โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

รวมหนังข้ามเวลาต้อนรับ Taklee Genesis

LSA Thailand

อัพเดต 02 มิ.ย. 2568 เวลา 14.37 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2567 เวลา 02.14 น. • Lifestyle Asia Thailand
Credit : เนรมิตรหนังฟิล์ม

การเดินทางข้ามเวลาไม่ว่าจะเป็นการกลับไปในสู่อดีต หรือการข้ามไปสู่อนาคต เป็นหนึ่งในพล็อตหนังที่มีการผลิตออกมามากที่สุดในบรรดาหนังฮอลลีวู้ด แต่สำหรับวงการภาพยนตร์ไทยแล้ว Taklee Genesis (ตาคลี เจเนซิส) ของผู้กำกับมากฝีมือ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ถือเป็นเรื่องแรกที่ตั้งใจสรรค์สร้างเล่าเนื้อหาถึงเรื่องนี้โดยตรง เป็นการเปิดเส้นทางใหม่ ๆ ให้กับวงการ และยกระดับคุณภาพการถ่ายทำให้ถึงขีดสุด

เนื่องในโอกาสที่หนังกำลังเข้าฉายและได้กระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยมจากนักวิจารณ์ ทำให้ผู้ชมสนใจในเรื่องการข้ามเวลา เราจึงขอคัดเลือกหนังดังที่น่าสนใจแนวเดียวกันนี้มากฝากทุกคนกัน

Photo Credit: เนรมิตรหนังฟิล์ม

Credit : IMDB © Photo by Melinda Sue Gordon – © 2014 Warner Bros. Entertainment, Inc. and Paramount Pictures Corporation. All Rights Reserved.
Credit : IMDB © Photo by Melinda Sue Gordon – © 2014 Warner Bros. Entertainment, Inc. and Paramount Pictures Corporation. All Rights Reserved.
Credit : IMDB © Photo by Melinda Sue Gordon – © 2014 Warner Bros. Entertainment, Inc. and Paramount Pictures Corporation. All Rights Reserved.
Credit : IMDB © Photo by Melinda Sue Gordon – © 2014 Warner Bros. Entertainment, Inc. and Paramount Pictures Corporation. All Rights Reserved.
Credit : IMDB © Photo by Melinda Sue Gordon – © 2014 Warner Bros. Entertainment, Inc. and Paramount Pictures Corporation. All Rights Reserved.

TENET (2020)

ผู้กำกับ: คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan)

นักแสดงนำ: John David Washington (จอห์น เดวิด วอชิงตัน) , Robert Pattinson (โรเบิร์ต

แพตทินสัน) , Elizabeth Debicki (เอลิซาเบธ เดบิคกิ)

ภาพยนตร์ไซไฟที่เต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่นสุดตื่นเต้นที่เล่นกับกฎของเวลาในรูปแบบที่ซับซ้อน ซึ่งเรียกร้องให้ผู้ชมต้องใช้สมาธิในการตามดูเรื่องราวที่เดินไปข้างหน้าและข้างหลังพร้อมกัน เรื่องราวยากต่อการสรุปเล่าให้ผู้อื่นฟังแบบเข้าใจง่าย ชนิดที่ตัวนักแสดงนำอย่างโรเบิร์ต แพตทินสันเองยังเคยออกมายอมรับเลยว่าตัวเขาก็งงกับเรื่องเหมือนกันและไม่แน่ใจว่าเข้าใจความตั้งใจของผู้กำกับโนแลนถูกต้องหรือไม่

หนังว่าด้วยเรื่องของ “พระเอก-The Protagonist” เจ้าหน้าที่ซีไอเอหนุ่มที่นำทีมของเขาเข้าช่วยเหลือตัวประกันระหว่างการปิดล้อมของกลุ่มก่อการร้ายที่โรงละครโอเปร่าในเคียฟ แต่แล้วกลายเป็นว่าสถานการณ์นี้เกิดขึ้นเพื่อคัดตัวเขาเข้าร่วมองค์กรลับชื่อ “TENET – เทเน็ท” เพื่อหยุดยั้งเหตุการณ์ที่จะนำไปสู่การทำลายล้างโลก พระเอกต้องใช้เทคโนโลยี “การย้อนกลับของเวลา” (time inversion) เป็นตัวช่วยในการทำภารกิจสุดอันตรายนี้ โดยมีคู่หูเป็นหนุ่มหล่อปริศนาชื่อ “นีล” ซึ่งจะคอยอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป

