โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 Trends ESG Outlook “เร็ว แรง ทะลุทุกเทรนด์”

Wealthy Thai

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2567 เวลา 05.58 น.

โดย:บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด

Sustainability: หากเราได้ลองค้นหาคำว่า ‘เทรนด์โลก’ หรือ ‘Global Trend’ ปี 2024 คงจะพอคาดการณ์ได้ว่าเทรนด์หนึ่งที่จะต้องติดอันดับการค้นหา คงหนีไม่พ้นเรื่องของ ESG แม้ว่าการคาดการณ์ของหลายสื่อจะพูดไปในทิศทางเดียวกันว่าทั่วโลกกำลังจะเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ แต่เทรนด์ ESG หรือเทรนด์ความยั่งยืนจะกลายเป็นหนึ่งในหลักปัจจัยพื้นฐานของคนทำธุรกิจ นักลงทุน และผู้บริโภค
ในปี 2024 เทรนด์ในอนาคตจะได้เห็นการลงทุนสีเขียว และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นมากขึ้น นอกจากนี้ John Marchisin กรรมการผู้จัดการของบริษัทที่ปรึกษา AArete ยังกล่าวอีกว่าปี 2024 จะเป็น ‘ปีแห่งการปฏิบัติตาม’ (The Year of Compliance) ซึ่งแนวทางการรายงานความยั่งยืนของบริษัทต่างๆ จะเปลี่ยนจากแบบสมัครใจ (Voluntary) ในการเปิดเผยข้อมูล ไปสู่แบบบังคับ (Mandatory) ที่ทุกบริษัทต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการวัดผล และการรายงานความยั่งยืนตามกฎระเบียบของทางการ
ในปี 2023 ที่ผ่านมา เราได้เห็นภาพการขับเคลื่อนของESG ในด้านต่างๆ เช่น

• การเงินยั่งยืน (Sustainable Finance) ที่องค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
• ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Resilience) ที่ผสมผสานและประยุกต์แนวคิดความยั่งยืนในขั้นตอนการผลิตเช่น การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่มากขึ้น
• สร้างงานสร้างธุรกิจเพื่อเศรษฐกิจพลังงานสะอาด (Clean Energy Economy) ที่หลายๆ ประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักรได้เริ่มเปิดตำแหน่งงานใหม่ๆ ด้านพลังงานสะอาดมากขึ้น

  • ข้อกำหนดใหม่ของรายงานและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม (New Environmental Regulations & Reporting Requirements) ที่เข้มงวดมากขึ้น อาทิ รายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รายงานการบริหารจัดการและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ

แล้วเทรนด์ในปี 2024 จะเป็นเช่นไร?
สรุป5 เทรนด์ไฮไลต์ ESG ปี 2024 ที่ต้องจับตาดูให้ดี

1.Rise of Impact Investing การลงทุนESG จะมาแรงอย่างต่อเนื่อง

การวิจัยจาก ESG Book แสดงให้เห็นว่าพอร์ตการลงทุน ESG ให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นในช่วงห้าปีที่ผ่านมา และผลการดำเนินงานของกองทุน ESG ก็เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปีเช่นเดียวกัน สะท้อนแนวโน้มนักลงทุนที่ให้ความสนใจลงทุนในบริษัทหรือโครงการที่จัดการกับประเด็นระดับโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบรรเทาความยากจน และการเข้าถึงพลังงานสะอาด เป็นต้น
ข้อมูลจาก Bloomberg Intelligence ระบุว่า มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ESG ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการทั่วโลก ณ สิ้นปี 2022 อยู่ที่ประมาณ 41 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 22.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2016 นอกจากนี้ Bloomberg Intelligence ยังประมาณการณ์ด้วยว่าการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ ESG จะมีมูลค่ามากกว่า 50 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2025

2.ข้อกำหนดใหม่ ๆ เกี่ยวกับESG จะมีความเข้มข้นมากขึ้น

ความโปร่งใสเป็นปัจจัยสำคัญในการปลูกฝังความยั่งยืนมาโดยตลอด แต่ในปี 2024 เรื่องนี้จะได้รับการยกระดับไปอีกขั้น ส่งผลให้บริษัทต่างๆ ต้องเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ที่ครอบคลุม และเป็นมาตรฐานมากขึ้น ทั้งประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กรและความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย, ตารางสรุปผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน, ข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาธุรกิจโดยคำนึงถึงประเด็นด้าน ESG ซึ่งผู้ใช้ข้อมูลสามารถติดตามความคืบหน้าของผลการดำเนินงานด้าน ESG ของบริษัทได้อย่างเป็นรูปธรรม
แต่เนื่องจากข้อกำหนดด้านกฎระเบียบยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง บริษัทต่างๆ จะต้องปรับตัว และปรับปรุงแนวทางการทำรายงาน ESG ของตัวเองเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุน และสอดคล้องกับมาตรฐานของหน่วยงานกำกับดูแลด้วย

