โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'แอนนา' ลั่นไม่ได้หลอนแค่แพนิก รับสภาพจิตใจแย่ เสพติดความเจ็บปวดจนกลัวเป็นจิตเวช

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 ก.ค. 2566 เวลา 11.47 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2566 เวลา 11.21 น.

‘แอนนา’ ลั่นไม่ได้หลอนแค่แพนิก รับสภาพจิตใจแย่ เสพติดความเจ็บปวดจนกลัวเป็นจิตเวช

ก่อนหน้านี้ พุดเดิ้ล ยุพดี เพื่อนสนิทของ แอนนา วรินทร วัตรสังข์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความขอพักรับงานให้เพื่อนก่อน เพราะสภาพร่างกายและจิตใจไม่พร้อมทำงาน เหตุเพราะช่วงก่อนหน้ารับงาน จนต้องดมยาสลบ ไป 5 ครั้ง ใน 2 เดือน ตี 3 ตี 4 เดินทั่วบ้าน 8 โมง 9 โมงตื่นมาเดินวนไปมา ทำให้คนรอบข้างผวาไปหมด แถมคลินิกก็ประกาศตามตัวตามงานรีวิวศัลยกรรม โดยล่าสุด แอนนา ก็ได้ควงพี่จี้ มาที่ The art clinic ย่านลาดพร้าว พร้อมเปิดใจถึงเรื่องราวทั้งหมดว่า

เพื่อนสนิท ห่วง ‘แอนนา’ โหมรับงานรัว พีคดมยาสลบ 5 ครั้งใน 2 เดือน ลั่นผวากันหมดแล้ว

หลังจากที่หายไปคนติดต่อไม่ได้ เราไปเข้าวัดทำอะไรมา?
แอนนา : “หลายคนบอกว่าทำไมติดต่อแอนนายาก ติดต่อแอนนาไม่ได้ สภาพจิตใจแอนนาไม่พร้อมที่จะรับสายใครเพราะว่าก่อนหน้านี้เวลาเรารับสายครั้งนึง เราเจอลูกค้าโทรมาร้องไห้ว่าวันนี้อยากฆ่าตัวตายมาก ซึ่งเรามีภาวะแบบนี้อยู่แล้ว พอเราเจอแบบนี้ก็ยิ่งดิ่ง แล้วเราไม่ได้รับโทรศัพท์จริงๆ ต่อให้เขาจะโอนเงินให้เราก็ไม่ได้รับ บางคนโทรมาจ้างงานเรายังไม่รับเลย ถามพี่จี้ก็ได้ เมื่อก่อนถ้าแอนนาจะคิดสั้นแอนนาจะไม่บอกเลย แอนนาจะทำเลย แต่วันนี้ถ้าแอนนาจะคิดสั้นจะระบายให้พี่จี้ฟัง จะพูดในคนในบ้านฟังว่าวันนี้มันมีความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้น

แล้วเราไม่รู้ว่าเราอ่ะ เสพติดความเจ็บปวดจนกลายเป็นว่า เป็นจิตเวชหรือเปล่า ตอนนี้กำลังจะไปปรึกษาหมอ ไปคลินิกแถวสนามบินน้ำ แต่ว่ามันก็ติดต่อคุณหมอหาคิวยาก ดังนั้นวันนี้ขอประกาศเลยละกันว่า ถ้าคุณหมอคนไหนที่เก่งๆ หรือใครรู้จักอ่ะ แนะนำให้แอนนาหน่อย สงเคราะห์ให้แอนนาหน่อย วันนี้แอนนาพูดลิ้นก็แข็ง กินยาจนลิ้นแข็งแล้ว กิน 11 เม็ด ทีที่แล้วกิน 8 ปกติกิน 3 ปีที่แล้วมันมีเรื่องเพื่อน ยอมรับว่าทำใจไม่ได้ ก็กิน คนนอกจะมองว่าเราไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะเราไม่ได้ตามเรื่องคดี แต่เราคุยกับแม่ตลอด กับพี่จี้เราก็ปรึกษาระบายตลอดเล่าให้เขาฟังตลอดว่าเราเสียใจนะ แล้วพอปีนี้เจออะไรหลายอย่าง เป็นที่ชงเข้มมาก

