ข่าวจริง “ไอร์แลนด์” ประณาม “อิสราเอล” จับตัวน้องสาวประธานาธิบดี ล่องเรือมนุษยธรรมช่วยกาซ่า
Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก: Facebook
[caption id="attachment_12495" align="aligncenter" width="1024"]
โพสต์ภาพที่มีข้อความระบุว่า ไอร์แลนด์ประณามอิสราเอล จับตัวน้องสาวประธานาธิบดี ล่องเรือมนุษยธรรมช่วยกาซ่า[/caption]
Thai PBS Verify พบโพสต์จากเพจ Facebook ที่ชื่อ Thailand Stand with Palestine ไทยเคียงข้างปาเลสไตน์ โพสต์ภาพที่มีข้อความระบุว่า
ไอร์แลนด์ประณามอิสราเอล จับตัวน้องสาวประธานาธิบดี ล่องเรือมนุษยธรรมช่วยกาซ่า
โดยคำบรรยายของภาพดังกล่าวระบุว่า
“สิ่งที่อิสราเอลทำนั้น ในความเห็นของผม ถือว่าผิดกฎหมาย”
นายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์กล่าวว่า “ยอมรับไม่ได้” ที่พลเมืองชาวไอริชที่เข้าร่วมขบวนเรือลำเลียงความช่วยเหลือไปยังกาซ่าถูกอิสราเอลจับตัว
ด้านประธานาธิบดีคอนนอลลี ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนอังกฤษเป็นเวลาสามวัน กล่าวว่าเหตุการณ์นี้ “น่าเศร้าใจมาก” และถึงแม้จะ “ภูมิใจในตัวน้อง”สาวของเธอมาก แต่เธอก็ “เป็นห่วงเธอมาก”
ดร. มาร์กาเร็ต คอนนอลลี น้องสาวของประธานาธิบดีแคทเธอรีน คอนนอลลี แห่งไอร์แลนด์ เป็นหนึ่งในพลเมือง 12 คน
ผู้จัดขบวนเรือกล่าวว่า เรือ 10 ลำจากขบวนเรือ 60 ลำ ถูกสกัดกั้นในน่านน้ำสากลและถูกกองกำลังอิสราเอลขึ้นไปบนเรือเมื่อเช้าวันจันทร์
ขบวนเรือ Global Sumud Flotilla บรรทุกนักกิจกรรมบนเรือกำลังขนส่งอาหาร นมผงสำหรับเด็ก และความช่วยเหลือทางการแพทย์สำหรับชาวปาเลสไตน์ในกาซ่า ซึ่งสภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่และประชากรส่วนใหญ่ 2.1 ล้านคนต้องพลัดถิ่น อิสราเอลยังคงปิดล้อมกาซ่าทั้งทางน้ำ บกและทะเล
โพสต์ดังกล่าวทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความรู้สึกกว่า 1,500 ครั้ง รวมถึงถูกแชร์ออกไปกว่า 170 ครั้ง
น้องสาวประธานาธิบดีไอร์แลนด์ ถูกอิสราเอลจับตัวจริงหรือไม่ ?
