"เนื้อครามสกลนคร” สินค้า GI “คราม”ธรรมชาติภูมิปัญญาท้องถิ่นสืบทอดรุ่นสู่รุ่น
วันนื้( 14 ก.ค.2569) นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสินค้า GI ที่มุ่งใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการของไทย ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน สร้างรายได้ให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และชุมชน พร้อมผลักดันเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โดยสินค้า GI เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักและสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาด ผ่านการเชื่อมโยงคุณภาพและชื่อเสียงของสินค้าเข้ากับภูมิปัญญา วิถีชีวิต และเอกลักษณ์ของชุมชนในพื้นที่ ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การสร้างแบรนด์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับ เนื้อครามสกลนครเป็นวัตถุดิบต้นน้ำสำคัญในการผลิตผ้าย้อมครามธรรมชาติสกลนคร ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นราชาแห่งผ้าย้อมสีธรรมชาติ ความโดดเด่นของเนื้อครามเกิดจากสภาพภูมิประเทศของแอ่งสกลนคร ซึ่งเป็นพื้นที่ตะกอนลำน้ำ มีความอุดมสมบูรณ์และระบายน้ำได้ดี ประกอบกับสภาพภูมิอากาศในเขตร้อนที่เหมาะกับการเพาะปลูกต้นคราม เนื่องจากต้นครามเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดจัดและใช้น้ำน้อยในการปลูก
เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวใบครามและนำมาผ่านกระบวนการแช่และการตีครามตามภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมายาวนาน โดยแช่ใบครามสดทิ้งไว้ 18 – 24 ชั่วโมง จากนั้นเติมปูนขาวหรือปูนเปียกลงในน้ำที่แช่ใบคราม ทำการเติมออกซิเจนด้วยการกวนหรือการตีเป็นเวลา 15-20 นาที จากนั้นทิ้งให้ครามตกตะกอน หรือที่เรียกว่าการนอนคราม และกรองเอาน้ำออก ทำให้ได้เนื้อครามคุณภาพดี มีลักษณะเหนียว หนืด ข้น สีน้ำเงินเข้มเป็นเงามันวาว มีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ ให้สีที่ติดทนนาน ไม่ตก ไม่ซีดจางง่าย และปลอดภัยต่อผู้สวมใส่ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ผ้าย้อมครามธรรมชาติของจังหวัดสกลนครมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ
ปัจจุบันจังหวัดสกลนครมีผู้ผลิตเนื้อคราม 40 ราย มีกำลังการผลิตประมาณ 52,350 กิโลกรัมต่อปี จำหน่ายในราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 120 บาท สร้างมูลค่าทางการตลาดกว่า 6.9 ล้านบาทต่อปี ด้วยความโดดเด่นของภูมิปัญญาการผลิตครามธรรมชาติที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้จังหวัดสกลนครได้รับการรับรองจากสภาหัตถศิลป์โลก (World Crafts Council) ให้เป็น นครหัตถศิลป์โลกเจ้าแห่งครามธรรมชาติ ซึ่งสะท้อนศักยภาพของชุมชนในการอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสัมผัสวิถีชีวิตและเรียนรู้กระบวนการผลิตในพื้นที่จำนวนมาก
ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียน GI เนื้อครามสกลนคร เป็นสินค้า GI รายการล่าสุดของจังหวัดสกลนคร ได้รับการผลักดันและความร่วมมืออย่างดีจากหลายหน่วยงานในพื้นที่ รวมทั้งสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ในการให้คำแนะนำ ส่งผลให้ปัจจุบันจังหวัดสกลนครมีสินค้า GI รวม 8 รายการ มากเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ รองจากจังหวัดนครราชสีมา 11 รายการ และเชียงราย 9 รายการ
โดยสินค้า GI ของจังหวัดสกลนคร ประกอบด้วย ข้าวฮางหอมทองสกลทวาปี /เนื้อโคขุนโพนยางคำ / หมากเม่าสกลนคร / น้ำหมากเม่าสกลนคร / นมวาริช / เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน / ผ้าครามธรรมชาติสกลนคร และ เนื้อครามสกลนคร ซึ่งสินค้า GI ทั้ง 8 รายการสามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดให้กับจังหวัดกว่า 498 ล้านบาทต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของระบบ GI ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ยกระดับรายได้ของชุมชน และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่น
อ่านข่าว:
"ทรัพย์สินทางปัญญา" พลิกศักยภาพ สินค้าไทยสร้างมูลค่าใหม่ หนุนเศรษฐกิจเติบโต
“พาณิชย์” ดันคราฟต์ไทยสู่เวทีโลก ชูช่างฝีมือไทยสู่การเป็น “ของขวัญแห่งชาติ”
“กาแฟ GI” ครองใจนักดื่ม ปี68 สร้างยอดขาย1.49 พันล้าน ตอกย้ำเอกลักษณ์กาแฟไทย