โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตร.เมืองตรังคุมตัว 2 ชายมือฆ่านักธุรกิจชาวจีนทำแผนนาทีลงมือสังหารโหด

อีจัน

อัพเดต 18 พ.ค. 2566 เวลา 12.33 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2566 เวลา 12.33 น. • อีจัน

อัปเดทจากกรณีที่มีแก๊ง 3 ผู้ร้าย ฆ่าโหดนักธุรกิจชาวจีน และ ตำรวจได้ทำการจับกุม

จับแล้ว! แก๊งฆ่าโหดนักธุรกิจจีน - เตรียมคุมตัวทำแผน

วันนี้(18 พ.ค.66) ตำรวจ สภ.เมืองตรัง นำกำลังตำรวจกว่า 30 นาย ควบคุมตัวนายณัฐดนัยหรือนาย เจ (มือแทง) อายุ 22 ปี และ นายณัฐพล หรือนายอิฐ อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหา 2 ใน 3 คนที่ร่วมกันฆ่านายซีรุย ลี (Mr.Zhirui Li) อายุ 43 ปี นักธุรกิจส่งออกไม้ยางพาราแปรรูปสัญชาติจีน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ ภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.ตรัง โดยมีภรรยาและลูกของผู้ตาย รวมทั้งญาติพี่น้องกว่า 20 คน เดินทางมาดูการทำแผนด้วย ทำให้ต้องใช้กำลังตำรวจกว่า 30 นาย คอยดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุมประชาทัณฑ์ขึ้น

โดยในจังหวะที่กำลังเดินทางน้องภรรยาของผู้ตายพยายามจะเข้ามาประชาทัณฑ์ แต่ทางตำรวจได้กีดกันได้เสียก่อน ทำให้บรรดาญาติตะโกนประณามถึงการกระทำที่รุนแรงกับผู้ก่อเหตุ ส่วนผู้ต้องหาหญิงอายุ 17 ปี ซึ่งเป็นเยาวชน ไม่ได้นำมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งตำรวจ สภ.เมืองตรัง ได้ควบคุมตัวไว้ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ตรัง เพื่อให้ทีมสหวิชาชีพสอบปากคำและนำไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะนำตัวส่งฝากขังที่ ศาลเด็กและเยาวชน จ.ตรัง ในเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา

ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้แก่

1.ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

2.ร่วมกันปล้นทรัพย์ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป

ในส่วนผลจากการผ่าชันสูตรร่างผู้เสียชีวิต พบมีสารของยานอนหลับ และแอลกอฮอล์อยู่ในร่างกาย โดยตำรวจได้นำรถเก๋ง ของผู้ตายมาในที่เกิดเหตุด้วย ซึ่งคนร้ายได้ปลดทะเบียน และกล้องหน้ารถ รวมทั้งจีพีเอสออกแล้ว โดยใช้เวลาทำแผนประมาณ 20 นาที เนื่องจากน้องภรรยาผู้เสียชีวิต ได้ปรี่จะเข้าทำไปร้ายผู้ต้องหาและทางตำรวจจึงรีบนำตัว 2 ผู้ต้องหาไปทำแผนชี้จุดตามเส้นทางหลบหนี รวมทั้งร้านจำหน่ายยานอนหลับให้กับผู้ต้องหา

โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า ผู้ตายได้มาเปิดห้องพักเบอร์ 5 ที่รีสอร์ทดังกล่าว โดยนัดกับหญิงขายบริการอายุ 17 ปี ที่เคยนัดกันมาแล้วก่อนหน้านี้ 3 ครั้ง เพื่อมาร่วมหลับนอนกันที่รีสอร์ท แต่ปรากฏว่าฝ่ายหญิง ได้ใช้โทรศัพท์ แอบถ่ายภาพผู้ตายเปลือยกายขณะร่วมหลับนอนทำให้ผู้เสียชีวิตไม่พอใจ ประกอบกับความมึนเมา จึงได้ตบหน้าของผู้หญิง 1 ครั้ง เธอจึงได้แชทไปหานายเจ เพื่อระบายความโกรธแค้นที่ถูกผู้ตายกระทำ นายเจ จึงชักชวนนายอิฐมาเปิดห้องพักใกล้กัน โดยหญิงคนดังกล่าวจึง อาศัยจังหวะที่ผู้ตายนอนหันหลังให้ แอบนำนายเจ เข้ามาซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ จนกระทั่งผู้ตายเข้าห้องน้ำ นายเจ จึงลงมือแทงไม่ยั้ง เข้าที่ลำคอ 1 แผล ด้านหน้าลำตัว 9 แผลและบริเวณด้านหลัง 11 แผลรวมกว่า 20 แผล ก่อนที่ทั้ง 3 คนจะหลบหนีไป พร้อมทรัพย์สินของผู้ตายจำนวนหลายรายการ

ด้านน้องภรรยาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ผู้ตายเป็นคนใจดีและพนักงานทุกคนรักผู้ตายมาก แต่จะเป็นเรื่องของการไม่จ่ายค่าบริการหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ แต่รู้ว่าผู้ตายเป็นคนนิสัยดีมาก ส่วนเรื่องอื่น ๆ ตนไม่ทราบ แต่ไม่เชื่อตามคำให้การของผู้ต้องหา

ขณะที่พนักงานบริษัทของผู้ตาย กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าจะไม่มีการวางแผนมาก่อนล่วงหน้าเพราะมีการนำยานอนหลับมาใช้ด้วย และไม่เชื่อว่าเป็นแค่เรื่องชู้สาว เพราะตนทำงานกับผู้ตายมานาน หากแค่เรื่องค่าบริการหญิงสาวที่ไม่จ่ายเงิน ตนคิดว่าเป็นไปไม่ได้เพราะผู้ตายเป็นคนใจดีมาก และเชื่อว่าผู้ต้องหาพูดโกหก ซึ่งทางญาติผู้ตายกำลังเดินทางมา ส่วนเรื่องธุรกิจก็ต้องทำต่อไป

ขณะที่ พ.ต.อ. อภิชัย กรอบเพชร รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง ได้กล่าวว่าคดีนี้ปิดคดีได้แล้วด้วยการจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง 3 คนและแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยมีความผิดเกี่ยวกับการทรัพย์ด้วย และได้นำตัวผู้ต้องหาหญิงไปสอบปากคำต่อโดยสหวิชาชีพเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้กำลังนำไปตรวจร่างกาย เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน จากการสอบสวนผู้ตายกับหญิงอายุ 17 ปีรู้จักกันและนัดพบกันครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 โดยตรวจสอบจากบัตรประชาชนแล้วว่าเป็นเยาวชนจริง ส่วนผู้ต้องหาชาย-หญิงรู้จักกันมาก่อนเพราะอยู่ จ.สตูลด้วยกัน

และในส่วนที่อ้างว่าผู้ตายไม่ได้จ่ายเงินให้เป็นคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหา แต่ตำรวจยังต้องตรวจสอบพยานหลักฐานอื่น ๆ เช่น การแชททางโทรศัพท์ พยานหลักฐานที่เป็นเทคโนโลยีอีกที เพราะไม่ได้เชื่อคำให้การของผู้ต้องหาเสียทีเดียว ส่วนปมจ้างวานฆ่ายังไม่มีพยานหลักฐาน แต่เป็นการร่วมกันฆ่าทั้ง 3 คนซึ่งตกลงกันว่าไม่พอใจผู้ตาย จึงร่วมกันฆ่า ซึ่งผู้ตายไม่พบความขัดแย้งกับใคร ส่วนธุรกิจไม้ยางกำลังตรวจสอบ และผลนิติวิทยาศาสตร์ผลยังไม่ออก ซึ่งคนร้ายได้เงินของผู้ตายไปประมาณหมื่นกว่าบาท เบื้องต้นยังไม่พบว่าผู้ต้องหาเคยก่อคดีลักษณะนี้มาก่อน และไม่พบสารเสพติดในร่างกายของผู้ตาย รวมทั้งผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย

อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีนี้ตำรวจสรุปว่าเป็นการฆ่าเพื่อปล้นทรัพย์ โดยไม่มีผู้จ้างวาน แต่ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องชู้สาวระหว่างผู้หญิงกับนายเจ อยู่ในระหว่างการติดตามรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งนายเจ เคยเป็นอดีตทหารเกณฑ์ใน จ.ยะลา ชอบสะสมอาวุธมีดแต่ไม่มีประวัติติดยาเสพติดและคดีอาชญากรรมติดตัว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...