โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Gluten Free คืออะไร ดีต่อสุขภาพจริงหรือ?

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 14 ต.ค. 2567 เวลา 08.49 น.

กระแสรักสุขภาพกำลังมาแรง ทำให้ Gluten Free หรือผลิตภัณฑ์อาหารปลอดกลูเตนได้รับความนิยมอย่างมาก หลายคนจึงอาจเข้าใจว่าสินค้าแปะฉลาก Gluten Free ต้องเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพแน่นอน แต่แท้จริงแล้ว Gluten Free คืออะไร ดีต่อสุขภาพของทุกคนจริงหรือไม่ และจำเป็นมากน้อยแค่ไหนในการเลือกรับประทาน?

Gluten Free ดียังไง ทำไมต้องรับประทาน?

Gluten Free เป็นผลิตภัณฑ์ปราศจากโปรตีนกลูเตน ซึ่งเป็นสารที่พบอยู่ในธัญพืชจำพวกข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ ข้าวทริทิเคลีที่เป็นธัญพืชผสมข้ามพันธุ์ระหว่างข้าวสาลีกับข้าวไรย์ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ทำจากแป้งสาลีหรือธัญพืชเหล่านี้ด้วย ดังนั้น จึงอาจพบกลูเตนได้ในซุปข้น ซอส เครื่องดื่ม วิตามิน หรืออาหารเสริมบางตัว เช่น ซอสถั่วเหลือง เบียร์ ผลิตภัณฑ์จากมอลต์ ขนมปัง พาสต้า เค้ก หรือน้ำสลัด เป็นต้น

คนเลือกรับประทานอาหาร Gluten Free ด้วยหลายเหตุผล แต่สาเหตุหลักมาจากสภาวะของร่างกายไม่เอื้อต่อการรับประทานโปรตีนกลูเตน เช่น แพ้กลูเตน ภาวะไวต่อกลูเตน แพ้ข้าวสาลี มีผื่นคันแบบ Dermatitis Herpetiformis มีปฏิกิริยาแพ้ภูมิตนเองจากการรับประทานกลูเตน (Gluten Ataxia) โรคเซลิแอค (Coeliac Disease) โรคลำไส้แปรปรวน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม หลายคนยังเชื่อว่าอาหาร Gluten Free มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง เช่น ลดน้ำหนัก บรรเทาอาการจากโรคซึมเศร้า ปวดศีรษะ อ่อนเพลียเรื้อรัง หรือช่วยให้รู้สึกกระฉับกระเฉง เป็นต้น จึงเป็นแรงจูงใจให้คนทั่วไปเลี่ยงการรับประทานผลิตภัณฑ์จากข้าวสาลีและธัญพืชที่มีกลูเตน แต่งานวิจัยเกี่ยวกับประโยชน์ของอาหาร Gluten Free ที่ค้นคว้าในคนสุขภาพแข็งแรงปกติยังมีอยู่น้อยมาก

Gluten Free ดีสำหรับทุกคนหรือไม่?

อันดับแรก ต้องแยกจุดประสงค์ในการรับประทาน Gluten Free สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นทางสุขภาพและคนปกติก่อน เพราะอาหารประเภท Gluten Free เปรียบเสมือนวิธีการรักษาอาการแพ้กลูเตนแบบหนึ่ง และจำเป็นสำหรับผู้ที่แพ้กลูเตนหรือเป็นโรคระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องจากกลูเตน แต่คนทั่วไปอาจใช้เป็นทางเลือกในการรับประทานอาหารเท่านั้น ดังนั้น การรับประทานอาหารประเภท Gluten Free จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการผิดปกติด้านสุขภาพมากกว่าคนทั่วไป เพราะกลูเตนปริมาณน้อยนิดอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเซลิแอคที่เป็นโรคระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งหากได้รับกลูเตนเพียง 50 มิลลิกรัมก็สามารถทำลายเยื่อบุลำไส้เล็กได้ ส่งผลให้ดูดซึมสารอาหารน้อยลงและนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น โรคกระดูกพรุน ภาวะมีลูกยาก เส้นประสาทได้รับความเสียหาย เกิดอาการชัก เป็นต้น ส่วนคนที่มีอาการแพ้กลูเตนหรือภาวะไวต่อกลูเตนมักมีอาการคล้ายกับผู้ป่วยโรคเซลิแอค แต่ส่วนใหญ่เป็นอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร และไม่ได้ทำลายเยื่อบุลำไส้

สำหรับคนทั่วไป สามารถรับประทานอาหารประเภท Gluten Free ได้ แต่ไม่ควรรับประทานเป็นประจำหรือทดแทนอาหารมื้อปกติ เพราะอาจนำไปสู่ภาวะขาดสารอาหารและเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจากการขาดสารอาหารสำคัญ เช่น วิตามิน แร่ธาตุ ไฟเบอร์ หรือสารอาหารที่ผู้ผลิตเสริมลงไปอย่างวิตามินบีหรือกรดโฟลิคในขนมปังและซีเรียล เป็นต้น

