โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

[บทความ] สรุปเรื่องราว ทำไม ‘เซอร์ อเล็กซ์’ ถึงโดนปลดออกจากแมนฯ ยูไนเต็ด

BT Beartai

อัพเดต 18 ต.ค. 2567 เวลา 13.11 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2567 เวลา 04.42 น.
[บทความ] สรุปเรื่องราว ทำไม ‘เซอร์ อเล็กซ์’ ถึงโดนปลดออกจากแมนฯ ยูไนเต็ด

นับเป็นเรื่องราวประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงในช่วงไม่กี่วันมานี้ สำหรับเหตุการณ์ที่ ‘เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน’ สุดยอดตำนานกุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดนปลดออกจากการเป็นทูตสโมสร ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน ด้วยความที่ เซอร์ อเล็กซ์ เปรียบเสมือน ไอคอนและปูชนียบุคคลของแมนฯ ยูไนเต็ด ทำให้เรื่องนี้สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลจำนวนมาก

ซึ่งอะไรเป็นสาเหตุทำให้บอร์ดบริหารแมนยู (INEOS) ตัดสินใจแบบนี้ การปลดเซอร์ อเล็กซ์ สมควรแล้วจริงหรอ และ เรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไร เราจะพาไปหาคำตอบกัน

การเข้ามาของกลุ่ม INEOS

นับตั้งแต่การเข้ามาซื้อหุ้นสโมสรของกลุ่มทุน INEOS ที่นำโดย เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายภายในสโมสรแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนแปลงบอร์ดบริหาร, นโยบายการทำทีม, การเซ็นสัญญานักเตะ รวมไปถึงการปรับโครงสร้างค่าใช้จ่ายของสโมสร

กลุ่ม INEOS มีความตั้งใจและพยายามที่จะลดค่าใช้จ่ายของสโมสรที่ไม่จำเป็นออก เพื่อให้สโมสรมีตัวเลขขาดทุนน้อยลง เพื่อให้สอดคล้องกฎการเงินพรีเมียร์ลีก(PSR) ส่งผลให้เหล่าผู้บริหารและพนักงานทั่วไปได้รับผลกระทบกันอย่างถ้วนหน้า ไล่ตั้งแต่

  • การยกเลิกคนขับรถส่วนตัวของผู้บริหารสโมสร
  • การยกเลิกบัตรเครดิตของทางบริษัท
  • การยกเลิกรถบัสที่จะพาพนักงานไปชมการแข่งขันในเกมเยือน
  • การยกเลิกตั๋วฟุตบอล ที่พนักงานสามารถนำไปให้ผู้ติดตามได้
  • การยกเลิกอาหารกลางวันของทีมงานในแมตช์เดย์
  • การยกเลิกปาร์ตี้คริสต์มาสของพนักงาน
  • การปลดพนักงานรวมทั้งสิ้น 250 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การปลด เซอร์ อเล็กซ์ ออกจากตำแหน่งทูตสโมสร

สาเหตุที่ปลด เซอร์ อเล็กซ์

นับตั้งแต่ เซอร์ อเล็ก วางมือจากเป็นกุนซือของแมนฯยูไนเต็ด ในปี 2013 หลังจากนั้น เซอร์ อเล็กซ์ ก็ได้ถูกแต่งตั้งเป็น ผู้อำนวยการสโมสร และ ทูตสโมสร ตั้งแต่ในปีนั้นเพื่อเป็นการให้เกียรติสิ่งที่เซอร์ อเล็กซ์ได้สร้างมา โดยรายได้ที่เซอร์ อเล็กซ์ ไดรับของ 2 ตำแหน่งนี้ อยู่ที่ปีละ 2.16 ล้านปอนด์ (ประมาณ 93 ล้านบาท) ซึ่งถ้านับรวมทั้งหมดจนถึงตอนนี้ 11 ปีเต็ม แมนฯ ยูไนเต็ด เสียเงินตรงนี้ไปแล้วกว่า 23.76 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,023 ล้านบาท)

ซึ่งจากที่กล่าวมาข้างต้นว่า กลุ่ม INEOS มีความต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก จึงได้ตัดสินใจเดินทางไปเจรจาหารือร่วมกับเซอร์ อเล็กซ์ โดยตรง พร้อมบอกเหตุผล และ สถานการณ์ทีมในขณะนี้ว่าทางสโมสรจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายจริง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎการเงินพรีเมียร์ลีก ตามรายงานระบุว่า ทางฝั่งเซอร์ อเล็กซ์ก็เข้าใจ และ ไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจแต่อย่างไร โดยยินยอมยุติสัญญาหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้

กระแสหลังการปลด เซอร์ อเล็กซ์

แน่นอนว่าหลังจากที่ข่าวปลด เซอร์ อเล็กซ์ หลุดออกมา ก็ได้เกิดกระแสแฟนบอลที่แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ทั้งฝั่งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฝั่งกระแสแฟนบอลที่เห็นด้วย ก็มองว่าในแง่ของธุรกิจ การลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็นออกเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพื่อที่จะเอาเงินในส่วนนี้ไปพัฒนาในส่วนอื่น ๆ อีกทั้ง เซอร์ อเล็กซ์ อายุก็จะ 83 แล้ว แฟนบอลควรมูฟออนและเดินหน้าสู่ยุคใหม่ได้แล้ว

แต่อย่างไรก็ดี กระแสแฟนบอลอีกฝั่งที่ไม่เห็นด้วย ก็มองว่าสิ่งที่ เซอร์ อเล็กซ์ ทำอะไรให้กับสโมสรมามากมาย กับเงินแค่ 2.16 ล้านปอนด์ต่อปี กับสโมสรระดับแมนฯยูไนเต็ด ไม่น่าหนักหนาเกินไป การกระทำในครั้งนี้มันเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติกับบุคคลที่สร้างแมนยูไนเต็ดมาเกือบทั้งชีวิตของเขา

ด้าน เอริค คันโตน่า ตำนานสโมสรได้ออกมาโพสต์แสดงความคิดเห็นไว้ว่า

“เซอร์ อเล็กซ์ สามารถทำอะไรก็ได้ ที่เขาต้องการกับสโมสรนี้ จนถึงวันที่เขาจากโลกนี้ไป นี่คือการกระทำที่ขาดความเคารพอย่างสิ้นเชิง เซอร์ อเล็กซ์ จะเจ้านายของผมตลอดไป ส่วนคนอื่น ๆ ที่เหลือ (บอร์ดบริหาร) กูอยากโยนพวกมันทิ้งลงถุงขี้ให้หมด”

การปลดเซอร์ อเล็กซ์ สมควรแล้วจริงหรอ

คำตอบของคำถามนี้ก็ขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละคนที่มอง ซึ่งถ้ามองในเรื่องธุรกิจก็สิ่งที่เข้าใจ เนื่องจากในปัจจุบันกฎการเงินพรีเมียร์ลีกเข้ามามีบทบาทจำนวนมากต่อการตัดสินใจในหลาย ๆ เรื่อง การที่สามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็นลงได้ ก็เป็นเรื่องปกติที่หลายสโมสรจำเป็นต้องทำ แต่ถ้ามองในแง่ของความรู้สึก ก็เข้าใจได้ที่แฟนบอลบางส่วนรวมไปถึงตำนานสโมสรจะไม่พอใจ แต่สุดท้ายในเมื่อบอร์ดบริหารได้ตัดสินใจไปแล้ว ก็ต้องยอมรับและมูฟออนเดินหน้าต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...