เกร็ดน่ารู้: แม้ TENET จะเป็นหนังไซไฟที่มีฉากตื่นตาตื่นใจมากมายแต่ คริสโตเฟอร์ โนแลนกลับใช้ CGI น้อยกว่าภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเขา และเน้นใช้เทคนิคการถ่ายทำจริง หนังเรื่องนี้โนแลนคิดพล็อตเอาไว้กว่า 20 ปี และใช้เวลากว่า 5 ปีในการเขียนบท โดยแนวคิดของเรื่องได้รับแรงบันดาลใจมาจากทฤษฎีทางฟิสิกส์ เช่น เอนโทรพี’ (entropy) second law of thermodynamics, Maxwell’s demon และ the grandfather paradox ซึ่งโนแลน ได้ทำงานร่วมกับ Kip Thorne (คิป ธอร์น) นักฟิสิกส์ชื่อดัง เพื่อให้แน่ใจว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีความถูกต้องทางวิทยาศาสตร์มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

Photo Credit : IMDB © Photo by Melinda Sue Gordon – © 2014 Warner Bros. Entertainment, Inc. and Paramount Pictures Corporation. All Rights Reserved.

interstella2
interstella1
interstella4
interstella3
interstella5

Interstellar

ผู้กำกับ: คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan)

นักแสดงนำ: แมทธิว แมคคอนาเฮย์ (Matthew McConaughey) , แอน แฮททาเวย์ (Anne Hathaway) , เจสสิกา แชสเทน (Jessica Michelle Chastain)

หนังเล่าเรื่องในอนาคต โลกกำลังเผชิญกับวิกฤติอาหารและสภาพอากาศที่เลวร้ายอย่างหนัก พืชผลทางการเกษตรล้มเหลวและทรัพยากรธรรมชาติใกล้หมดสิ้น ทำให้มนุษยชาติกำลังเผชิญหน้ากับการสูญพันธุ์ คูเปอร์ อดีตนักบินอวกาศและวิศวกรเกษตรกรรม ค้นพบรูหนอนลึกลับที่เชื่อมต่อกับกาแล็กซีอื่น เขาได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในทีมนักบินอวกาศที่จะเดินทางผ่านรูหนอนเพื่อค้นหาดาวเคราะห์ดวงใหม่ที่มนุษย์อาศัยอยู่ได้ ซึ่งเขาไม่อยากทิ้งลูก ๆ ไป แต่ก็ต้องทำเพื่ออนาคตที่ดีของลูก

เกร็ดน่ารู้: ฉากที่ตัวละครเดินทางผ่านหลุมดำเป็นหนึ่งในฉากที่ได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงามและน่าทึ่งที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ และได้รับการชื่นชมอย่างมากจากเหล่านักฟิสิกส์- นักดาราศาสตร์ Interstellar ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 87 ถึง 5 รางวัล และได้รางวัล Best Visual Effects มาครอง หนังทำรายได้ค่อนข้างดีทำเงินไปกว่า 705.2 จากทั่วโลก

Photo Credit : IMDB

Credit : IMDB Photo by – © 2002 – Warner Bros. & Dreamworks Pictures
Credit : IMDB Photo by – © 2002 – Warner Bros. & Dreamworks Pictures
Credit : IMDB Photo by – © 2002 – Warner Bros. & Dreamworks Pictures
Credit : IMDB Photo by – © 2002 – Warner Bros. & Dreamworks Pictures
Credit : IMDB Photo by – © 2002 – Warner Bros. & Dreamworks Pictures

Time Machine (2002)

ผู้กำกับ: ซิมอน เวลล์ (Simon Wells)

นักแสดงนำ: Guy Pearce (กาย เพียร์ซ) , Samantha Mumba (ซามานธา มุมบ้า)

หนังสร้างจากนวนิยายเรื่องดังของ H. G. Wells (เอช.จี. เวลส์) ซึ่งเขียนตั้งแต่ปี 1895 แต่เนื้อเรื่องนั้นล้ำสมัยเหนือกาลเวลา และเป็นต้นกำเนิดของคำว่า “time machine” ที่ใช้ในสื่อไซไฟต่างๆนับจากนั้น

