป่วยเนื่องจากเหนื่อยล้าจากการทำงานทำให้ผู้กำกับสุดเก๋า Gore Verbinski (กอร์ เวอร์บินสกี) ถูกเรียกตัวมาเพื่อกำกับแทนให้จบปิดกอง แต่เมื่อ Simon Wells พักฟื้นจนหายดีแล้วเขาก็กลับมาทำหน้าที่ดูแลงานตัดต่อต่อเอง หนังเรื่องนี้แม้จะได้คำวิจารณ์ไม่ดีนักในเรื่องบท แต่ได้รับคำชมอย่างมากเรื่องทำเทคนิคพิเศษเพราะใช้เครื่องกลไก animatronic จาก Stan Winston Studio และทำ CGI จากบริษัทดังอย่าง ILM Industrial Light & Magic นอกจากนี้หนังยังได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขา Best Makeup อีกด้วย
Photo Credit :IMDB Photo by – © 2002 – Warner Bros. & Dreamworks Pictures
Franchise
ผู้กำกับ ( 2 ภาคแรก): James Cameron (เจมส์ คาเมรอน)
นักแสดงนำ: Arnold Schwarzenegger (อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์) , Linda Hamilton (ลินดา แฮมิลตัน) , Edward Furlong (เอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลอง)
หนังที่เป็นที่จดจำในการพูดถึงความน่าสะพรึงของการใช้งานเอไอ เมื่อในอนาคตเอไอที่พัฒนาโดย Skynet ยึดครองโลกทำเครื่องจักรกลหุ่นยนต์สังหารมาต่อสู้กับมนุษย์จนเกิดหายนะไปทั่ว แต่แล้วฝ่ายมนุษย์ก็ไม่ย่อท้อ นำโดย John Connor ที่เป็นผู้นำการต่อสู้ที่ไม่ว่าอย่างไรฝั่ง Skynet ก็ไม่สามารถเอาชนะได้สักทีจึงส่งหุ่นสังหาร T-800 Terminator มาตามล่า Sarah Connor ผู้เป็นแม่ของ John เพื่อไม่ให้เขาได้เกิดมา แต่ฝั่งมนุษย์ก็ได้ส่ง Kyle Reese มาเพื่อช่วยเธอ และเขาก็ได้กลายเป็นพ่อของ John ซึ่งต่อมาในภาค 2 Terminator 2: Judgment Day Sarah Connor ได้เจอกับหุ่น T-800 อีกครั้งแต่คราวนี้มันถูกส่งมาโดยฝั่งมนุษย์ให้มาปกป้อง John ที่โตขึ้นมาเป็นเด็กวัยรุ่น ส่วนฝั่ง Skynet ก็ได้ส่ง T-1000 (แสดงโดย Robert Patrick) หุ่นยนต์เหล็กไหลเวอร์ชันอัพเกรดมาเพื่อสังหาร John ทำให้การต่อสู้ของพวกเขาได้เริ่มตึ้นอีกครั้ง
เกร็ดน่ารู้: เรื่องหลัก ๆ ก็มี 2 ภาคแรกที่เรียกได้ว่าเป็นเนื้อหาใจความสำคัญก่อนที่ภาคอื่นๆ และเวอร์ชั่นซีรีส์นำไปต่อยอดแต่ก็ยังไม่มีภาคไหนที่ทำออกมาแล้วน่าพอใจเชิดหน้าชูตาได้ เป็นหนึ่งในหนังที่คนยุค 80s-90s ต้องได้ดูและจดจำจนถึงทุกวันนี้ในฐานะหนังแห่งยุคที่สร้างตำนานมากมาย โดยเฉพาะสร้างชื่อให้กับ Arnold Schwarzenegger จนได้รับฉายาคนเหล็ก และเป็นเจ้าของประโยคอมตะ I’ll Be Back ก่อนที่เขาจะกลับมาในภาคสุดท้าย Terminator: Dark Fate (2019) ที่เขาได้ปิดฉากการรับบท T-800 ไปแล้ว หนัง Terminator 2: Judgment Day เป็นภาคเดียวที่ได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัลออสการ์ โดยเข้าชิงมากถึง 6 สาขา และชนะไป 4 สาขา คือ Best Visual Effects, Best Sound Effects Editing, Best Sound และ Best Make-Up
Photo Credit :IMDB © 1991 – TriStar Pictures
About Time (2013)
ผู้กำกับ Richard Curtis (ริชาร์ด เคอร์ติส)
นักแสดงนำ: Domhnall Gleeson (โดนัล กลีสัน) , Rachel McAdams (เรเชล แมคอดัมส์) และ Bill Nighy (บิล ไนห์)
หนังรักข้ามเวลาที่ทำให้หลายคนเสียน้ำตา แม้ว่าจะไม่เชิงเป็นหนังไซไฟเพราะเล่าเรื่องของพลังข้ามเวลาจากรุ่นมาสู่รุ่น สิ่งที่ต้องทำก็เพียงเข้าไปยืนในที่มืดๆ กำมือแน่น ๆ แล้วนึกถึงช่วงเวลาที่อยากย้อนกลับไปเท่านั้น วันหนึ่งเจมส์ก็ได้รู้ความลับของครอบครัวผ่านทางพ่อของเขา ทำให้เขาใช้พลังนี้ในการจีบแมรี่ สาวสวยที่เขาปิ๊งรักเธอสุดหัวใจ และใช้มันเพื่อทำให้ชีวิตสะดวกมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ แต่แล้วเมื่อถึงวันหนึ่งเขาก็ได้รู้ว่าการใช้พลังของเขาก็มีข้อจำกัด และมันจำเป็นที่ต้องเลือกที่จะปล่อยอดีตไปเพื่อก้าวเข้าสู่อนาคต
เกร็ดน่ารู้: Zooey Deschanel เคยได้รับการวางตัวให้รับบทแมรี่ นางเอกของเรื่องแต่ว่าเนื่องจากคิวไม่ลงตัว Rachel McAdams เลยได้รับบทนี้ แม้ว่าจะมีผลงานเขียนบทมากมาย รวมถึงมีผลงานการกำกับซีรีส์และหนังโทรทัศน์ แต่ว่า About Time เป็นหนังเพียงแค่เรื่องที่ 3 ที่ Richard Curtis เป็นผู้กำกับ และแม้ว่ามันจะเป็นหนังที่เต็มไปด้วยช่องโหว่ในเงื่อนไขการข้ามเวลา แต่มันก็ทดแทนด้วยเนื้อหาที่ซาบซึ้งใจจนหลายคนน้ำตากลบหน้าจนมองผ่านข้อด้อยบางอย่างของหนังไป และยกให้เป็นหนึ่งในหนังรักที่ประทับใจที่สุดเรื่องหนึ่ง
Photo Credit: IMDB © 2013 – Universal Pictures
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.