โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สธ.เซ็นซื้อ ยาแพกซ์โลวิดแล้ว 5 หมื่นคอร์ส รักษาโควิด ไฟเซอร์ยัน ส่งทันสงกรานต์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 มี.ค. 2565 เวลา 06.05 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2565 เวลา 06.05 น.

เซ็นแล้ว สธ.ซื้อยาแพกซ์โลวิด 5 หมื่นคอร์ส รักษาโควิด ไร้อาการข้างเคียง ดีสุดในตอนนี้ ไฟเซอร์ยันส่งทันสงกรานต์

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมด้วย ตัวแทนบริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย)จำกัด ลงนามในสัญญาการจัดซื้อยาแพกซ์โลวิด (Paxlovid) สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 50,000 คอร์สการรักษา ผ่านระบบออนไลน์

นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ด้วยโรคโควิด-19 มีการแพร่ระบาดไปทั่วโลก การติดเชื้อเป็นวงกว้างและมีผู้ป่วยส่วนหนึ่งเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ดังนั้น การพัฒนาวิธีการรักษารวมถึงการจัดหายารักษาโรค จึงมีความสำคัญและจำเป็นสำหรับผู้ที่ติดเชื้อ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. มีนโยบายการจัดหายารักษาโควิด-19 ที่สำคัญคือการเข้าถึงยาที่มีประสิทธิผลในการรักษา โดยมีข้อมูลทางวิชาการหรือผลการศึกษาวิจัยที่มีคุณภาพเพียงพอในการสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อพิจารณาเลือกและจัดหายาที่เหมาะสมในการนำมาใช้ในกับผู้ป่วย

นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมียาต้านไวรัสเพื่อให้การรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้แก่ ยาฟาวิพิราเวียร์(Favipiravir) ยาเรมเดซิเวียร์(Remdesivi) ยาโมลนูพิราเวียร์(MoInupiravi) และยาใหม่ที่ลงนามจัดซื้อกับบริษัท ไฟเซอร์ ในวันนี้ คือ ยาแพกซ์โลวิด

“จากข้อมูลจากการศึกษาวิจัย 1,379 คน พบว่าช่วยลดความเสี่ยงการนอนโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตลงได้ 88% เมื่อผู้ป่วยได้รับยาภายใน 5 วันนับตั้งแต่เริ่มมีอาการ กลุ่มที่ให้ยาแพกซ์โลวิดนอน รพ. เพียง 0.77% และไม่มีผู้เสียชีวิต ขณะที่ กลุ่มยาหลอกนอน รพ. หรือเสียชีวิต 6.31% โดยมีผู้เสียชีวิตในกลุ่มที่ได้ยาหลอก 13 คน” นพ.สมศักดิ์ กล่าวและว่า ทั้งนี้ ยาแพกซ์โลวิด น่าจะเข้าถึงไทยพร้อมกระจายช่วงต้นเดือน เม.ย.นี้ โดยจะกระจายไปที่ รพ.ศูนย์ในแต่ละพื้นที่และมีผู้ตรวจราชการ สธ.เป็นคนบริหารจัดสรรไปในแต่ละพื้นที่ที่ต้องการใช้ยา ทั้งนี้ แพกซ์โลวิดเหมาะสำหรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลางและมีความเสี่ยงเกิดอาการรุนแรง เช่น อายุมากกว่า 60 ปี มีภาวะอ้วน เป็นเบาหวาน เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นโรดไตเรื้อรัง ภูมิต้านทานร่างกายต่ำ เป็นต้น สำหรับยาแพกซ์โลวิดที่มีประสิทธิผลในการลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้ารักยาใน รพ. และเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ

อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบให้ สธ. โดยกรมการแพทย์รับผิดชอบสัญญาการจัดหาและจัดซื้อยาจำนวน 50,000 คอร์ส เพื่อให้ผู้ป่วยโควิดได้เข้าถึงยาต้านไวรัสชนิดใหม่ และลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหรือการรักษาตัวใน รพ.

“นายกฯ และรองนายกฯ ให้ความสำคัญกับการจัดซื้อยาแพกซ์โลวิดอย่างมาก เพื่อให้ยาสามารถกระจายสู่พื้นที่ได้ก่อนสงกรานต์ เพื่อลดความเสี่ยงในกลุ่มผู้สูงอายุ เราจึงขอให้ทางบริษัทกระจายยาไปอยู่ในพื้นที่ก่อนสงกรานต์ อย่างที่ทราบว่า แพกซ์โลวิด มีผู้ป่วยนอนรพ. 0.77% แต่กลุ่มที่ได้ยาหลอกนอนรพ. 6.31% ที่สังเกตคือ โรคไม่รุนแรง ฉะนั้น เราจึงมีเกณฑ์ให้ยาสำหรับ 50,000 คอร์สนี้ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อความรุนแรงของโรคจริงๆ เพื่อลดอัตราเสียชีวิต” นพ.สมศักดิ์ กล่าวและว่า เราจะมีการติดตามการใช้ยาจริงในประเทศไทย และคุยกับไฟเซอร์เป็นระยะ โดยหากยามีประสิทธิภาพ มีความจำเป็นที่ต้องสั่งเพิ่ม ก็จะมีการหารือกันต่อไป

“สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อโอมิครอน ตามรายงานอาการผู้ป่วยกว่าครึ่งไม่มีอาการเลย แทบไม่ต้องกินยา ส่วนครึ่งที่มีอาการนั้น ก็จะดูความเสี่ยง เช่น อายุ โรคร่วม ประวัติวัคซีน หากฉีดครบแล้ว ไม่มีโรคร่วม แพทย์ก็จะพิจารณาเป็นรายๆ จ่ายยาฟ้าทะลายโจร ที่ตอนนี้ผู้ป่วยกว่า 20% ที่รักษาใช้ฟ้าทะลายโจร อีก 20% กว่าใช้ยาตามอาการ หรือใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ โดยข้อมูลของ ศ.พญ. กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ รายงานว่าสามารถลดโอกาสเกิดอาการในผู้ป่วยได้ดี ทำให้อาการดีขึ้นได้เร็ว ดังนั้น เราก็อยากเก็บยาโมลนูพิราเวียร์และยาแพกซ์โลวิดไว้สำหรับผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ ซึ่งข้อมูลวิจัยปัจจุบันยาแพ็กซ์โลวิดเป็นยาเม็ดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด” นพ.สมศักดิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการสื่อสารประชาชนอย่างไร เนื่องจากเวลามียาใหม่เข้ามา ก็อาจทำให้เกิดการเลือกรับยาได้ จะมีไกด์ไลน์รักษาที่ชัดเจนอย่างไร นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์รับยาแพกซ์โลวิดจะคล้ายกับโมลนูพิราเวียร์ ซึ่งในแนวทางรักษาผู้ป่วยที่กรมการแพทย์ประกาศมาวันที่ 21 มี.ค. ก็มีระบุไว้ชัดเจน โดยจะจ่ายยาในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ต้องมีโรคป่วยด้วย พร้อมประวัติการฉีดวัคซีนไม่ครบหรือยังไม่ได้รับเลย

เมื่อถามถึงผลข้างเคียงใช้ยาต้านไวรัสโมลนูพิราเวียร์และแพกซ์โลวิด ที่ผู้ป่วยต้องทราบ นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับยาทั้งสองชนิดนี้ตามรายงานยังไม่พบอาการข้างเคียงรุนแรง อย่างที่เจอตาเปลี่ยนสีในฟาวิพิราเวียร์ ในยาแพกซ์โลวิดและโมลนูพิราเวียร์ก็ไม่เจอ เพราะไม่มีสารเรืองแสง แต่อาจเกิดอาการเล็กน้อย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...