เจออะไรหนักมากจนกลายเป็นว่าพอเจอความเจ็บ สมมุติไปดูดไขมันหน้าท้องแล้วเจ็บกลายเป็นว่าจิตมันไปอยู่ตรงนี้ แล้วมันไม่เครียด ก็เลยกลายเป็นว่าทุกครั้งที่เจ็บมันไม่เครียด เราไม่รู้ว่าอาการแบบนี้มันเป็นอาการทางจิตเวชหรือเปล่า เลยแค่อยากจะไปหาหมอ หลายคนถามว่าทำไมยังไม่ไปหาหมอ เราไปมาแล้วหลายที่แล้วก็กินยาปกติ แต่รู้สึกว่ากินยาเพื่อให้หลับตลอดเวลามันไม่ใช่ทางออก งานไม่ได้ทำเลย คนบอกเห็นอยู่ในติ๊กต่อกตลอด รีรันค่ะ”

จริงไหมที่พุดเดิ้ลบอกว่าเรากินยาจนตอนดึกหลอนตื่นมาเดิน?
แอนนา : “มันไม่ใช่หลอนค่ะ กินยาตอน 4 ทุ่ม แล้วปกติจะต้องตื่นตอน 10 โมงเช้า แต่เราผวา เหมือนแพนิกอ่ะ ตื่นมาตอนตี 2 แล้วเราไม่หลับแล้วอ่ะ เราก็เดินลงมาทำงาน มาเช็คว่าต้องจ่ายใครเท่าไหร่ เป็นหนี้เท่าไหร่ แล้วมันก็ไม่หลับอ่ะ พุดเดิ้ลก็งงว่าตื่นตี 3 มาเข้าห้องน้ำก็เจอแอนนาทำนู่นนี่หน้าคอม นางก็กลัวว่าเราจะคิดสั้น แล้วพุดเดิ้ลเป็นคนที่พูดกับแอนนาได้ไม่ร้อย พูดตรงๆ ว่าพี่จี้เนี่ยพูดอะไรเขาจะรับฟัง แต่พุดเดิ้ลเขาจะเป็นทรงที่เตือน แอนนาอย่าอย่างนี้นะ อย่าเป็นแบบนี้นะ ดังนั้นเราจะไม่ค่อยกล้าพูดอะไรกับพุดเดิ้ลกลับ เหมือนวันก่อนพุดเดิ้ลโทรมาถามว่าคลินิกโทรมาตามอีกแล้ว ก็เลยบอกว่าพุดเดิ้ลจัดการเลย แล้วพุดเดิ้ลก็มาบอกทางนี้ว่าพี่อยากทำอะไรทำเลยค่ะ”

แต่ที่เดินในบ้านดึกๆ ไม่ได้คิดสั้นใช่ไหม?
แอนนา : “มันก็มีวูบนึง”

ความคิดสั้นของเรามันเพิ่มเลเวลขึ้นเมื่อไหร่?
แอนนา : “หนูจะบอกว่าการคิดสั้นของหนูมัน ถ้าใครเป็นหมอดูหนูอยู่วินิจฉัยหนูหน่อย หนูไม่ได้รู้สึกเศร้า หนูไม่ได้รู้สึกนอยด์ เราไม่ได้เสียใจกับการที่เราจะจากไปอ่ะ รู้สึกเหมือนเราจะเดินไปปิดไฟให้มันดับลงอ่ะ แล้วเราจะได้นอนหลับเสียที มันเป็นความรู้สึกแค่นั้นเลย แอนนาเคยเห็นบางคนเวลาเขาคิดสั้นเขาจะร้องไห้เสียใจ แต่แอนนาไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว ถ้ารอบนี้ทำคงไม่ได้ทำแบบเดิมๆ ที่มันไม่สำเร็จ ก็เลยอยากจะหาหมอให้ตัวเองยังมีชีวิตอยู่ต่อไป วันนี้ภาวนาเลยนะให้เราเป็นโรคภัยไข้เจ็บตายก่อนที่เราจะคิดสั้นสำเร็จ”
ท่อน 3