จึงกล่าวได้ว่า อาหารประเภท Gluten Free ไม่ได้ดีต่อสุขภาพของทุกคนเสมอไป หากรับประทานอาหารประเภทนี้ก็ควรคำนึงถึงผลที่ตามมาด้วย คนสุขภาพแข็งแรงอาจไม่มีความจำเป็นเท่าคนที่มีอาการแพ้กลูเตน แต่สามารถรับประทานได้เป็นครั้งคราว นอกจากนี้ หากสงสัยว่าตนมีอาการแพ้กลูเตน ควรไปพบแพทย์และรับการตรวจเลือดก่อน ไม่ควรตัดสินใจรับประทานอาหาร Gluten Free ด้วยตนเอง

อาหาร Gluten Free มีอะไรบ้าง และอะไรที่ไม่ควรรับประทาน?

การรับประทานอาหารประเภท Gluten Free ควรใส่ใจเรื่องส่วนผสมในอาหารและข้อมูลทางโภชนาการบนผลิตภัณฑ์ด้วย เนื่องจากอาจมีกลูเตนเป็นส่วนผสมอยู่ ทั้งนี้ อาหาร Gluten Free ตามธรรมชาติมีอยู่หลายชนิด แต่ต้องเลือกชนิดที่ไม่ได้ผ่านกรรมวิธีเติมวัตถุเจือปนที่มีกลูเตนอยู่ เช่น

* พืชตระกูลถั่วต่างๆ
* ไข่
* เนื้อสัตว์สีแดง เนื้อปลา เนื้อไก่
* ผักและผลไม้สด
* ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นมสด โยเกิร์ตสูตรธรรมชาติ เนย เป็นต้น
* ธัญพืชหรือเมล็ดพืชที่ระบุว่าไม่มีส่วนผสมของกลูเตน เช่น ข้าว ควินัว ข้าวโพด เมล็ดแฟลกซ์ เป็นต้น

ผู้ที่มีภาวะแพ้กลูเตนควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมจากข้าวสาลีหรือแป้งสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ ข้าวทริทิเคลี มอลต์ บริเวอร์ยีสต์ (Brewer's Yeast) หรือข้าวโอ๊ตบางชนิด เนื่องจากมีโอกาสเจือปนกับเมล็ดพืชหรือธัญพืชอื่นที่มีกลูเตนในกระบวนการผลิตได้ ยกเว้นจะมีการระบุไว้บนผลิตภัณฑ์อย่างแน่ชัดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ Gluten Free

คำแนะนำสำหรับผู้เริ่มรับประทานอาหาร Gluten Free

สิ่งสำคัญสำหรับผู้แพ้กลูเตนหรือป่วยโรคเซลิแอค คือ ต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของกลูเตน โดยควรศึกษาฉลากข้อมูลโภชนาการของอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มใด ๆ ก่อนรับประทานเสมอ เพื่อดูส่วนประกอบสำคัญที่อาจมีกลูเตนรูปแบบต่าง ๆ ผสมอยู่ แต่โดยทั่วไปสินค้า Gluten Free มักมีป้ายบอกไว้บนผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยา วิตามิน และอาหารเสริมบางชนิดก็อาจมีส่วนผสมของกลูเตนปะปนอยู่ ผู้ที่มีอาการแพ้กลูเตนจึงควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับยาที่กำลังรับประทาน และอ่านฉลากก่อนใช้ยาใดๆ ทุกครั้ง

ส่วนการทำอาหารรับประทานเองก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดี เพราะสามารถเลือกส่วนผสมที่ปราศจากกลูเตนได้แน่นอน ซึ่งก่อนการปรุงอาหารก็ควรทำความสะอาดบริเวณนั้นให้สะอาด ด้านวัตถุดิบในการทำอาหารก็ควรแยกเก็บคนละที่กับอาหารปกติ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนกับวัตถุดิบที่มีกลูเตน กรณีที่ต้องรับประทานอาหารนอกบ้านก็ควรสอบถามหรืออ่านรายละเอียดส่วนผสมในเมนูนั้นให้เรียบร้อยก่อน บางร้านก็สามารถสั่งเป็นเมนูพิเศษสำหรับผู้ที่มีภาวะทางการแพทย์อย่างการแพ้กลูเตนโดยเฉพาะได้ อีกทั้งอาจเลือกใช้บริการร้านอาหารในช่วงเวลาที่มีคนไม่มาก เพื่อช่วยให้ร้านสามารถทำตามคำขอได้อย่างถูกต้อง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...