ใครเป็นใคร..สรุปไทม์ไลน์ล่าสุด 'หุ้น itv' คืนชีพสื่อ สกัด 'พิธา' ตั้งรัฐบาล 'ก้าวไกล'
สรุปไทม์ไลน์ ‘หุ้น itv’ คืนชีพสื่อ สกัด ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ตั้งรัฐบาลก้าวไกล
ประเด็น หุ้นสื่อ itv กลายเป็นที่ติดตามของคนไทย เมื่อนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยื่นร้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบว่า“นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ผู้สมัคร ส.ส.และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล (ก.ก.) มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) หรือไม่ เนื่องจากมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) 42,000 หุ้น
กระทั่ง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้ออกมาโพสต์ว่า ได้โอนหุ้น itv ให้กับทายาทอื่นแล้ว
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องหุ้น itv ยังคงมีการถกเถียงในหลายประเด็น ทั้งการปลุกไอทีวีให้กลับมาเป็นสื่ออีกครั้ง เพื่อหวังเตะสกัดนายพิธา ก่อนการโหวตเลือกนายกฯ รวมไปถึง ข้อเท็จจริงของ itv ที่ไม่ได้ประกอบกิจการสื่อแล้ว และยังคงเป็นข้อถกเถียงในสังคมอยู่
4 เมษายน
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) นำทีมพรรคก้าวไกล เดินทางไปลงสมัครเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง โดย กกต.ได้ตรวจสอบคุณสมบัติ หากพบผู้สมัครรายใดไม่มีคุณสมบัติ จะไม่ประกาศรายชื่อ
24 เมษายน
นายนิกม์ แสงศิรินาวิน ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคภูมิใจไทย อดีตผู้สมัคร ส.ส.อนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทไอทีวีเพียง 2 วัน ว่า“นักการเมืองที่กำลังถือหุ้น ITV เตรียมตัวประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี และมอบตัว กกต. ด้วยนะครับ หัวหน้าพรรคหนึ่งถือ 42,000 หุ้น”
26 เมษายน
ไอทีวี จัดประชุมผู้ถือหุ้น โดยในรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 ได้มีการเปิดเผยว่า นายภาณุวัฒน์ ขวัญยืน ผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมด้วยตัวเอง ได้สอบถามว่า บริษัทไอทีวีมีการดำเนินงานเกี่ยวกับสื่อหรือไม่ โดยได้คำตอบว่า “ปัจจุบันบริษัทยังดำเนินกิจการอยู่ ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท และมีการส่งงบการเงินและยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ”
10 พฤษภาคม
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยื่นคำร้องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบว่านายพิธามีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) หรือไม่ เนื่องจากมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) 42,000 หุ้น
โดยระบุว่า คัดเอกสารจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และได้ข้อมูลจากผู้ถือหุ้นบริษัทไอทีวี อ้างถึงรายงานการประชุมล่าสุด ที่มีการถามว่าบริษัทไอทีวีเป็นสื่อหรือไม่ ซึ่งผู้บริหารได้ตอบว่า เป็นบริษัทสื่อ
วันเดียวกันนั้น ไอทีวีได้ยื่นแบบนำส่งงบการเงิน (ส.บช.3) ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นงบการเงินรอบปีบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 และเอกสารงบไตรมาสแรกปี 2566 ของไอทีวี 4 วันก่อนการเลือกตั้ง พบว่ามีการระบุประเภทธุรกิจว่า“สื่อโทรทัศน์” และระบุสินค้าว่า “สื่อโฆษณาและผลตอบแทนจากการลงทุน” จากเดิมปี 2561-2562 ระบุว่า “กิจกรรมของบริษัทโฮลดิ้งที่ไม่ได้ลงทุนในธุรกิจการเงินเป็นหลัก” ส่วนปี 2563-2564 ระบุประเภทธุรกิจว่า “สื่อโทรทัศน์” โดยในส่วนสินค้า/บริการ ระบุว่า “ปัจจุบันไม่ได้ดำเนินการเนื่องจากติดคดีความ”
14 พฤษภาคม
พรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้ง โดยได้รับเสียงโหวตปาร์ตี้ลิสต์จากประชาชน 14 ล้านเสียง โดยมี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
6 มิถุนายน
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้แจงประเด็นหุ้นไอทีวี 42,000 หุ้น ว่า ได้โอนหุ้นให้กับทายาทอื่น เพื่อป้องกันปัญหาจากกระบวนการฟื้นคืนชีพความเป็นสื่อมวลชนให้กับบริษัท itv และไม่ใช่เป็นการโอนเพราะหลีกหนีความผิด
นายเรืองไกรได้ยื่นหลักฐานที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และยื่นคำร้องเพิ่มเติมว่า นายพิธาขายหุ้นไอทีวีไปแล้ว และอยากให้ กกต.สอบถามไปยังบริษัทไอทีวีว่า นายพิธาถือหุ้นหรือไม่ มีการโอนหุ้นด้วยวิธีใด
9 มิถุนายน
ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเอกฉันท์ 6 เสียง ไม่รับคำร้องกรณีนายพิธาถือหุ้นไอทีวี ด้วยเหตุเป็นคำร้องที่ยื่นเกินระยะเวลาที่จะรับคำร้องไว้พิจารณา แต่ให้รับเรื่องไว้พิจารณาเป็นความปรากฏ
ทั้งระบุว่า คำร้องดังกล่าวมีรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงและพฤติการณ์และมีหลักฐานพอสมควร และมีข้อมูลเพียงพอที่จะสืบสวนไต่สวนต่อไปว่านายพิธาเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งและรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามแต่ได้สมัครรับเลือกตั้ง อันเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 42(3) และมาตรา 151 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งหากนายพิธาถูกตัดสินว่าผิดจริง จะมีโทษจำคุกสูงสุด 1-10 ปี ถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
10 มิถุนายน
ข่าว 3 มิติ ได้เปิดใจ นายนิกม์ แสงศิรินาวิน อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า ได้โอนหุ้นให้กับนายภาณุวัฒน์ ซึ่งเป็นรุ่นน้อง และได้ให้คำแนะนำในการประชุมผู้ถือหุ้น ทางอิเล็กทรอนิกส์ และระบุว่า มีคำถามว่านายพิธาถือหุ้นหรือไม่ เท่าไหร่ แต่ไม่ได้ตอบในห้องประชุม ได้ตอบมาทางโทรศัพท์ จึงได้ทราบเลขทะเบียนผู้ถือหุ้น
ซึ่งในภายหลัง นายนิกม์ยังได้โพสต์ข้อความคำถามดังกล่าวจากมือถือ ลงในเฟซบุ๊กอีกด้วย
11 มิถุนายน
ฐปณีย์ เอียดศรีไชย นักข่าวชื่อดัง อดีตคนข่าว itv เปิดคลิปวิดีโอ บันทึกการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 บริษัทไอทีวี โดยมีการระบุว่า ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน ในฐานะผู้ถือหุ้น ได้ถามในที่ประชุมว่า “(บริษัท ไอทีวี) มีการดำเนินกิจการเกี่ยวกับสื่อหรือทีวีไหมครับ” จากนั้น นายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานคณะกรรมการบริษัท ในฐานะประธานในที่ประชุม ได้ตอบอย่างชัดเจนว่า “ตอนนี้บริษัทยังไม่มีการดำเนินการใดๆ นะครับ ก็รอผลคดีความให้สิ้นสุดก่อนนะครับ”
12 มิถุนายน
นายคิมห์ สิริทวีชัย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTOUCH ออกเอกสารแจ้งกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้คณะกรรมการและฝ่ายจัดการของไอทีวีดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นบันทึกการประชุมดังกล่าว
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงข่าวกรณีดังกล่าว ข้องใจพิรุธในกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า นับแต่นายนิกม์ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงนักการเมืองที่ถือหุ้น itv ทำให้เป็นที่น่าสงสัยว่า มีการวางแผนให้นายภานุวัฒน์ ขวัญยืน ผู้ถือหุ้นที่รับโอนมาจากนายนิกม์ และเป็นผู้จัดการคลินิกของครอบครัวนายนิกม์ ตั้งคำถามถึงเรื่องการเป็นสื่อของ itv ในการประชุมผู้ถือหุ้น
ทั้งยังมีประเด็นความขัดแย้งของแบบนำส่งงบการเงิน ที่ไอทีวียื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จาก “กิจกรรมของบริษัทโฮลดิ้งที่ไม่ได้ลงทุนในธุรกิจการเงินเป็นหลัก” เป็น “สื่อโทรทัศน์”
ตั้งคำถามเป็นความเคลื่อนไหว ที่ต้องการใช้ประเด็นหุ้นไอทีวี เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ก่อนมีการประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกฯใหม่หรือไม่
ขณะที่ประเด็น ม.151 นั้น พรรคก้าวไกลมั่นใจข้อกล่าวหาไม่มีพยานหลักฐาน หรือน้ำหนักเพียงพอ เช่นเดียวกับอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งไม่ฟ้อง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อ 30 พฤศจิกายน 2565 ในคดีหุ้นวีลัค
ขณะที่ นายนิกม์ก็ได้เปิดเผยผ่านรายการ คุยนอกจอ เมื่อถูกถามว่า การเคลื่อนไหวให้นายภานุวัฒน์ถามนั้น วางแผนไปร้อง กกต. ถูกไหมว่า “ก็นั่งถาม นั่งพิมพ์อยู่ด้วยกัน ไม่รู้เขาเรียกว่าอะไร เอาอย่างนี้ ตัวผมก็ได้ครับ ผมรับทุกอย่าง อย่าไปอะไรเขาเลย”
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ที่แรก! เปิดใจ ‘แยม ฐปณีย์’ 7 วันทุ่มเจาะปมไอทีวี เคลียร์ประเด็น ‘ตัดต่อคลิป’ ยันไม่เข้าข้างใคร
- 09.00 INDEX กรณี คลิปเสียง ประชุม ITV รอยปริแยก แตกจาก ภายใน
- สมชัย ดูคลิปเต็มแล้ว แบบไม่ตัด การันตีใช้เป็นหลักฐานได้ พร้อมชี้ช่องวิธีส่งกกต.
- “ฐปณีย์” เปิดคลิป ที่ประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวี เจอถามยังเป็นสื่อหรือไม่
- วิโรจน์ ถาม นิกม์ ทำเองหรือมีคนสั่ง เจ้าตัว เผย ถ้าพลาด ก็ยืดอกรับ ถ้าจงใจก็พูดไม่ออก
- พลิก ‘ม.151’ กกต.ตั้งธงหนัก สอบพิธา มีโทษจำคุก-ตัดสิทธิ 20 ปี เทียบเคียงคดีสิระ