โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เช็กสัญญาณอันตราย! หมุนเงินไม่ทัน จ่ายหนี้ไม่ไหวควรทำอย่างไรดี?

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 ก.ค. 2566 เวลา 17.33 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2566 เวลา 00.44 น. • The Bangkok Insight

เช็กสัญญาณอันตราย! หมุนเงินไม่ทัน ชักหน้าไม่ถึงหลัง จ่ายหนี้ไม่ไหวควรทำอย่างไรดี ที่นี่มีคำตอบ!

ในฐานะผู้ขอสินเชื่อ เมื่อได้ใช้วงเงินสินเชื่อไปสักระยะ หากมีการจัดการหนี้ไม่ได้ อาจประสบปัญหา "หมุนเงินไม่ทัน" หรือบางคนเรียกว่า "ชักหน้าไม่ถึงหลัง" จนในที่สุดทำให้ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ สำหรับสัญญาณที่จะบอกให้รู้ว่าเริ่มจ่ายหนี้ไม่ไหวแล้วมีอะไรบ้าง

จ่ายหนี้ไม่ไหว

เช็กสัญญาณอันตราย!

  • เงินก้อนหรือเงินกู้ และสินเชื่อเงินด่วน (Xpress Loan) เริ่มผ่อนชำระไม่ได้ หรือต้องผ่อนชำระหลายๆ ครั้ง จนครบตามเงื่อนไขในแต่ละงวด
  • เงินกู้หมุนเวียนหรือกู้เบิกเงินเกินบัญชี (O/D) ใช้เต็มวงเงินจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยอย่างเดียว ส่วนบัตรเครดิต หรือบัตรเงินด่วน (Xpress Cash) ใช้เต็มวงเงิน และจ่ายขั้นต่ำอย่างเดียวมาโดยตลอดเช่นกัน
  • กดเงินจากบัตรเครดิต เพื่อนำมาจ่ายหนี้สินอื่น ๆ หรือจ่ายหนี้บัตรเครดิตใบอื่น ๆ สำหรับบัตรเครดิตถูกออกแบบเพื่อใช้รูดซื้อสินค้าหรือบริการ หากนำมาใช้กดเงินสดจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการกดเงิน ซึ่งต่างจากบัตรเงินด่วน (Xpress Cash) ที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมดังกล่าว
  • ยืมเงินจนเป็นอาชีพ ยืมทั้งคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนสนิทและไม่สนิท ทำให้ติดหนี้คนไปทั่ว จนกลายเป็นสร้างความเดือดร้อนให้คนที่ถูกยืมด้วย
  • สุดท้ายต้องหันไป กู้เงินนอกระบบ และมีความเสี่ยงจากการถูกตามหนี้โหด และ / หรือถูกประจาน จนทำให้ต้องเข้าสู่วงจรอุบาทว์เต็มตัว จนกลายเป็นหนี้ไม่จบสิ้น
จ่ายหนี้ไม่ไหว

คำแนะนำเพิ่มเติม : หากคิดว่าเริ่มจ่ายหนี้ไม่ไหว เช่น มีภาระผ่อนหนี้เกิน 50% ของรายได้ เช่น รายได้ 20,000 บาท มีภาระผ่อนเกิน 10,000 บาท ควรหยุดสร้างหนี้เพิ่ม หรืองดใช้บัตรเครดิต / บัตรเงินด่วน จนกว่าจะควบคุมรายจ่ายไม่เกินรายรับ ยกเว้น ถ้าการกู้เพิ่มนั้น จะช่วยให้เพิ่มรายรับ และไปต่อได้

หากจ่ายหนี้ไม่ไหวควรทำอย่างไรดี

หลาย ๆ คนเมื่อเริ่มจ่ายหนี้ไม่ไหวแล้วมักจะเกิดความรู้สึกว่ามืดแปดด้าน หันไปทางไหนก็เจอแต่ทางตัน บางคนต้องหันไปขอใช้บริการกูรูตามสังคมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งก็จะมีคำแนะนำที่ดี คือทำให้หาทางออกได้ แต่หลายๆ ครั้งก็จะมีคำแนะนำที่ทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ไปกว่าเดิม เพราะสถานการณ์ของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ดังนั้น หากจ่ายหนี้ไม่ไหวควรทำอย่างไรดี วันนี้จะขอพาผู้กู้ที่จ่ายหนี้ไม่ไหวไปหาทางออกร่วมกัน ดังนี้

เตรียมพร้อมแก้หนี้!!

