โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

"ช้างสีดอแก้ว" ถูกยิงบั้นท้ายบาดเจ็บ

Thai PBS

อัพเดต 29 พ.ย. 2564 เวลา 08.04 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2564 เวลา 04.53 น. • Thai PBS

วันนี้ (29 พ.ย. 2564) เกิดเหตุช้างป่า "สีดอแก้ว" หรือ เจ้าแก้ว ช้างอินดี้ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บเข้าบั้นท้าย เมื่อวานนี้ (28 พ.ย.) บริเวณหน้าวัดท่ามะนาว คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา

ภาพ : สุปัญญา เก่งป๊อป เช็งสุทธา

 

นายวีระพงศ์ โคระวัตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เปิดเผยว่า ล่าสุดทางทีมสัตวแพทย์ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบแล้ว เบื้องต้นพบบาดแผลที่ชั้นผิวหนัง และขณะนี้ให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความกับตำรวจ เพื่อตรวจสอบและดำเนินคดีหาผู้กระทำผิดแล้ว

ส่วนแผนที่จะย้ายช้างสีดอแก้ว ยังไม่กำหนดวัน เนื่องจากต้องมีการปรับพฤติกรรม ป้องกันการหนีออกไปสถานกักกันช้างป่าเขาตะกรุบอีก

หลังจากนี้ จะมีประเมินพฤติกรรมช้างสีดอแก้วอีกครั้ง หากไม่ได้รับบาดเจ็บหนักมาก ก็ต้องหาวิธีการย้ายให้เร็วที่สุด และไม่ต้องการใช้วิธีการให้ยาซึม

"ตอนนี้การล่อให้กลับมายัสถานกักกันช้างป่าเขาตะกรุบ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว อาจจะไม่ได้ผลแล้ว จึงอาจต้องใช้วิธีการอื่น"

 

นายวีระพงศ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีแนวทางจะย้ายไปที่อื่น ซึ่งพื้นที่ปลายทางค่อนข้างไกล จะย้ายมาไว้เขาตะกรุบ จุดเดิมที่สีดอแก้วเคยอยู่ การดำเนินการก่อสร้างก็ยังไม่แล้วเสร็จ โดยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครเข้ามาคอยดูแลและผลักดัน ไม่ให้ช้างหงุดหงิดหรือไปทำร้ายคนได้ ขณะนี้ยังเดินอยู่ไม่ได้จำกัดบริเวณเดิม

หัวหน้าอุทยานฯ เขาอ่างฤาไน กล่าวว่า ที่ผ่านมาทำความเข้าใจกับชาวบ้านมาตลอดเกี่ยวกับความขัดแย้งคนกับช้างป่า อย่างไรก็ตาม ไม่ควรมีช้างเข้าไปอยู่ในพื้นที่ชุมชน

พังรั้วหนีจากสถานกักกันเขาตะกรุบ

ก่อนหน้านี้ ช้างป่าสีดอแก้วเคยเดินหลบหนีออกไปเคาะระฆังที่โรงเรียน ตชด.บ้านคลองตะเคียนชัย ต.ทุ่งมหาเจริญ และหลบหนีออกจากสถานกักกันช้างป่า หรือโครงการจัดการช้างป่าออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณเขาตะกรุบ ต.ทุ่งมหาเจริญ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว พื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์เขาอ่างฤาไน เขตป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ซึ่งกั้นพื้นที่ควบคุมช้างป่าไว้ด้วยรั้วไฟฟ้า แบ่งเป็นหลายโซนเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ จำนวนหลายต่อหลายครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถตามกลับมาดูแลได้ตลอด

 

ช้างป่าสีดอแก้วหรือแก้วอินดี้ อายุประมาณ 17-19 ปี น้ำหนักประมาณ 4-5 ตัน ถูกนำมาควบคุมไว้ในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าสีดอแก้วซึ่งเป็นช้างขี้เล่น ชอบเดินหลบหนีออกไปบ่อยครั้ง และครั้งล่าสุดคืนวันที่ 12 ต.ค. ต่อเนื่องวันที่ 13 ต.ค. เจ้าสีดอแก้ว ได้หลบหนีหายออกไปอีกครั้ง โดยฝ่าแนวรั้วไฟฟ้าออกจนจนทำให้พื้นที่รอบบริเวณได้รับความเสียหาย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

น่ารัก! ช้างป่าสีดอแก้ว บุกเคาะระฆังโรงเรียน ตชด.

พบตัวแล้ว "ช้างป่าสีดอแก้ว" หลังพังรั้วหนีจากสถานกักกันเขาตะกรุบ

อุทยานฯ เร่งผลักดันช้าง "พลายสีดอแก้ว" เข้าป่า

กางสถิติช้างทำร้ายคนตาย 4 ปี 93 ศพ-ชี้พฤติกรรมเปลี่ยน

เตือน "สีดอแก้ว" ตกมัน หนีจากสถานที่กักกันช้างป่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

จับชายลอบซุกน้ำมัน 1,260 ลิตร จ่อส่งขายชายแดนเมียนมา

55 นาทีที่แล้ว

ฝุ่น PM2.5 เกินเกณฑ์ 42 จังหวัด หนักสุดเชียงดาว 314.3 มคก./ลบ.ม.

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ทรัมป์" โพสต์สังหาร "ผู้นำทหารอิหร่าน" หลายคน หลังโจมตีกรุงเตหะรานครั้งใหญ่

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

5 ชาติ EU ชงเก็บ "ภาษีลาภลอย" จาก บ.พลังงาน รับมือราคาน้ำมันพุ่ง

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ภูมิภาค อื่น ๆ

คนขับรถไฟ เล่านาทีสลด ก่อนชน 2 สาวดับคาราง

มุมข่าว

เลยอ่วมหนัก! พบจุดความร้อนเผาป่าทั้งเมือง 91 จุด AQI สูง 201 มก. PM2.5 พุ่งอยู่ในระดับแดง

MATICHON ONLINE

เทศบาลตำบลทับมา จัดแข่งขันกีฬาประเพณีตำบล เสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์

เดลินิวส์

เจ้าของร้านอาหารแดนซากุระ ขับ SUV ขึ้นถนนหลักตัดหน้าหนุ่ม รปภ. ขี่ จยย.พุ่งชนเสียชีวิต

สยามรัฐ

ช้างป่าทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต ขณะเข้าไปไล่ช้างออกจากสวนยางพารา จ.ตราด เตือน! หากพบช้างให้แจ้งเจ้าหน้าที่ชุดผลักดันฯ

สวพ.FM91

ททท. ขับเคลื่อนโครงการ ‘Smile @ South คืนรอยยิ้มให้ชาวใต้’ เปิดกิจกรรม ‘Amazing Thailand Passport Privileges @ HAT YAI’ มอบสิทธิพิเศษเสน่ห์ไทย ต้อนรับนทท.ต่างชาติ

เดลินิวส์
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...