โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“พาณิชย์” บุกห้วยขวาง! พบ 4 บริษัทใช้ที่อยู่ร่วมกัน ส่อเข้าข่ายนอมินี

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (6 มิ.ย.69) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ได้มอบหมายให้หม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นำทีมลงพื้นที่ย่านห้วยขวาง ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และกรมการจัดหางาน เพื่อตรวจสอบธุรกิจต้องสงสัย ได้แก่ ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และสถานประกอบการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อตรวจสอบการประกอบธุรกิจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า จากผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบพฤติการณ์ที่เข้าข่ายการกระทำผิดใน 3 ประเด็น

ประเด็นแรก พบบริษัท 4 ราย ใช้ที่ตั้งเดียวกัน โดยจากการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนเพิ่มเติมพบว่า บริษัท 1 ราย มีคนไทยร่วมถือหุ้นกับคนต่างด้าว ประกอบธุรกิจให้คำปรึกษาทางธุรกิจและกฎหมาย ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงนอมินี

ส่วนบริษัทอีก 2 ราย มีกรรมการและผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยทั้งหมดและเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกัน มีทุนจดทะเบียนรวม 30 ล้านบาท ขณะที่อีก 1 บริษัท มีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยทั้งหมด แต่มีคนต่างด้าวเป็นกรรมการเพียงคนเดียว ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยจากการลงพื้นที่พบเพียงคนไทยซึ่งแจ้งว่าเป็นผู้ดูแล แต่ไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ และไม่พบกรรมการหรือผู้ถือหุ้น

นอกจากนี้ กรมฯ ได้ขยายผลตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นคนไทยกลุ่มดังกล่าวเพิ่มเติม พบว่ามีชื่อเป็นกรรมการของบริษัทแห่งหนึ่งที่จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อปี 2565 มีการเปลี่ยนชื่อรวม 5 ครั้ง และไม่ส่งงบการเงินมาแล้ว 3 ปี ระหว่างปี 2566-2568 แต่ยังคงมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียนอย่างต่อเนื่อง จึงอยู่ระหว่างประสานข้อมูลกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีการประกอบธุรกิจจริงหรือไม่

ประเด็นที่สอง พบบริษัทที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้น 60% ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือร้านซูเปอร์มาร์เก็ต โดยจากการลงพื้นที่พบว่าร้านปิด และจากการตรวจสอบไม่พบการขออนุญาตประกอบธุรกิจตามกฎหมาย จึงเข้าข่ายต้องสงสัยว่าเป็นคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งกรมฯ จะส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ประเด็นที่สาม เป็นกรณีร้านอาหารที่ปรากฏเป็นข่าวว่าไม่รับชำระเงินเป็นเงินบาท โดยจากการลงพื้นที่พบคนจีนซึ่งมีชื่อเป็นกรรมการบริษัท และพนักงานเป็นคนต่างด้าว โดยกรรมการชาวจีนให้ข้อมูลว่าเป็นเจ้าของร้านและเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด พร้อมชักชวนคนไทยเข้ามาร่วมถือหุ้น

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลระบบรับชำระเงินของร้านย้อนหลัง 5 วัน พบว่ามีรายได้เฉลี่ยประมาณวันละ 30,000 บาท และบัญชีรับโอนเป็นชื่อของกรรมการบริษัทชาวจีน โดยกรมฯ ได้แจ้งให้ธุรกิจดังกล่าวส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกต่อไป

นอกจากนี้ ยังพบการกระทำผิดในประเด็นอื่น ได้แก่ การไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง และกรณีคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับอนุญาต โดยเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานได้ควบคุมตัวผู้กระทำผิดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมถึงดำเนินคดีกับนายจ้างที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังตรวจพบคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง 1 ราย และกรณีไม่แจ้งที่พักอาศัยของชาวต่างชาติอีก 1 ราย ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางเพื่อดำเนินคดีต่อไป

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า หลังจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสตม. จะประสานข้อมูลระหว่างกันและขยายผลการตรวจสอบเพิ่มเติม หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยเป็นการบูรณาการการทำงานเชิงรุกระหว่างหน่วยงานเพื่อปกป้องผู้ประกอบการไทยและประชาชนผู้บริโภคจากการกระทำที่ไม่ถูกต้อง และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ประกอบการไทยและเศรษฐกิจของประเทศ ขณะเดียวกัน กรมฯ พร้อมอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“พาณิชย์” พบ 53 ธุรกิจย่านห้วยขวางเข้าข่ายเสี่ยงนอมินี ส่ง ปปง. ตรวจเส้นทางการเงิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...