เราใช้การตรวจสอบด้วยคำสำคัญว่า "Dr. Margaret Connolly" ผ่าน Google Search พบข้อมูลจาก RTÉ (สำนักข่าวสาธารณะของไอร์แลนด์) ยืนยันการควบคุมตัว ดร.มาร์กาเร็ต คอนนอลลี และพลเมืองไอริชคนอื่น ๆ รวม 8 คน โดยกองทัพอิสราเอลบริเวณน่านน้ำนอกชายฝั่งไซปรัส
[caption id="attachment_12499" align="aligncenter" width="1024"]
รายงานข่าวจาก RTÉ (สำนักข่าวสาธารณะของไอร์แลนด์) เรื่องการควบคุมตัว ดร.มาร์กาเร็ต คอนนอลลี และพลเมืองไอริชคนอื่น ๆ รวม 8 คน โดยกองทัพอิสราเอล[/caption]
นอกจากนี้ยังพบรายงานข่าวจาก สำนักข่าวAP ระบุว่า กองทัพเรืออิสราเอลได้นำกำลังบุกขึ้นเรือบรรเทาทุกข์ในน่านน้ำสากลตอนกลางวันแสก ๆ ห่างจากชายฝั่งกาซากว่า 250 ไมล์ทะเล
[caption id="attachment_12496" align="aligncenter" width="1024"]
คลิปจากสำนักข่าวเอพี รายงานข่าว กองทัพเรืออิสราเอล (กรอบสีแดง) บุกขึ้นเรือบรรเทาทุกข์ในน่านน้ำสากล[/caption]
คลิปจากสำนักข่าว AP
ขณะที่ The Independent (UK) รายงานปฏิกิริยาทางการเมืองที่รุนแรงจากผู้นำระดับสูงของไอร์แลนด์ โดยรองนายกรัฐมนตรีได้ระบุว่า พฤติการณ์ของอิสราเอลในครั้งนี้เข้าข่าย "ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ"
[caption id="attachment_12497" align="aligncenter" width="888"]
The Independent (UK) รายงานปฏิกิริยาทางการเมืองที่รุนแรงจากผู้นำระดับสูงของไอร์แลนด์[/caption]
อิสราเอลใช้ความรุนแรงในการควบคุมตัวจริงหรือไม่ ?
จากการตรวจสอบเราพบรายงานข่าวจาก The Guardian รายงานข่าวเจาะลึกกรณีที่ อิตามาร์ เบน-กวีร์ (Itamar Ben-Gvir) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอล เผยแพร่คลิปวิดีโอทำร้ายและลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่อกลุ่มนักกิจกรรมนานาชาติ จนกลายเป็นชนวนความขัดแย้งทางการทูต
[caption id="attachment_12501" align="aligncenter" width="1024"]
The Guardian รายงานข่าวเจาะลึกกรณีที่ อิตามาร์ เบน-กวีร์ (Itamar Ben-Gvir) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอล เผยแพร่คลิปวิดีโอทำร้ายและลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่อกลุ่มนักกิจกรรมนานาชาติ[/caption]
ทั้งนี้ เบน-กวีร์ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอลงบนโซเชียลมีเดียส่วนตัว เป็นภาพของกลุ่มนักกิจกรรมและอาสาสมัครนานาชาติที่ถูกจับกุมตัว (รวมถึง ดร. มาร์กาเร็ต คอนนอลลี น้องสาวประธานาธิบดีไอร์แลนด์) ในสภาพที่ถูกมัดมือไพล่หลังด้วยสายเคเบิลไทร์ หน้าผากแนบติดกับพื้น ขณะที่มีการเปิดเพลงชาติอิสราเอลคลออยู่ด้านหลัง โดยเบน-กวีร์ ได้เดินโบกธงชาติอิสราเอลและพูดจาเยาะเย้ยถากถางผู้ถูกคุมขังอย่างชัดเจน
[caption id="attachment_12502" align="aligncenter" width="538"]
คลิปวิดีโอลงบนโซเชียลมีเดียส่วนตัวของ เบน-กวีร์ เป็นภาพขณะเดินโบกธงชาติอิสราเอลและพูดจาเยาะเย้ยถากถางผู้ถูกคุมขัง[/caption]
คลิปจากโพสต์ของเบน-กวีร์
การกระทำดังกล่าวถูกประณามอย่างรุนแรงจากชาติตะวันตก โดยรัฐมนตรีต่างประเทศของสเปนระบุว่า เป็นการกระทำที่ "น่ารังเกียจ น่าอับอาย และไร้มนุษยธรรม" ขณะที่นายกรัฐมนตรีอิตาลีมองว่า เป็นเรื่องที่ "ยอมรับไม่ได้และละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" แม้แต่รัฐมนตรีต่างประเทศของอิสราเอลเองรวมถึงนายกฯ เนทันยาฮู ก็ยังต้องออกมาสั่งอพยพผู้ถูกกักตัวออกนอกประเทศอย่างรวดเร็วและตำหนิว่า พฤติกรรมของ เบน-กวีร์ ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ
[caption id="attachment_12504" align="aligncenter" width="1024"]
นายกฯ เนทันยาฮู สั่งอพยพผู้ถูกกักตัวออกนอกประเทศอย่างรวดเร็วและตำหนิว่าพฤติกรรมของ เบน-กวีร์ ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ[/caption]
ขบวนเรือ Global Sumud Flotilla คืออะไร ?
