สธ.เซ็นซื้อ ยาแพกซ์โลวิดแล้ว 5 หมื่นคอร์ส รักษาโควิด ไฟเซอร์ยัน ส่งทันสงกรานต์
เซ็นแล้ว สธ.ซื้อยาแพกซ์โลวิด 5 หมื่นคอร์ส รักษาโควิด ไร้อาการข้างเคียง ดีสุดในตอนนี้ ไฟเซอร์ยันส่งทันสงกรานต์
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมด้วย ตัวแทนบริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย)จำกัด ลงนามในสัญญาการจัดซื้อยาแพกซ์โลวิด (Paxlovid) สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 50,000 คอร์สการรักษา ผ่านระบบออนไลน์
นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ด้วยโรคโควิด-19 มีการแพร่ระบาดไปทั่วโลก การติดเชื้อเป็นวงกว้างและมีผู้ป่วยส่วนหนึ่งเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ดังนั้น การพัฒนาวิธีการรักษารวมถึงการจัดหายารักษาโรค จึงมีความสำคัญและจำเป็นสำหรับผู้ที่ติดเชื้อ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. มีนโยบายการจัดหายารักษาโควิด-19 ที่สำคัญคือการเข้าถึงยาที่มีประสิทธิผลในการรักษา โดยมีข้อมูลทางวิชาการหรือผลการศึกษาวิจัยที่มีคุณภาพเพียงพอในการสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อพิจารณาเลือกและจัดหายาที่เหมาะสมในการนำมาใช้ในกับผู้ป่วย
นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมียาต้านไวรัสเพื่อให้การรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้แก่ ยาฟาวิพิราเวียร์(Favipiravir) ยาเรมเดซิเวียร์(Remdesivi) ยาโมลนูพิราเวียร์(MoInupiravi) และยาใหม่ที่ลงนามจัดซื้อกับบริษัท ไฟเซอร์ ในวันนี้ คือ ยาแพกซ์โลวิด
“จากข้อมูลจากการศึกษาวิจัย 1,379 คน พบว่าช่วยลดความเสี่ยงการนอนโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตลงได้ 88% เมื่อผู้ป่วยได้รับยาภายใน 5 วันนับตั้งแต่เริ่มมีอาการ กลุ่มที่ให้ยาแพกซ์โลวิดนอน รพ. เพียง 0.77% และไม่มีผู้เสียชีวิต ขณะที่ กลุ่มยาหลอกนอน รพ. หรือเสียชีวิต 6.31% โดยมีผู้เสียชีวิตในกลุ่มที่ได้ยาหลอก 13 คน” นพ.สมศักดิ์ กล่าวและว่า ทั้งนี้ ยาแพกซ์โลวิด น่าจะเข้าถึงไทยพร้อมกระจายช่วงต้นเดือน เม.ย.นี้ โดยจะกระจายไปที่ รพ.ศูนย์ในแต่ละพื้นที่และมีผู้ตรวจราชการ สธ.เป็นคนบริหารจัดสรรไปในแต่ละพื้นที่ที่ต้องการใช้ยา ทั้งนี้ แพกซ์โลวิดเหมาะสำหรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลางและมีความเสี่ยงเกิดอาการรุนแรง เช่น อายุมากกว่า 60 ปี มีภาวะอ้วน เป็นเบาหวาน เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นโรดไตเรื้อรัง ภูมิต้านทานร่างกายต่ำ เป็นต้น สำหรับยาแพกซ์โลวิดที่มีประสิทธิผลในการลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้ารักยาใน รพ. และเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ
อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบให้ สธ. โดยกรมการแพทย์รับผิดชอบสัญญาการจัดหาและจัดซื้อยาจำนวน 50,000 คอร์ส เพื่อให้ผู้ป่วยโควิดได้เข้าถึงยาต้านไวรัสชนิดใหม่ และลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหรือการรักษาตัวใน รพ.
“นายกฯ และรองนายกฯ ให้ความสำคัญกับการจัดซื้อยาแพกซ์โลวิดอย่างมาก เพื่อให้ยาสามารถกระจายสู่พื้นที่ได้ก่อนสงกรานต์ เพื่อลดความเสี่ยงในกลุ่มผู้สูงอายุ เราจึงขอให้ทางบริษัทกระจายยาไปอยู่ในพื้นที่ก่อนสงกรานต์ อย่างที่ทราบว่า แพกซ์โลวิด มีผู้ป่วยนอนรพ. 0.77% แต่กลุ่มที่ได้ยาหลอกนอนรพ. 6.31% ที่สังเกตคือ โรคไม่รุนแรง ฉะนั้น เราจึงมีเกณฑ์ให้ยาสำหรับ 50,000 คอร์สนี้ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อความรุนแรงของโรคจริงๆ เพื่อลดอัตราเสียชีวิต” นพ.สมศักดิ์ กล่าวและว่า เราจะมีการติดตามการใช้ยาจริงในประเทศไทย และคุยกับไฟเซอร์เป็นระยะ โดยหากยามีประสิทธิภาพ มีความจำเป็นที่ต้องสั่งเพิ่ม ก็จะมีการหารือกันต่อไป
“สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อโอมิครอน ตามรายงานอาการผู้ป่วยกว่าครึ่งไม่มีอาการเลย แทบไม่ต้องกินยา ส่วนครึ่งที่มีอาการนั้น ก็จะดูความเสี่ยง เช่น อายุ โรคร่วม ประวัติวัคซีน หากฉีดครบแล้ว ไม่มีโรคร่วม แพทย์ก็จะพิจารณาเป็นรายๆ จ่ายยาฟ้าทะลายโจร ที่ตอนนี้ผู้ป่วยกว่า 20% ที่รักษาใช้ฟ้าทะลายโจร อีก 20% กว่าใช้ยาตามอาการ หรือใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ โดยข้อมูลของ ศ.พญ. กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ รายงานว่าสามารถลดโอกาสเกิดอาการในผู้ป่วยได้ดี ทำให้อาการดีขึ้นได้เร็ว ดังนั้น เราก็อยากเก็บยาโมลนูพิราเวียร์และยาแพกซ์โลวิดไว้สำหรับผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ ซึ่งข้อมูลวิจัยปัจจุบันยาแพ็กซ์โลวิดเป็นยาเม็ดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด” นพ.สมศักดิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการสื่อสารประชาชนอย่างไร เนื่องจากเวลามียาใหม่เข้ามา ก็อาจทำให้เกิดการเลือกรับยาได้ จะมีไกด์ไลน์รักษาที่ชัดเจนอย่างไร นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์รับยาแพกซ์โลวิดจะคล้ายกับโมลนูพิราเวียร์ ซึ่งในแนวทางรักษาผู้ป่วยที่กรมการแพทย์ประกาศมาวันที่ 21 มี.ค. ก็มีระบุไว้ชัดเจน โดยจะจ่ายยาในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ต้องมีโรคป่วยด้วย พร้อมประวัติการฉีดวัคซีนไม่ครบหรือยังไม่ได้รับเลย
เมื่อถามถึงผลข้างเคียงใช้ยาต้านไวรัสโมลนูพิราเวียร์และแพกซ์โลวิด ที่ผู้ป่วยต้องทราบ นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับยาทั้งสองชนิดนี้ตามรายงานยังไม่พบอาการข้างเคียงรุนแรง อย่างที่เจอตาเปลี่ยนสีในฟาวิพิราเวียร์ ในยาแพกซ์โลวิดและโมลนูพิราเวียร์ก็ไม่เจอ เพราะไม่มีสารเรืองแสง แต่อาจเกิดอาการเล็กน้อย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน