Singtel ปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล มุ่งขยายไปสู่ศูนย์ข้อมูล หลังธุรกิจโทรคมนาคมอิ่มตัว
Singtel บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ของสิงคโปร์ มุ่งขยายธุรกิจไปสู่ศูนย์ข้อมูลและไอที หลังธุรกิจโทรคมนาคมอิ่มตัว
วันที่ 13 กันยายน 2567 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า สิงคโปร์ เทเลคอมมูนิเคชันส์ (Singapore Telecommunications) หรือ Singtel บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ของสิงคโปร์ กำลังมุ่งเน้นไปที่การขยายธุรกิจศูนย์ข้อมูลและไอทีเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต ในขณะที่การดำเนินงานหลักด้านโทรคมนาคมของบริษัทชะลอตัวลงในตลาดที่อิ่มตัวแล้ว
หุ้นของ Singtel พุ่งขึ้นมากกว่า 30% ในปีนี้ ซึ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อกลยุทธ์ใหม่ของบริษัท
ในช่วงปลายเดือนส.ค. Singtel ได้ร่วมมือกับ ฮิตาชิ (Hitachi) เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลในญี่ปุ่นและตลาดอื่น ๆ ของเอเชีย โดยใช้เทคโนโลยีพลังงานและระบบระบายความร้อนของ Hitachi โดยนับเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่กว้างขึ้นของSingtel ในการขยายการดำเนินงานศูนย์ข้อมูลในเอเชีย หลังจากการปรับโครงสร้างองค์กรในปี 2566 ซึ่งก่อให้เกิดแผนกโครงสร้างพื้นฐานใหม่ นอกจากนี้แล้ว Singtelก็กำลังร่วมมือกับอินวิเดีย (Nvidia) เพื่อบูรณาการปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) เข้ากับศูนย์ข้อมูล โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตให้เกิน 200 เมกะวัตต์ภายในระยะเวลา 3 ปี
Singtelยังดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกอีกด้วย โดยในเดือนมิ.ย. บริษัทได้ลงทุน 1.75 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ใน ST Telemedia Global Data Centres ร่วมกับ KKR ของสหรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เข้าซื้อหุ้น 20% ในธุรกิจศูนย์ข้อมูลของSingtel ด้วยมูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นตามแผนการเติบโต Singtel28 ที่ประกาศเมื่อเดือนพ.ค. ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นผลการดำเนินงานทางการเงินในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยแผนดังกล่าวรวมถึงการขายสินทรัพย์มูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนกิจการใหม่ที่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก เช่น ศูนย์ข้อมูล
ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา Singtelได้เติบโตจนกลายเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการลงทุนในบริษัทสำคัญ ๆ ต่าง ๆ เช่น แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ AIS ในไทย เทลคอมเซล (Telkomsel) ในอินโดนีเซีย โกลบ เทเลคอม (Globe Telecom) ในฟิลิปปินส์ และภารตี แอร์เทล (Bharti Airtel) ในอินเดีย
อย่างไรก็ตาม ตลาดโทรคมนาคมหลักในสิงคโปร์และออสเตรเลีย ซึ่งคิดเป็นเกือบ 80% ของรายได้กำลังจะถึงจุดอิ่มตัว Singtelจึงมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเพื่อการเติบโตในอนาคต โดยในปีงบการเงินสิ้นสุดเดือนมี.ค. รายได้จากสิงคโปร์ลดลง 2.4% สู่ระดับ 3.89 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์และออสเตรเลียลดลง 5.8% สู่ระดับ 7.13 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์
ทั้งนี้ Singtel ได้ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่โดยการรวมธุรกิจผู้บริโภคและธุรกิจองค์กรในสิงคโปร์เข้าด้วยกัน และจัดตั้งหน่วยโครงสร้างพื้นฐานแยกต่างหากที่เรียกว่า Digital InfraCo นอกจากนี้แล้ว บริษัทยังได้ขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักและบริษัทในเครือมูลค่าประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และใช้เงินที่ได้จากการขายไปลงทุนในพื้นที่ที่มีการเติบโต เช่น ศูนย์ข้อมูลและระบบไอที
อ้างอิง : asia.nikkei.com