คนรอบข้างว่ายังไงบ้าง?
แอนนา : “เขาว่าเราบ้าค่ะ

พี่จี้ : “เพราะในความตัวเอง ยังคิดว่าอยากให้แอนนาพบจิตแพทย์ ตั้งแต่แรกๆ แล้ว เพราะทั้งรับยาเยอะ ทำงานหนัก สมองมันรุมเร้าไปหมด แต่เผอิญเขาก็ชวนไปปฏิบัติธรรมกัน ก็เป็นทางเลือกที่ดี ทำให้สงบลง”

ยาที่กินมาอะไรบ้าง?
แอนนา : “ยานอนหลับหมดเลยค่ะ หลับลึก คลายเครียด แก้วิตกกังวล แพนิค มันก็ได้ผลค่ะ มันหลับ แต่ตื่นมาก็เหมือนเดิม แต่แอนนาคิดว่าการแก้ปัญหาเรื่องจิตเวช มันต้องแก้ที่ต้นเหตุ ว่ามันเกิดการอะไร ปัญหาคือเราไม่เคยเจอเรื่องหนักๆ ในชีวิตมาก่อน แต่พอเรามาเจอเรื่องหนักแบบนี้เรารับไม่ไหว พอรับไม่ไหวปุ๊บ ก็ติดต่อไปซื้อยาไซยาไนด์ แต่เขาไม่ขาย ติดต่อซื้อปืน แต่เขาบอกว่าการครอบครองปืนจะมีกระบวนการ ใช้เวลา 2-3 เดือน คือเราลองหมดแล้ว แล้วก็คิดว่าถ้าเราจะโดดตึกลงมา เจ้าของตึกจะมีปัญหาหรือเปล่า เดือดร้อน ตอนหลังเลยใช้วิธีปรึกษาคนในบ้าน จนคนในบ้านผวา ซึ่งจริงๆ เรื่องแบบนี้เราต้องคุยกับจิตแพทย์ เราจะมาคุยให้คนในบ้านฟัง อย่างพุดเกิ้ล พี่ไวท์ พี่จี้ เขาฟังแล้วเขาก็วิตกกังวล ว่าเอายังไงดีล่ะ อยู่ไม่ติด”

ช่วงนี้หลังคุยกับจิตแพทย์คนล่าสุด เขาแนะนำอะไรบ้าง?
แอนนา : “พบจิตแพทย์ถามว่าดีไหม ดีค่ะ แต่เราอยากคุยเป็นช่วงโมง ไม่ใช่ 5 นาที อยากคุยกับเขาสักชั่วโมงหนึ่ง ว่าเราเจอปัญหาอะไรมาบ้าง เราเจ็บเนี่ย แล้วเรามีความสุขเนี่ย มันผิดปกติไหม เราอยากคุยกับจิตแพทย์ที่มีเวลาให้เราจริงๆ เวลาไปโรงพยาบาลเอกชน เขาไม่ค่อยมีเวลาให้เรา 10 นาทีก็เยอะแล้ว”

แล้วต้นเหตุของปัญหามันเกิดจากอะไร?
แอนนา : “เป็นคนประมาทเลินเล่อ ไม่วางแผนในชีวิต ใช้ใจทำธุรกิจ ไม่ได้วางแผนในการใช้ชีวิต ซึ่งปีที่แล้วพอเราเงินได้ตั้งเยอะ เราควรจะไม่ล้ม กลายเป็นหาเงินได้เยอะแต่ขาดทุน เพราะไปแจกบ้าน แจกรถ แจกโน่นนี่ แจกชุดนักเรียน แจกคนไม่มีเงินจะไปหาหมอ แจกเยอะจริงๆ แจกลูกค้าก็เยอะ คืนกำไรก็เยอะ คืนจนงงอะ พอมาดูสเตจเม้นก็เอ้า เราขาดทุนเหรอ ก็ขาดทุนไปหลัก 10 ล้านค่ะ”

