โพสต์อ้าง “สระแก้วเปิดด่าน – รมต.ศึกษาฯ ให้ทุนเด็กกัมพูชา 800 ล้านบาท” แท้จริง Fake News ปั่นดรามา
Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก: Threads
[caption id="attachment_12933" align="aligncenter" width="1024"]
โพสต์อ้าง จ.สระแก้ว เปิดด่านให้นักเรียนกัมพูชา เดินทางเข้า-ออก เพื่อมาเรียนหนังสือได้ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. 69 และอ้างว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บอกให้มอบทุนให้กับนักเรียนกัมพูชา 800 ล้านบาท[/caption]
Thai PBS Verify พบโพสต์จากผู้ใช้ Threads ชื่อ peenoom2018 โพสต์แคปชันระบุว่า
รัฐบาลนี้พูดอย่าง ทำอีกอย่างสวนทางกัน
โดยโพสต์ดังกล่าวเป็นภาพข่าวอ้าง จ.สระแก้ว เปิดด่านให้นักเรียนกัมพูชา เดินทางเข้า-ออก เพื่อมาเรียนหนังสือได้ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. 69 นอกจากนี้ยังมีภาพหนึ่งที่มีข้อความอ้างว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บอกให้มอบทุนให้กับนักเรียนกัมพูชา 800 ล้านบาท พร้อมอ้างว่า เด็กไทย อ้อนวอนกู้ยืมเงิน กยศ. ไม่ให้ ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 69 ได้ทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความรู้สึกไปกว่า 100 ครั้ง ร่วมถึงเชื่อว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง
ด่านสระแก้วเปิดให้เด็กกัมพูชาเดินทางข้ามมาเรียนได้แล้วจริงหรือไม่ ?
เราตรวจสอบด้วยคำสำคัญ พบรายงานข่าวจาก Thai PBS ที่รายงานข่าวเรื่อง นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้เดินทางลงพื้นที่บริเวณด่านพรมแดนถาวร บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ พร้อมหน่วยงานความมั่นคง ยืนยัน ข่าวเปิดด่านให้นักเรียนชาวกัมพูชาข้ามแดนเข้ามาเรียน เป็นข่าวปลอม พร้อมดำเนินการกับสื่อสังคมออนไลน์ที่นำเสนอข่าวนี้ หลังลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา หน้าจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก จ.สระแก้ว โดยประตูด่านพรมแดน ยังคงถูกล็อกด้วยกุญแจอย่างแน่นหนา
รายงานข่าวจาก Thai PBS
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งมอบทุนให้นักเรียนกัมพูชา 800 ล้านบาท จริงหรือไม่ ?
ขณะที่กรณีโพสต์อ้างว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งการให้มอบทุนการศึกษาให้นักเรียนกัมพูชา 800 ล้านบาทนั้น เราตรวจสอบไปยัง โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งยืนยันว่า
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยกล่าวอ้างว่า “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอให้ทุนการศึกษาแก่เด็กกัมพูชา 800 ล้านบาท” นั้น
ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ขอเรียนยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ ไม่มีมูลความจริง และไม่เคยมีการให้ข่าว การเสนอแนวคิด หรือการหารือในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งในระดับนโยบายและการปฏิบัติ
กระทรวงศึกษาธิการขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา และสื่อมวลชน โปรดอย่าหลงเชื่อ หรือส่งต่อข้อมูลดังกล่าว เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจส่งผลกระทบต่อสังคมและความน่าเชื่อถือของหน่วยงานภาครัฐ
งบช่วยเหลือการศึกษาเด็กกัมพูชา 800 ล้านบาท มีจริงหรือไม่ ?
จากการค้นหาด้วยคำสำคัญ เราพบว่า “ไม่มีงบช่วยเหลือด้านการศึกษาจำนวน 800 ล้านบาทที่เจาะจงให้เด็กกัมพูชาฟรี” ปรากฏอยู่ในแผนงบประมาณของทั้งรัฐบาลชุดปัจจุบัน หรือรัฐบาลชุดก่อนหน้า มีเพียงงบของ Thailand International Cooperation Agency หรือ TICA จาก กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ประเทศไทยมีการให้ความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนาให้กับเพื่อนบ้าน ซึ่งลักษณะการจ่ายเงินจะจ่ายเป็นค่าวิทยากร, ค่าสถานที่อบรมในไทย, หรือค่าก่อสร้างอาคารในต่างประเทศที่ไทยไปสนับสนุน ไม่ได้เป็นการโอนเงินสด ให้รัฐบาลต่างประเทศไปบริหารเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่เป็นงบประมาณที่จำกัดและครอบคลุมหลายประเทศ (CLMV) โดยในปี 2568 มีการใช้งบประมาณอยู่ที่ 625,267,160 บาท ซึ่งไม่ได้มีมูลค่าสูงถึง 800 ล้านบาท และไม่ได้จ่ายให้สำหรับเด็กกัมพูชาเพียงกลุ่มเดียว
[caption id="attachment_9295" align="aligncenter" width="1024"]
แผนและความก้าวหน้าการดำเนินงานและการใช้งบประมาณ ประจำปี พ.ศ. 2568 กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ[/caption]
การให้การช่วยเหลือการศึกษาเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ?
นโยบาย “การศึกษาเพื่อปวงชน” หรือ Education for All (EFA) ถือเป็นนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาที่ไทยให้แก่ประเด็กต่างด้าวหรือไม่มีสัญชาติ ซึ่งรวมถึงกัมพชา โดยมีจุดเริ่มต้นแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลา
1. จุดเริ่มต้นในระดับสากล (พ.ศ. 2533)
นโยบายนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทยในการประชุม “การศึกษาเพื่อปวงชน” (World Conference on Education for All) ณ จอมเทียน พัทยา เมื่อปี พ.ศ. 2533 ในรัฐบาล พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มีการรับรอง “ปฏิญญาจอมเทียน” ซึ่งประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับประชากรทุกคน (เด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่) อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
2. จุดเริ่มต้นทางกฎหมายสำหรับ “ทุกคน” ในไทย (พ.ศ. 2548)
ส่วนจุดเริ่มต้นของนโยบายที่อนุญาตให้ “เด็กต่างด้าวหรือเด็กไม่มีสัญชาติ” เข้าเรียนในโรงเรียนไทยได้ฟรี เกิดขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 5 กรกฎาคม 2548 ในรัฐบาลของ นายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ณ ขณะนั้น ได้ผ่านมติเห็นชอบให้สถานศึกษาจัดการศึกษาแก่ บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย โดยให้รัฐสนับสนุนงบประมาณรายหัวให้เท่ากับเด็กไทย ซึ่งมตินี้คือหัวใจหลักที่ทำให้ไทยกลายเป็นประเทศชั้นนำในอาเซียนด้านการเปิดรับเด็กทุกคนเข้าสู่ระบบการศึกษา (Education for All) โดยไม่เกี่ยงสถานะทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม นโยบาย Education for All ไม่ใช่การ “แจกเงิน” ให้ต่างประเทศ แต่คือการที่ประเทศไทยรับผิดชอบจัดการศึกษาให้กับ เด็กทุกคนที่อยู่บนแผ่นดินไทย เพื่อให้คนเหล่านี้มีความรู้และไม่กลายเป็นภาระหรือปัญหาสังคมในอนาคต
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
จากกรณีที่บัญชี Threads ชื่อ "peenoom2018" ได้โพสต์ภาพข่าว (เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569) อ้างว่า จังหวัดสระแก้วเปิดด่านให้นักเรียนชาวกัมพูชาเดินทางเข้า-ออกเพื่อมาเรียนหนังสือได้ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. 2569 และอ้างว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอให้ทุนการศึกษาแก่เด็กกัมพูชาสูงถึง 800 ล้านบาท ขณะที่เด็กไทยกู้เงิน กยศ. ไม่ผ่าน จนมีผู้หลงเชื่อและแสดงความรู้สึกจำนวนมากนั้น "ข้อเท็จจริงคือ ข้อมูลทั้งหมดเป็นข่าวปลอมและบิดเบือนอย่างรุนแรง" โดยมีรายละเอียดเรื่องจริงดังนี้
ด่านพรมแดนสระแก้วยังไม่เปิด: ประตูด่านพรมแดนถาวรบ้านคลองลึก จ.สระแก้ว (สะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา) ยังคงถูกล็อกด้วยกุญแจอย่างแน่นหนา ไม่มีการเปิดด่านให้นักเรียนกัมพูชาเดินทางข้ามเข้า-ออกตามที่กล่าวอ้าง
ศธ. ปฏิเสธข่าวแจกทุน 800 ล้านบาท: กระทรวงศึกษาธิการยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จ ไม่มีมูลความจริง และไม่เคยมีการเสนอแนวคิดหรือหารือเรื่องการมอบเงินทุน 800 ล้านบาทให้เด็กกัมพูชาฟรีแต่อย่างใด
ไม่มีงบ 800 ล้านให้เด็กกัมพูชา: รัฐบาลไทยไม่มีงบประมาณช่วยเหลือการศึกษาที่เจาะจงให้เงินสดแก่เด็กกัมพูชา มีเพียงงบความร่วมมือทางวิชาการและพัฒนาของกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) ซึ่งดูแลครอบคลุมทั้งกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) โดยในปี 2568 มีงบประมาณรวมเพียง 625,267,160 บาท (ไม่ถึง 800 ล้านบาท) และจ่ายในรูปแบบค่าวิทยากร ค่าสถานที่ หรือค่าสร้างอาคาร ไม่ใช่การแจกเงินสด