  • เตรียมข้อมูลรายรับ-รายจ่าย ทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมดของผู้กู้และครอบครัว เพื่อจะได้นำมาวางแผนได้อย่างถูกต้อง ที่ผ่านมา พบว่า ผู้กู้หลายรายปกปิดข้อมูล เช่น ข้อมูลหนี้สิน หรือทรัพย์สิน เป็นต้น ทำให้การวางแผนผิดพลาด ไม่สามารถแก้ไขหนี้ได้ตามที่ตกลงกันไว้
จ่ายหนี้ไม่ไหว
  • เปิดใจเข้ามาคุยกับธนาคารที่เป็นหนี้ โดยเล่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ ห้ามปกปิดข้อมูล เพื่อที่จะได้หาทางออกร่วมกัน เช่น
  • รีไฟแนนซ์หนี้ทั้งหมดเป็นเงินกู้ก้อนเดียว เพื่อจะได้ผ่อนชำระจากเงินกู้หลายๆก้อน ให้เป็นเงินก้อนเดียว และจะได้ผ่อนชำระทางเดียว จะช่วยลดภาระการผ่อนหนี้ลงได้มาก หรือแปลงหนี้บัตรเครดิต หรือเงินกู้หมุนเวียน เป็นเงินกู้ แล้วผ่อนชำระเป็นรายงวดแทน หรือ
  • ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เช่น ขอปรับลดเงื่อนไขการผ่อน หรือขอจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยอย่างเดียวช่วงเวลาหนึ่ง เป็นต้น เพื่อจะได้มีเวลาปรับตัวในช่วงที่เงินขาดมือหรือช็อตเงิน
    ปรับลดค่าใช้จ่ายหรือหารายได้เพิ่ม เพื่อให้มีกระแสเงินเข้ามาหมุนเวียนในกิจการ หรือเพื่อนำมาใช้จ่ายในครอบครัว เช่น
  • ปรับลดภาระค่าใช้จ่ายบางอย่างลงมา แต่อาจจะมีผลกระทบกับไลฟ์สไตล์บ้าง เช่น ปรับลดโปรโมขั่นมือถือหรืออินเตอร์เน็ต หรือปรับเปลี่ยนสไตล์การดื่มกาแฟ หรือปรับลดการทานข้าวนอกบ้าน เป็นต้น หลายๆ คนที่รู้จักจะใช้วิธีการพกข้าวมาทานที่ทำงานแทน ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้มาก
  • เพิ่มรายได้โดยการขายของที่ไม่ได้ใช้แล้ว พวกของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เสื้อผ้า, รองเท้า กระเป๋า เป็นต้น หรือพวกเครื่องมือ เครื่องใช้บางประเภท
  • เพิ่มรายได้โดยขายทรัพย์สินหรือของสะสมบางอย่างออกไป เช่น ที่ดิน, บ้าน, ตึกแถว, คอนโด, รถยนต์, รถมอเตอร์ไซด์, นาฬิกา และพระเครื่อง เป็นต้น ซึ่งแนวทางนี้อาจจะดูว่าเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ในความเป็นจริงเป็นเรื่องที่ทำยากที่สุด เพราะหลายๆ คนมักจะทำใจไม่ได้ ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นกับว่าจะตัดสินใจอย่างไร จะยอมแบกหนี้ต่อไป หรือยอมขายของที่รักออกมา เพื่อจะได้ลดภาระหนี้ลง

ข้อควรรู้ : การที่ขอกู้เงินได้ แสดงว่าคนกู้มีเครดิตที่ดี เมื่อได้รับเงินกู้แล้ว ก็ต้องผ่อนชำระให้ตรงตามเงื่อนไข เป็นการรักษาเครดิตที่ดีเอาไว้แบบง่าย ๆ หากในอนาคตจำเป็นต้องใช้เงินสามารถกู้ใหม่ได้

ที่มา : ธนาคารกสิกรไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...