ขบวนเรือ Global Sumud Flotilla (GSF) หรือที่เรียกในภาษาอาหรับว่า Usṭūl aṣ-Ṣumūd al-ʿĀlamī (แปลว่า ขบวนเรือแห่งความยืนหยัดระดับโลก) คือ ขบวนเรือสัญชาติพลเรือนที่รวมตัวกันในระดับสากล เพื่อทำภารกิจเชิงสัญลักษณ์และส่งมอบความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่ประชาชนในฉนวนกาซา พร้อมทั้งท้าทายมาตรการปิดล้อมทางทะเลของอิสราเอล
[caption id="attachment_12505" align="aligncenter" width="1024"]
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของขบวนเรือ Global Sumud Flotilla (GSF)[/caption]
จุดเริ่มต้นและการรวมตัว
- ผู้จัดตั้ง: เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มนักกิจกรรมและองค์กรภาคประชาสังคมหลายกลุ่มในเดือนกรกฎาคม 2025 (พ.ศ. 2568) เช่น Freedom Flotilla Coalition (FFC), Global Movement to Gaza และกลุ่ม Sumud Nusantara เพื่อตอบโต้สถานการณ์สงครามและความอดอยากในฉนวนกาซา
- ขนาดของขบวนเรือ: ได้รับการบันทึกว่าเป็นขบวนเรือภาคพลเรือนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยในภารกิจ (ช่วงปี 2025 - ปัจจุบันในเดือนพฤษภาคม 2026) มีเรือเข้าร่วมกว่า 40–50 ลำ ทยอยออกเดินทางจากท่าเรือต่างๆ ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เช่น อิตาลี สเปน ตูนิเซีย และตุรกี
- ผู้เข้าร่วม: มีอาสาสมัครกว่า 500 คน จากกว่า 56 ประเทศทั่วโลก ซึ่งไม่ได้มีแค่กลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่รวมถึงแพทย์ พยาบาล ทนายความ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นักปกป้องสิทธิมนุษยชน และบุคคลที่มีชื่อเสียง (เช่น เกรตา ธุนเบิร์ก นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เคยเข้าร่วมสนับสนุนขบวนเรือนี้ที่บาร์เซโลนาด้วย)
[caption id="attachment_12506" align="aligncenter" width="1901"]
อาสาสมัครกว่า 500 คน จากกว่า 56 ประเทศทั่วโลก[/caption]
เป้าหมายหลักของขบวนเรือ
- ส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์: ลำเลียงอาหาร ยา เวชภัณฑ์ และนมผงสำหรับเด็ก ไปส่งให้ถึงมือชาวปาเลสไตน์โดยตรง
- สร้างเส้นทางเดินเรือพลเรือน (People's Sea Corridor): พยายามเปิดเส้นทางขนส่งทางเรือของภาคประชาชน เพื่อทำลายการผูกขาดการตรวจสอบและการปิดล้อมทางทะเลของอิสราเอลที่ดำเนินมานานเกือบ 18 ปี
- กดดันทางด้านการเมือง: ดึงสายตาของประชาคมโลกให้หันมามองวิกฤตสิทธิมนุษยชนในกาซา และกดดันรัฐบาลประเทศต่างๆ ให้ยุติการเพิกเฉยต่อสถานการณ์นี้