ต้องใช้หนี้เท่าไหร่ และต้องจ่ายหนี้วันละเท่าไหร่?
แอนนา : “หลัก 10 ล้านค่ะ ต้องจ่ายวันละเป็นแสน (ยังมีเงินหมุนอยู่ไหม?) วันต่อวันค่ะ ก่อนมานี่ รู้ว่าวันนี้หาเงินไม่ได้ ก็เอาเสื้อผ้ามาขาย เอาต่างหูเครื่องประดับมาขาย คือของแบรนด์เนมกระเป๋าอะไรก็ขายไปหมดแล้ว เราไม่ได้ยึดติดอยู่แล้ว ว่าเราต้องมีแหวน มีต่างหู นาฬิกาใส่ เพราะทุกวันนี้ใส่พระ 3 องค์กับสร้อยเงิน เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจแค่นั้นเลย”

พุดเดิ้ลประกาศขายบ้าน จะเอาเงินมาช่วยเราไหม?
แอนนา : “ขอยืมพุดเดิ้ลไว้แล้ว คือตอนปีที่แล้วพุดเดิ้ลงานเยอะ ด้วยกระแสด้วยอะไร แล้วเขารับงานให้แอนนา ก็ได้ค่าคอมไปมาก นางก็เลยซื้อบ้าน ตอนเขาซื้อบ้าน เราก็ทำสัญญาไว้ว่าพี่จะเช่าบ้านพุดเดิ้ลนะ พุดเดิ้ลจะได้มีเงินผ่อนเดือนละ 35,000 บาท เพราะผ่อนบ้านเดือนละ 50,000 บาท พุดเดิ้ลก็ออกเดือนละ 15,000 บาท เขาก็เลยไม่ซีเรียส แต่พอเราตก พุดเดิ้ลก็ยอมรับว่ารายได้มันไม่เข้ามาเลยนะพี่แอนนา บ้านเอายังไงดี เราก็บอกว่าหรือจะขายก่อน มีแล้วค่อยซื้อใหม่เราไม่ต้องไปเสียดาย เพราะว่าถ้าให้พี่ไปเช่าบ้านพุดเดิ้ลเพื่อทำไลฟ์เหมือนเดิม พี่เองก็ไม่มีกำลัง เลยหยุดก่อน แล้วก็เลยขายบ้านค่ะ ขายขาดทุนด้วย แต่ยังไม่มีคนมาซื้อเลย มีแต่เอเจนซี่มาขอขาย เหมือนเราโพสต์ไปมันอยู่ในวงแคบๆ ตอนนี้กี่บาทก็ขายแล้วนะคะ แล้วอยากจะขอบคุณอีกอย่าง คือเมื่อวานพี่ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ทักมาว่าให้ซื้อหุ้นของพี่ณวัฒน์ 5 หมื่นหุ้น ซึ่งปกติแล้วทั่วไปจะได้ 1 หมื่นหุ้น แต่เขาเห็นเราลำบาก แล้วเราเลือกที่จะอยู่กับแกรนด์ เขาก็เลยบอกว่างั้นพี่ให้ 5 หมื่นเลย อย่างน้อยเงินก็แค่ 2 แสนกว่าบาท แล้วเขาก็มั่นใจในหุ้นของเขา เพราะบริษัทเขาไม่ได้เป็นหนี้ ถือไปเถอะมากน้อยกำไรก็เอาไว้ใช้ ก็ยังพูดกับพี่จี้ ว่าหุ้นกันไหมคนละ 1 แสนค่ะ”

ยังมีคนอื่นเข้ามาช่วยเหลืออีกไหม?
แอนนา : “มีพี่มดดำ (คชาภา ตันเจริญ) ค่ะ เขาถามว่าเป็นหนี้เยอะไหม เขาบอกว่าโอเค กูช่วยไม่ได้ (หัวเราะ) แต่แกก็บอกว่าสลอตรายการ แกให้ฟรีได้เลยนะ รายการไหนที่แกให้ได้ แกให้ได้เลย อย่างรายการแฉ ถ้าอยากไปออกบอกเลยนะ ล่าสุดแกบอกว่าถ้าลูกค้าคนไหนอยากแอนนา แกจะให้ผ่านและให้ไปทอล์คในรายการได้ แต่ตอนนี้ไม่มีลูกค้าจ้าง”