เรื่องราวที่นิวยอร์กในปี 1899 ด็อกเตอร์ อเล็กซานเดอร์ นักประดิษฐ์และอาจารย์มหาวิทยาลัยผู้กำลังเผชิญกับความเศร้าโศกจากการจากไปของเอ็มมา คู่หมั้นของเขาที่ถูกโจรฆ่าตาย ด้วยความต้องการที่จะกลับไปแก้ไขอดีต เขาจึงทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการสร้างเครื่องข้ามเวลา โดยหวังว่าจะกลับไปช่วยคนรักได้แต่เมื่อทำเครื่องสำเร็จเขาได้ลองกลับไปแก้ไขอดีตแต่พบว่าไม่ว่าจะยังไงเอ็มมาก็ตายอยู่ดี เขาจึงเดินทางท่องเวลาไปในอีกหลายไทม์ไลน์เพื่อหาวิธีแก้ไข จนกระทั่งเดินทางข้ามไปในอนาคตปี 802,701 ซึ่งที่นี่ทำให้เขาได้พบกับการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่จะทำให้เขาได้เรียนรู้ที่จะปล่อยวางอดีตและอยู่กับปัจจุบัน

เกร็ดน่ารู้: โปรเจ็คนี้เดิมทีแล้วมีการวางตัวไว้ให้ Steven Spielberg เป็นผู้กำกับแต่เขาหันไปงานโปรเจ็คอื่นแทน หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมือผู้กำกับมาหลายคน จนกระทั่ง Simon Wells ผู้กำกับอนิเมชั่นดัง อย่าง An American Tail: Fievel Goes West (1991) และ The Prince of Egypt (1998) ได้ขอเสนอตัวว่าเขาน่าจะเป็นคนที่เหมาะที่สุดที่จะทำโปรเจ็คนี้ เพราะว่าแท้จริงแล้วเขาคือเหลนของ H. G. Wells ในเมื่อทายาทตัวจริงมาเองแบบนี้ทางโปรดิวเซอร์เลยไฟเขียวให้เขา กำกับหนัง Live -Action เป็นครั้งแรกในชีวิต

แต่อย่างไรก็ตามในช่วง 18 วันสุดท้ายของการถ่ายทำเกิดเหตุ Simon Wells ล้มป่วยเนื่องจากเหนื่อยล้าจากการทำงานทำให้ผู้กำกับสุดเก๋า Gore Verbinski (กอร์ เวอร์บินสกี) ถูกเรียกตัวมาเพื่อกำกับแทนให้จบปิดกอง แต่เมื่อ Simon Wells พักฟื้นจนหายดีแล้วเขาก็กลับมาทำหน้าที่ดูแลงานตัดต่อต่อเอง หนังเรื่องนี้แม้จะได้คำวิจารณ์ไม่ดีนักในเรื่องบท แต่ได้รับคำชมอย่างมากเรื่องทำเทคนิคพิเศษเพราะใช้เครื่องกลไก animatronic จาก Stan Winston Studio และทำ CGI จากบริษัทดังอย่าง ILM Industrial Light & Magic นอกจากนี้หนังยังได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขา Best Makeup อีกด้วย

Photo Credit :IMDB Photo by – © 2002 – Warner Bros. & Dreamworks Pictures

Credit : IMDB © 1991 – TriStar Pictures
Credit : IMDB © 1991 – TriStar Pictures
Credit : IMDB © 1991 – TriStar Pictures
Credit : IMDB © 1991 – TriStar Pictures
Credit : IMDB © 1991 – TriStar Pictures

Franchise

ผู้กำกับ ( 2 ภาคแรก): James Cameron (เจมส์ คาเมรอน)

นักแสดงนำ: Arnold Schwarzenegger (อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์) , Linda Hamilton (ลินดา แฮมิลตัน) , Edward Furlong (เอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลอง)

หนังที่เป็นที่จดจำในการพูดถึงความน่าสะพรึงของการใช้งานเอไอ เมื่อในอนาคตเอไอที่พัฒนาโดย Skynet ยึดครองโลกทำเครื่องจักรกลหุ่นยนต์สังหารมาต่อสู้กับมนุษย์จนเกิดหายนะไปทั่ว แต่แล้วฝ่ายมนุษย์ก็ไม่ย่อท้อ นำโดย John Connor ที่เป็นผู้นำการต่อสู้ที่ไม่ว่าอย่างไรฝั่ง Skynet ก็ไม่สามารถเอาชนะได้สักทีจึงส่งหุ่นสังหาร T-800 Terminator มาตามล่า Sarah Connor ผู้เป็นแม่ของ John เพื่อไม่ให้เขาได้เกิดมา แต่ฝั่งมนุษย์ก็ได้ส่ง Kyle Reese มาเพื่อช่วยเธอ และเขาก็ได้กลายเป็นพ่อของ John ซึ่งต่อมาในภาค 2 Terminator 2: Judgment Day Sarah Connor ได้เจอกับหุ่น T-800 อีกครั้งแต่คราวนี้มันถูกส่งมาโดยฝั่งมนุษย์ให้มาปกป้อง John ที่โตขึ้นมาเป็นเด็กวัยรุ่น ส่วนฝั่ง Skynet ก็ได้ส่ง T-1000 (แสดงโดย Robert Patrick) หุ่นยนต์เหล็กไหลเวอร์ชันอัพเกรดมาเพื่อสังหาร John ทำให้การต่อสู้ของพวกเขาได้เริ่มตึ้นอีกครั้ง

