โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ต่างชาติเปลี่ยนพฤติกรรมซื้ออสังหาฯ ไทย เน้นถือยาว "แสนสิริ" ชี้ไทยติดเรดาร์ บ้านหลังที่สองดึงกำลังซื้อทั่วโลก

Khaosod

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แสนสิริ ถอดสัญญาณอสังหาฯไทย ผ่านแลนด์สเคปผู้ซื้อต่างชาติ เผยไทยติดเรดาร์ ‘จุดหมายปลายทางสำคัญ’ ของผู้อยู่อาศัย และนักลงทุนทั่วโลก

นางสาวศรีอำไพ รัตนมยูร ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 แม้เศรษฐกิจโลกจะยังมีความผันผวน แต่ประเทศไทยยังคงได้รับความสนใจจากผู้ซื้อชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน (Turning Point) ที่สำคัญ จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ทั้งแรงจูงใจในการซื้อ สัญชาติของผู้ซื้อ และบทบาทของแต่ละทำเลที่ตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน

ปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติไม่ได้มุ่งหวังเพียงผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) เหมือนในอดีต แต่หันมาถือครองสินทรัพย์ระยะยาว (Long-term Asset Holders) มากขึ้น โดยมองประเทศไทยเป็นจุดหมายสำหรับการซื้อบ้านหลังที่สอง (Second Home) การเตรียมพร้อมใช้ชีวิตหลังเกษียณ รวมถึงการวางแผนพำนักระยะยาวในอนาคต

สำหรับตลาดผู้ซื้อหลักอย่างจีน อยู่ในช่วงปรับสมดุลและตัดสินใจซื้ออย่างรอบคอบมากขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลก ขณะที่ผู้ซื้อจากฮ่องกงเริ่มกระจายการลงทุนไปยังหลายประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยม จากปัจจัยด้านค่าครองชีพที่เหมาะสม ระบบสาธารณสุขที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และศักยภาพการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค

ขณะเดียวกัน แสนสิริพบว่ามีกลุ่มผู้ซื้อจากตลาดใหม่ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ประเทศในเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและนิยมซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงในลักษณะครอบครัว นอกจากนี้ ผู้ซื้อจากสิงคโปร์และญี่ปุ่นก็กลับมามีบทบาทเพิ่มขึ้น

โดยมองประเทศไทยทั้งในฐานะพื้นที่ลงทุนและบ้านหลังที่สอง ขณะที่นโยบายส่งเสริมการพำนักระยะยาวของภาครัฐ เช่น วีซ่า LTR เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เกษียณอายุและผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตในประเทศไทยระยะยาว

นางสาวศรีอำไพ กล่าวว่า แนวโน้มสำคัญของตลาดในปัจจุบัน คือ "ไลฟ์สไตล์" กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกทำเลมากกว่าการพิจารณาทำเลเพียงอย่างเดียว โดยแต่ละพื้นที่มีจุดเด่นตอบโจทย์ผู้ซื้อแตกต่างกัน

กรุงเทพมหานครยังคงเป็นตลาดหลักของกลุ่มคนทำงาน นักลงทุน และผู้บริหารต่างชาติ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมระดับกลางถึงลักชัวรีในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) และพื้นที่ใกล้ระบบขนส่งมวลชน

ภูเก็ตยังครองตำแหน่งจุดหมายด้าน Luxury Lifestyle และ Second Home Destination ระดับภูมิภาค ด้วยโครงการวิลล่าและเรสซิเดนซ์ระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ผู้ต้องการความเป็นส่วนตัว กลุ่ม Digital Nomad และผู้มีกำลังซื้อสูงจากทั่วโลก

พัทยาได้รับความนิยมจากผู้ที่มองหาบ้านพักตากอากาศและการอยู่อาศัยหลังเกษียณ เนื่องจากสามารถเดินทางเชื่อมต่อกรุงเทพฯ ได้สะดวก อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากการพัฒนาโครงการในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)

ส่วนหัวหินได้รับความสนใจจากกลุ่มครอบครัวและผู้ที่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ในบรรยากาศที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตระยะยาว

นอกจากนี้ ยังมีเมืองรองที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตามความต้องการเฉพาะด้านของผู้ซื้อ โดยเชียงใหม่เป็นจุดหมายของกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ (Wellness) การใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ และการทำงานแบบยืดหยุ่น ขณะที่เกาะสมุยได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังที่สองระดับลักชัวรี ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว วิวทะเล และคุณภาพชีวิตระดับพรีเมียม

อีกหนึ่งแนวโน้มสำคัญคือ ตลาดเช่าและตลาดซื้อเริ่มเกื้อหนุนกันมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ซึ่งมักเริ่มจากการเช่าที่อยู่อาศัยก่อนตัดสินใจซื้อเมื่อมีแผนพำนักระยะยาว ขณะที่นักลงทุนยังคงพิจารณาทั้งผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าและโอกาสในการเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์

ส่วนกลุ่มผู้เกษียณและผู้ซื้อบ้านหลังที่สองมีแนวโน้มตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น หากมีความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยสามารถเป็นฐานการใช้ชีวิตระยะยาวได้จริง

ทั้งนี้ แสนสิริมองว่า ประเทศไทยยังมีโอกาสยกระดับจากตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ไปสู่การเป็น "Life-Based Real Estate" หรือจุดหมายปลายทางของการใช้ชีวิตระยะยาวสำหรับผู้มีกำลังซื้อจากทั่วโลก โดยภาครัฐควรเร่งสร้างความชัดเจนและความต่อเนื่องของนโยบายด้านการพำนักระยะยาว เดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงเมืองต่าง ๆ ยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย

รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานโครงการและบริการหลังการขาย เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในระยะยาว

*หมายเหตุ: แหล่งข้อมูลอ้างอิงจาก Julius Baer Global Wealth and Lifestyle Report 2026, ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC), Cushman & Wakefield Thailand Real Estate Market Outlook

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ต่างชาติเปลี่ยนพฤติกรรมซื้ออสังหาฯ ไทย เน้นถือยาว "แสนสิริ" ชี้ไทยติดเรดาร์ บ้านหลังที่สองดึงกำลังซื้อทั่วโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...