3.หมดยุคของการ ‘ฟอกเขียว’ หรือGreenwashing

Greenwashing คือการที่ธุรกิจ หรือองค์กรสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้าน ESG แต่ไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ให้ออกมาได้ตามที่ได้เคยกล่าวเอาไว้ เปรียบเสมือนการหลอกลวงผู้บริโภคกับนักลงทุนนั่นเอง ในปี 2024 จึงเป็นอีกปีที่หลายประเทศเข้มข้นในเรื่องนี้มาก ถึงขั้นบางองค์กรอาจโดน ‘แบน’ ได้เลยทีเดียว เช่น ในฝั่งของยุโรปและอเมริกา พบเจอเหตุการณ์ฟอกเขียวในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศถึง 70%

4.เรื่องความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน และScope 3 Emissions ยังเป็นเรื่องต้องโฟกัส

Scope 3 Emissions คือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ (Other Indirect Emissions) ได้แก่ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ นอกเหนือจากที่ระบุใน Scope 1 และ Scope 2 เช่น วัตถุดิบตั้งต้นที่ซื้อมา ของเสียจากกิจกรรมในองค์กร การขนส่งจากผู้ผลิตวัตถุดิบ การเดินทางที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขององค์กร การเดินทางของลูกค้าและผู้มาติดต่อ การขนส่งและกระจายสินค้า เป็นต้น
ในปี 2024 และต่อจากนี้ บริษัทต่างๆ จะต้องแสดงให้เห็นมากกว่าแค่เรื่องของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง แต่ต้องหาแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ ด้วย ซึ่งรวมถึงการจัดหาวัสดุ กระบวนการผลิต การขนส่ง และการจัดจำหน่ายที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน โดยทุกข้อมูลที่มีการรายงานออกมาผ่านรายงานความยั่งยืนนั้นก็จะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

5.การก้าวมาสู่เทคโนโลยี วัสดุ และวิธีการก่อสร้างแบบใหม่

ข้อมูลจากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า อาคารและการก่อสร้างมีส่วนทำให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนเกือบ 39% ของโลก หากอุตสาหกรรมไม่ลงทุนเพื่อพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมของโลกตั้งแต่ตอนนี้ คาดว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะเพิ่มขึ้นสองเท่าภายในปี 2050
การสำรวจของ McKinsey รายงานว่า 53% ของผู้บริหารในอุตสาหกรรมการก่อสร้างคาดว่าแนวโน้มเรื่องความยั่งยืนในธุรกิจก่อสร้างจะมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว อาทิการผลิตแบบ Modular construction หรือการก่อสร้างแบบสำเร็จรูป ทำให้งานมีคุณภาพแม่นยำ ชิ้นส่วนสำเร็จรูปสามารถผลิตซ้ำได้ง่าย ลดต้นทุนการก่อสร้าง และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าการก่อสร้างโดยตรงที่หน้างาน นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า Modular construction มีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นในประเทศต่าง ๆ เช่น ประเทศสวีเดนมีโครงการก่อสร้างแบบสำเร็จรูปคิดเป็น 45% ของโครงการก่อสร้างทั้งหมด

นี่คือแนวโน้มเทรนด์ ESG ในปี 2024 ที่น่าสนใจ และน่าจับตามองทั้งในมุมของนักธุรกิจและนักลงทุน ในปีนี้ภาพของ ESG จะชัดขึ้นในหลากหลายแง่มุม และจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตของผู้คน
ESG ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องแฟชั่น แต่ยังเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ที่จะช่วยขยายธุรกิจไปสู่ความยั่งยืนในอนาคตได้อย่างแน่นอน
ติดตามข้อมูลการลงทุนอย่างยั่งยืนได้ที่ https://www.uobam.co.th/th/Sustainability
สอบถามข้อมูลหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 0-2786-2222
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...