เกร็ดน่ารู้: เรื่องหลัก ๆ ก็มี 2 ภาคแรกที่เรียกได้ว่าเป็นเนื้อหาใจความสำคัญก่อนที่ภาคอื่นๆ และเวอร์ชั่นซีรีส์นำไปต่อยอดแต่ก็ยังไม่มีภาคไหนที่ทำออกมาแล้วน่าพอใจเชิดหน้าชูตาได้ เป็นหนึ่งในหนังที่คนยุค 80s-90s ต้องได้ดูและจดจำจนถึงทุกวันนี้ในฐานะหนังแห่งยุคที่สร้างตำนานมากมาย โดยเฉพาะสร้างชื่อให้กับ Arnold Schwarzenegger จนได้รับฉายาคนเหล็ก และเป็นเจ้าของประโยคอมตะ I’ll Be Back ก่อนที่เขาจะกลับมาในภาคสุดท้าย Terminator: Dark Fate (2019) ที่เขาได้ปิดฉากการรับบท T-800 ไปแล้ว หนัง Terminator 2: Judgment Day เป็นภาคเดียวที่ได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัลออสการ์ โดยเข้าชิงมากถึง 6 สาขา และชนะไป 4 สาขา คือ Best Visual Effects, Best Sound Effects Editing, Best Sound และ Best Make-Up

Photo Credit :IMDB © 1991 – TriStar Pictures

Credit: IMDB © 2013 – Universal Pictures
Credit: IMDB © 2013 – Universal Pictures
Credit: IMDB © 2013 – Universal Pictures
Credit: IMDB © 2013 – Universal Pictures

About Time (2013)

ผู้กำกับ Richard Curtis (ริชาร์ด เคอร์ติส)

นักแสดงนำ: Domhnall Gleeson (โดนัล กลีสัน) , Rachel McAdams (เรเชล แมคอดัมส์) และ Bill Nighy (บิล ไนห์)

หนังรักข้ามเวลาที่ทำให้หลายคนเสียน้ำตา แม้ว่าจะไม่เชิงเป็นหนังไซไฟเพราะเล่าเรื่องของพลังข้ามเวลาจากรุ่นมาสู่รุ่น สิ่งที่ต้องทำก็เพียงเข้าไปยืนในที่มืดๆ กำมือแน่น ๆ แล้วนึกถึงช่วงเวลาที่อยากย้อนกลับไปเท่านั้น วันหนึ่งเจมส์ก็ได้รู้ความลับของครอบครัวผ่านทางพ่อของเขา ทำให้เขาใช้พลังนี้ในการจีบแมรี่ สาวสวยที่เขาปิ๊งรักเธอสุดหัวใจ และใช้มันเพื่อทำให้ชีวิตสะดวกมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ แต่แล้วเมื่อถึงวันหนึ่งเขาก็ได้รู้ว่าการใช้พลังของเขาก็มีข้อจำกัด และมันจำเป็นที่ต้องเลือกที่จะปล่อยอดีตไปเพื่อก้าวเข้าสู่อนาคต

เกร็ดน่ารู้: Zooey Deschanel เคยได้รับการวางตัวให้รับบทแมรี่ นางเอกของเรื่องแต่ว่าเนื่องจากคิวไม่ลงตัว Rachel McAdams เลยได้รับบทนี้ แม้ว่าจะมีผลงานเขียนบทมากมาย รวมถึงมีผลงานการกำกับซีรีส์และหนังโทรทัศน์ แต่ว่า About Time เป็นหนังเพียงแค่เรื่องที่ 3 ที่ Richard Curtis เป็นผู้กำกับ และแม้ว่ามันจะเป็นหนังที่เต็มไปด้วยช่องโหว่ในเงื่อนไขการข้ามเวลา แต่มันก็ทดแทนด้วยเนื้อหาที่ซาบซึ้งใจจนหลายคนน้ำตากลบหน้าจนมองผ่านข้อด้อยบางอย่างของหนังไป และยกให้เป็นหนึ่งในหนังรักที่ประทับใจที่สุดเรื่องหนึ่ง

Photo Credit: IMDB © 2013 – Universal Pictures

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...