รู้สึกอย่างไรบ้างที่สิ่งที่มันออกไป ทำให้ความน่าเชื่อถือของเราหมดไป?
แอนนา : “คนอื่นอาจจะไม่เชื่อถือในตัวแอนนา แต่แอนนายังเชื่อถือในตัวเอง และยังให้โอกาสตัวเองอยู่เสมอ คนบอกว่าพี่จี้, แม่ศิตางคุ์, ฟิล์ม ทิฟฟานี่ และพี่ไวท์ หายไปไหน ทุกคนอยู่ครบหมด แต่ทุกคนไม่ได้ออกหน้าสื่อ พี่จี้มาหาที่บ้านบ่อยมาก แต่ไม่ได้ออกมาไลฟ์หน้ากล้องด้วยกัน เพราะด้วยความที่เราก็บอกว่าไม่ต้องออก เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าคนไปตามทวงหนี้พี่จี้ต่อ คือลูกค้าที่เข้าใจก็มี แต่ที่ไม่เข้าใจและติดต่อเราไม่ได้ บางทีเขารอไม่ไหว เรามีแอดมินแต่ก็เหลือน้อยแล้ว เราไม่มีเงินจ้าง ปัจจุบันยังติดเงินเดือนพนักงานอยู่เลย”

เวลาเจอคอมเมนต์ด้านลบ เราตั้งรับมันยังไง?
แอนนา : “ก็ร้องไห้ค่ะ ร้องไห้เลย หลังๆ เจอมากๆ ก็ไม่ไลฟ์เลยจบ ก็เลือกที่จะหยุด ภูมิคุ้มกันเราเหมือนแก้วอะ โดนทุบหลายๆ รอบมันแตกจะละเอียดแล้วนะตอนนี้ มันต้องหลอมใหม่แล้ว หลอมใหม่ก็คือเกิดใหม่ชาติหน้า”

เป็นสาเหตุที่เรารีรันไลฟ์ใช่ไหม?
แอนนา : “ก็เลยรีรันตลอด เพราะต้องยอมรับว่าเวลาเราเจอคอมเมนต์ด้านลบเราสั่น แล้วมือมันสั่น ตอนหลังไม่รู้ตัวเอง ว่าเอาเล็บมาจิกตัวเองจนเป็นรอยหมดแล้ว แต่เราไม่รู้ตัว แล้วก็รู้สึกว่าดีขึ้น สบายใจขึ้น งงไหม อันนี้ต้องไปปรึกษาหมอ อยากได้หมอที่มีเวลาคุยสักชั่วโมงหนึ่งเลย รับฟังปัญหาแล้วแก้ให้หน่อย เพราะวัดเข้าจนไม่รู้จะเข้ายังไงแล้ว บวชกับพี่จี้มา 7 วัดแล้ว เราอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป เราไม่ได้อยากตายค่ะ เราอยากมีชีวิตด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง แต่เราหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้”

จากจุดสูงสุดมาถึงตอนนี้แทบไม่เหลืออะไรแถมยังเป็นหนี้?
แอนนา : “นี่ไม่ใช่จุดต่ำสุด นี่คือบททดสอบ เหมือนมีคนเอากำแพงมาตั้งไว้สูงๆ แล้วบอกว่าปีนให้ได้ ก็เลยไม่ได้มองว่าเป็นจุดต่ำสุด เพราะไปขายตัวต่างประเทศก็เคยทำมาแล้ว ตอนไม่มีเงินสักบาทนั่งร้องไห้ ดังนั้นเลยคิดว่าไม่มีจุดที่ต่ำกว่านี้อีกแล้ว เราเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว ตอนนี้ใครคิดว่าตัวเองกำลังท้อหรือชีวิตแย่มาก แอนนาจะบอกว่าไม่มีใครหรอก ที่ชีวิตจะแย่ขนาดนั้น มันจะแย่แค่ไหนก็ตาม มันจะไม่แย่ไปกว่าที่เราเป็นอยู่ ถามว่ามีน้อยเนื้อต่ำใจไหม ก็ไม่เลยค่ะ เพราะรู้สึกว่าทำเองหมดเลย เราพลาดเอง เราเป็นผู้นำไม่ได้ แต่เราอยากเป็น”

