วิเคราะห์ 4 ปัจจัยพา ‘CPALL’ เด่นสุดกลุ่มพาณิชย์
The Bangkok Insight
อัพเดต 14 ต.ค. 2567 เวลา 09.08 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2567 เวลา 09.03 น. • The Bangkok Insightวิเคราะห์ 4 ปัจจัยพา "CPALL" เด่นสุดกลุ่มพาณิชย์ ช่วงครึ่งปีหลัง 2567
ถ้าจะพูดถึงหุ้นที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มพาณิชย์ เชื่อเลยว่าในเวลานี้สายตานักลงทุนคงจับจ้องไปที่ CPALL หรือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้นำในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง เจ้าของร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven รวมทั้งยังมีการลงทุนในธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง Marko และ Lotus’s ผ่านการถือหุ้นใหญ่ใน CPAXT หรือ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)
ล่าสุดบทวิเคราะห์ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX Research) เปิดเผยมุมมองการลงทุนว่า CPALL คาดจะเติบโตโดดเด่นที่สุดในหุ้นกลุ่มพาณิชย์ของช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ประกอบด้วย 4 ปัจจัยสำคัญ ดังนี้
ปัจจัยที่ 1 ยอดขายของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ: ประเมินว่ากลุ่มธุรกิจ CVS (Convenience Store) หรือร้านสะดวกซื้อ จะมียอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้นผ่านทางยอดขายสาขาเดิม (SSS) เติบโต รวมทั้งการขยายสาขาเพิ่มขึ้น 150 สาขาเป็น 15,000 สาขา เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงปีก่อน
ปัจจัยที่ 2 อัตรากำไรขั้นต้น: คาดจะดีขึ้นจากการผสมผสานของสินค้าภายในร้านของธุรกิจ CVS จะอยู่ที่ 27.5% เพิ่มขึ้น 50 bps จากช่วงปีก่อน เป็นผลมาจากยอดขายสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว และ Ready to Eat ที่ให้มาร์จินสูง ซึ่งสูงขึ้นจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวและการซื้อแบบไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้าเพิ่มมากขึ้น ส่วนยอดขายบุหรี่ที่ให้มาร์จินต่ำนั้นลดลงจากปัจจัยฤดูกาล
ปัจจัยที่ 3 อัตราส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ต่อยอดขายของธุรกิจ CVS: คาดจะอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ โดยมีค่าไฟฟ้าลดลงและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มขึ้นช้ากว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้น
ปัจจัยที่ 4 ส่วนแบ่งกำไรจาก CPAXT จะเพิ่มขึ้น: คาดการณ์กำไรปกติไตรมาส 3/2567 อยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงปีก่อน เนื่องจากยอดขายและ EBIT Margin ที่ดีขึ้น เพราะอัตรากำไรขั้นต้นกว้างขึ้นจากธุรกิจ B2B และธุรกิจ B2C โดยมียอดขายที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น รวมถึงมีอัตราส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ต่อยอดขายที่ลดลงจากปัจจัยฤดูกาล
ดังนั้น จึงประเมินแนวโน้มไตรมาส 3/2567 ของ CPALL คาดว่าจะรายงานกำไรปกติที่ 6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% จากช่วงปีก่อน โดยเป็นการเติบโต YoY ดีที่สุดในกลุ่มพาณิชย์ ได้แรงหนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และกระแสตอบรับที่น่าพอใจต่อแคมเปญแสตมป์ในปีนี้ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม ถึง 23 พฤศจิกายน 2567
นอกจากนี้ ยังไม่ได้รวมอัพไซด์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการแจกเงินสด 10,000 บาทให้แก่กลุ่มเปราะบางจำนวน 14.5 ล้านคน เริ่มวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา หรือการแจกเงิน 10,000 บาทที่รัฐบาลตั้งเป้าแจกให้กับประชาชน 30 ล้านคน ที่เหลือภายใต้โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งยังไม่มีรายละเอียดและระยะเวลาของมาตรการที่ชัดเจน รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเข้ามาไว้ในประมาณการ
สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจประเมินว่า SSS Growth ที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1% ในธุรกิจ CVS และ CPAXT จะหนุนให้กำไรของ CPALL เพิ่มขึ้น 0.7% และ 0.4% ตามลำดับ ส่วนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยประเมินว่าการลดอัตราดอกเบี้ยลงทุกๆ 25 bps จะหนุนให้กำไรของ CPALL เพิ่มขึ้น 0.7%
นักเศรษฐศาสตร์ของ InnovestX คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลง 100 bps ในระยะ 12 เดือนข้างหน้า เริ่มด้วยการปรับลง 50 bps ในไตรมาส 4/67 และปรับลงอีก 50 bps ในครึ่งแรกของปี 2568 ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น กำไรของ CPALL จะมีอัพไซด์ประมาณ 3%
กลยุทธ์การลงทุนหุ้น CPALL
บทวิเคราะห์ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ให้คำแนะนำ Outperform สำหรับ CPALL โดยให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2568 ที่ 80 บาทต่อหุ้น ในขณะที่ Valuation ก็น่าสนใจด้วยการเทรดที่ P/E ปี 2567 ระดับ 25 เท่า หรือ -2 S.D. จาก P/E เฉลี่ย 10 ปี
โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น CPALL ปรับตัวเพิ่มขึ้น 18.64% อยู่ที่ 65.25 บาทต่อหุ้น ขณะที่ SET Index ปรับขึ้น 4.59% อยู่ที่ 1,470.10 จุด (ข้อมูล ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2567)
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- รีวิวกำไร 'CPALL' และ 'CPAXT' ไตรมาส 2 แกร่งกว่าคาด!
- 'ซีพี ออลล์' รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2567 ตามหลักธรรมาภิบาล
- กรมกิจการเด็กและเยาวชน ผนึก ซีพีออลล์ จัดโครงการ '7 GO GREEN ยุวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม'
ติดตามเราได้ที่