โคเปนเฮเกน: รีมิกซ์ประวัติศาสตร์สู่ตำนานเมืองน่าอยู่บทใหม่
โคเปนเฮเกนเป็นเสมือนภาพสะท้อนของนิทานสมัยใหม่ที่มีตอนจบแสนสุข เมืองหลวงของเดนมาร์กแห่งนี้ผสมผสานระหว่างอดีตอันรุ่งโรจน์และปัจจุบันอันก้าวหน้า จากตำนานไวกิ้งผู้ดุดันสู่สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ และยังรายล้อมไปด้วยปราสาทพระราชวังที่ยังคงมีเจ้าชายและเจ้าหญิงอาศัยอยู่จริง
Otra ruta / Pexels
ราชวงศ์อันเป็นที่รัก
ราชวงศ์เดนมาร์ก นับเป็นหนึ่งในราชวงศ์เก่าแก่ที่สุดในโลกที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 ทรงประกาศสละราชสมบัติ เปิดทางให้พระโอรสคือเจ้าชายเฟรเดอริก ในวัย 55 พระชันษาขึ้นครองราชย์ การเปลี่ยนผ่านนี้สะท้อนไปถึงวิสัยทัศน์ใหม่ของราชวงศ์เดนมาร์กที่ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย
เจ้าชายเฟรเดอริกทรงเป็นตัวแทนของราชวงศ์รุ่นใหม่ที่มีความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ซึ่งต่างจากสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 ที่เคยมีพระราชดำรัสว่า ไม่แน่พระทัยว่าการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันนั้นเกิดจากฝีมือมนุษย์ แต่การเสด็จเยือนอาร์กติก ทำให้เจ้าชายเฟรเดอริกทรงเปลี่ยนมุมมองต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศอย่างสิ้นเชิง และทรงเชื่อว่าเป็นหน้าที่ส่วนพระองค์ที่จะต้องแสดงจุดยืนในเรื่องนี้
พระองค์ทรงเข้าร่วมการประชุมด้านสภาพภูมิอากาศขององค์การสหประชาชาติ ทรงมีพระราชดำรัสและให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นสิ่งแวดล้อมหลายครั้ง เน้นย้ำถึงความเร่งด่วนในการแก้ปัญหาและกดดันนักลงทุนให้ใช้เงินทุนในทางที่จะช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน แต่ความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมนี้ก็นำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ว่าการที่สมาชิกราชวงศ์เรียกร้องให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในขณะที่ยังพำนักในพระราชวังและเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวอาจเป็นเรื่องที่ดูย้อนแย้ง
อย่างไรก็ตาม ชาวเดนมาร์กจำนวนมากยังคงมองว่า เจ้าชายเฟรเดอริกและราชวงศ์เป็นตัวแทนของครอบครัวเดนมาร์กสมัยใหม่ เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เจ้าชายเฟรเดอริกทรงเข้าร่วมการแข่งขันวิ่งมาราธอนรวมทั้งการแข่งขันไตรกีฬาในโคเปนเฮเกนร่วมกับประชาชนของพระองค์ และมักจะถูกพบเห็นขณะเดินทางไปรับพระโอรสและพระธิดาที่โรงเรียนด้วยจักรยานเหมือนกับพ่อแม่ชาวเดนมาร์กทั่วไป ด้วยเหตุนี้ ราชวงศ์เดนมาร์กยังคงได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในระดับสูง โดยมากกว่า 75% ของประชากรสนับสนุนระบอบการปกครองที่มีกษัตริย์เป็นประมุข นี่จึงเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า ราชวงศ์เดนมาร์กได้มีการปรับตัว โดยการสร้างภาพลักษณ์ของราชวงศ์สมัยใหม่ที่ใกล้ชิดประชาชน ลดความเป็นทางการและการใช้ชีวิตที่หรูหราลง
การที่ราชวงศ์เดนมาร์กยังคงเป็นที่รักของประชาชน น่าจะเป็นเพราะความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย เข้าใจประชาชน และตอบสนองต่อความท้าทายของโลกปัจจุบันได้อย่างชาญฉลาด นี่คือเคล็ดลับแห่งความสำเร็จที่ทำให้ราชวงศ์ยังคงความสำคัญไว้ได้แม้ในสังคมสมัยใหม่
Febiyan / Unsplash
เมื่ออดีตและปัจจุบันมาบรรจบกันในสถาปัตยกรรม
นอกเหนือจากกลิ่นอายของเมืองโคเปนเฮเกนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของราชวงศ์ซึ่งยังคงปรากฏให้เห็นอยู่จนถึงปัจจุบันแล้ว ทัศนียภาพของเมืองยังผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างประวัติศาสตร์เดนมาร์กผ่านสถาปัตยกรรมอันล้ำสมัย การเดินชมเมืองโคเปนเฮเกนจึงเป็นเสมือนการเดินทางผ่านวิวัฒนาการทางสถาปัตยกรรมนับพันปี ตั้งแต่ยุคกลาง โกธิก เรเนซองส์ บาโรก โรโคโค นีโอคลาสสิก จนถึงโมเดิร์น เมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงในการฟื้นฟูอาคารเก่าด้วยแนวคิดที่เรียบง่ายแต่กล้าหาญ
Martin Robles / Unsplash
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้โคเปนเฮเกนสามารถเป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างอดีตและปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน คือแนวทางการบูรณะและฟื้นฟูอาคารประวัติศาสตร์ ด้วยการเลือกที่จะปรับปรุงอาคารเก่าให้เข้ากับความต้องการในยุคปัจจุบันแทนที่จะทุบทำลายและสร้างใหม่ การบูรณะนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การคงไว้ซึ่งรูปแบบทางสถาปัตยกรรมดั้งเดิม แต่ยังเป็นการรักษาจิตวิญญาณและเรื่องราวของเมืองที่สะสมมานับพันปีเอาไว้ด้วย
ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือการปรับปรุงของ Postgarden ซึ่งเดิมทีเป็นที่ทำการไปรษณีย์เก่า อาคารหลังนี้ได้รับการฟื้นฟูให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ด้วยการเปิดพื้นที่ให้แก่สาธารณชนเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับธุรกิจและการพบปะสังสรรค์ โดยในระหว่างการฟื้นฟูนั้น นักออกแบบได้คำนึงถึงการรักษาลักษณะเดิมของอาคารไว้ให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งเพิ่มเติมความทันสมัยเข้าไปเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป Postgarden จึงกลายเป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อระหว่างอดีตและปัจจุบันได้อย่างลงตัว
นอกจากแนวทางการปรับปรุงอาคารเดิมแล้ว การผนวกพื้นที่ใหม่เข้าไปในอาคารประวัติศาสตร์ยังเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าสนใจ อย่างเช่นกรณีของ Grøndalsvængets School ที่มีการขยายพื้นที่ด้วยการสร้างอาคารใหม่สองหลังซึ่งออกแบบให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ดั้งเดิมของโรงเรียน และเพื่อเป็นการลงทุนในระยะยาว จุดเด่นของอาคารที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จึงได้เลือกใช้วัสดุที่ยั่งยืนและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ แนวคิดนี้สะท้อนถึงความพยายามในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของโคเปนเฮเกน และช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของเมืองที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ได้อีกด้วย
The Silo ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจของการฟื้นฟูอาคารเก่าในโคเปนเฮเกน โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงท่าเรือฝั่งเหนือ โดยนำอาคารเก็บเมล็ดพันธุ์พืชเก่ามาแปลงโฉมใหม่อย่างสร้างสรรค์ แนวคิดหลักของการฟื้นฟูคือการรักษาเสน่ห์ดั้งเดิมของพื้นที่ภายในไว้เพื่อเก็บรักษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเขตอุตสาหกรรมในพื้นที่ ขณะเดียวกันก็ได้ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ภายนอกให้ทันสมัยและโดดเด่น จนทำให้อาคารแห่งนี้มีรูปแบบเฉพาะตัวและสะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างความเก่าแก่และความร่วมสมัยไว้ได้อย่างลงตัว
โคเปนเฮเกนจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีต แต่ยังเป็นเมืองทันสมัยที่สร้างความเชื่อมโยงระหว่างประวัติศาสตร์ ปัจจุบัน และอนาคตได้อย่างชาญฉลาด ผ่านการฟื้นฟูและพัฒนาอาคารเก่าให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง การอนุรักษ์ในมิติใหม่นี้ ไม่เพียงแต่รักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเมืองไว้เท่านั้น แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้เมืองสามารถเผชิญกับความท้าทายของโลกยุคใหม่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
รู้หรือไม่?
โคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์ก ไม่เพียงแต่มีชื่อเสียงในด้านประวัติศาสตร์ของราชวงศ์อันยาวนานและสถาปัตยกรรมที่สร้างสรรค์เท่านั้น แต่ยังมีความมุ่งมั่นในการเป็นเมืองที่ยั่งยืนอีกด้วย เมืองนี้ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง โดยมีระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขี่จักรยานที่ครอบคลุมทั่วทั้งเมือง และประชาชนกว่า 60% เลือกที่จะเดินทางด้วยจักรยานทุกวัน นอกจากนี้ โคเปนเฮเกนยังได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายในการเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของโลกที่ปลอดคาร์บอนภายในปี 2025
ที่มา : บทความ “Copenhagen Aims To Be World's First Carbon Neutral Capital By 2025” โดย David Nikel
บทความ “Copenhagen: More Than Bike Lanes” โดย Joe Cortright
บทความ “Denmark’s King-to-Be: A Modern, Climate-Friendly Monarch” โดย Maya Tekeli และ Emma Bubola
บทความ “Refurbishment: Reviving Historic Copenhagen with Modern Design” จาก archdaily.com
บทความ “How Copenhagen became an architecture and design paragon” จาก visitcopenhagen.com
บทความ “Why Copenhagen is a modern day fairy tale” จาก visitcopenhagen.com
เรื่อง : วรรณเพ็ญ บุญเพ็ญ