เรื่องคดีตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
แอนนา : “อยู่ในขั้นตอนไกล่เกลี่ยกับลูกค้า แล้วก็ทยอยคืนเงินตลอด ทุกๆ วันจะต้องมีสลิปคืนเงินทุกวัน ลูกค้าจะถามว่าคืนใคร คืนคนไหน เราก็เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เพราะต้องใช้ในชั้นศาล ตอนนี้ก็คืนไปได้แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ เหลืออีก 90 เปอร์เซ็นต์ค่ะ ต้องใช้เวลาปีหนึ่งถึงจะหมด”

ยังเครียดหรือกังวลเรื่องคดีไหม?
แอนนา : “คดีไม่เครียดเลยค่ะตอนนี้ บอกแล้วว่าคุกไม่กลัว แต่ไม่ท้าทาย เพราะว่าเราเห็นเคสตัวอย่างแล้ว ก็ยังต้องไปรายงานตัวอยู่ตลอดค่ะ ตำรวจก็ยังถามมาว่าเป็นยังไงบ้าง ก็ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ทำงานเป๊ะมาก”

เรื่องทองหายมีอัปเดตไหม?
แอนนา : “เหมือนคดีจะถูกย้ายไปให้อีกหน่วยงานหนึ่งดูแลค่ะ ซึ่งเราก็ดีใจ แต่ไม่พูดอะไรเพิ่มเติมดีกว่า ให้มันเป็นกระบวนการของตำรวจไป”

อยากบอกอะไรกับชาวเน็ตที่ชอบมาแซะไหม?
แอนนา : “หนูอยากชื่นชมชาวเน็ตนะ หนูอยู่ในเหตุการณ์โซเชียลมาหลายปี ปกติแอนนาจะไม่เคยได้รับกำลังใจ แต่ปัจจุบันแอนนาได้กำลังใจเยอะมาก มีคนเข้ามาเมนต์ในเฟซบุ๊กเยอะมากว่าต้องสู้ ลองแก้ปัญหาแบบนี้ ลองไปที่นี่สิ อันนี้อยากจะขอบคุณทุกคนจริงๆ ส่วนคนที่มาว่ามันเป็นกลุ่มน้อย เขาไม่เข้าใจ อาจจะด่าเอากระแส เอาสนุก เอามัน เรามองว่าเขาก็ทำได้ แต่เพียงแค่โลกยุคใหม่ คนต้องปรับตัวให้สตรองพอที่จะอยู่กับโลกโซเชียลได้ เพราะเราไปเปลี่ยนคนหมู่มากไม่ได้หรอก แต่เราต้องเปลี่ยนตัวเองให้ได้ ถามว่าจะฟ้องไหม ไม่ฟ้องค่ะ เกิดมาไม่เคยฟ้องใคร แล้วก็ไม่คิดจะฟ้อง ใครจะด่าไรด่าไปเลย ปล่อยเขาไป ทองหาย 4 ล้านเรายังไม่เอาเรื่องเลย นับประสาอะไรกับจะมาฟ้องคนด่า ที่ใช้แค่ลมปากหรือแป้นพิมพ์ด่า”

ยืนยันว่าหลังจากนี้แอนนาจะไม่หายไปแล้ว?
แอนนา : “ไม่หายค่ะ ทำงานตลอดค่ะ แต่ที่หายไปเพราะว่าสภาพจิตใจมันไม่ได้ ถามว่าไปวัดแล้วมันช่วยอะไรเราได้บ้าง อย่างน้อยฟังธรรมจากหลวงพ่อ คือปกติถ้าจะฆ่าตัวตายแอนนาจะไม่มาบอกนะคะ แต่วันนี้จะบอกว่าถ้าใครคิดสั้น ให้บอกคนรอบตัวเลย ให้คนรอบตัวทราบว่าเรามีปัญหาแล้ว อย่าเรียกร้องความสนใจ แต่จงบอกเขาอย่างจริงใจ สุดท้ายแล้วเราจะได้การช่วยเหลือ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...